ไม่คิดว่าเป็นเจ้า
“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านรู้สึกเจ็บปวด ข้าจะไม่พูดเช่นนั้นอีกแล้วเจ้าค่ะ” นางพูดพร้อมกับยืนขึ้นเดินไปสวมกอดผู้เป็นมารดาอย่างออดอ้อน
“เอาล่ะ ๆ รีบไปกันเถอะ พ่อของเจ้ารออยู่นานแล้ว”
จวนตระกูลจาง
“ท่านมหาเสนา นายท่านกำลังรอท่านอยู่ด้านในขอรับ โปรดเดินตามข้าน้อยมาทางนี้”
“ท่านมหาเสนาเจียง เชิญนั่งๆ” ทันทีที่เดินไปถึงห้องโถงในจวน เสนาบดีจางเอ่ยเชิญให้ท่านพ่อนั่งลง นางที่เดินตามหลังมายืนงงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างบิดา
“นี่น่ะหรือ บุตรสาวคนเล็กของท่านมหาเสนา หน้าตางดงามราวกับหยกหายาก ดูท่าแล้วคงฉลาดเฉลียวเหมือนท่าน” ท่านเสนาบดีจางเอ่ยชมนาง
“แล้วบุตรชายของท่านหายไปไหนเสียเล่า” ท่านพ่อของนางถามหาคนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของนาง
“ลูกชายข้าติดงานราชการ ออกไปตั้งแต่ยามเหม่า อ้ายอันเจ้าไปดูให้ข้าทีว่าคุณชายเหิงเยว่กลับมาที่จวนแล้วหรือยัง”
“ขอรับ นายท่าน” อ้ายอันรับคำ
เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวอ้ายอันเดินนำชายหนุ่มผู้หนึ่งมาที่ห้องโถงที่นางนั่งอยู่ ชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด แต่ทว่าดูเย็นชา ยามสายตาของนางสบเข้ากับใบหน้าของร่างสูงที่ยืนอยู่กลางห้องโถง นางได้แต่เบิกตาโพรงด้วยความตกใจ เขาคือชายหนุ่มคนเดียวกันกับงานเลี้ยงในคืนนั้น เขาคำนับบิดาของตน ก่อนจะหันมาโค้งทำความเคารพบิดาของนางแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง
“เหิงเยว่ นี่คือคุณหนูซิงเยียน บุตรสาวคนเล็กของท่านมหาเสนาบดีเจียง ทำความรู้จักกันไว้” สิ้นเสียงเสนาจาง เขาก้มหน้าเล็กน้อยมาทางนางเป็นการทักทาย นางก็ก้มหน้าทักทายเขากลับ
“เหิงเยว่ เจ้าพาคุณหนูซิงเยียนไปเดินเล่นที่สวนก่อน ข้ากับท่านมหาเสนาบดีมีเรื่องราชการที่ต้องหารือกัน”
“ขอรับ ท่านพ่อ แม่นางซิงเยียนเชิญทางนี้” เขากล่าวเสียงเรียบ เขาช่างเป็นบุรุษที่มีใบหน้าไร้อารมณ์เสียจริง นางเดินตามหลังเขามาอย่างไม่ปริปากพูดอะไรออกมา
หลังจากที่เดินตามเขามาสักพัก บริเวณรอบข้างที่นางเดินผ่านค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสวนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดอกไม้ ต้นไม้นานาพันธ์ สายลมพลัดผ่านใบหน้าของนางเป็นระยะ ส่งผลให้ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งสวน เหล่าผีเสื้อโผยบินเต็มบริเวณ ดูแล้วสวยงามยิ่งนัก
“ข้าไม่คิดเลยว่าคนที่ข้าต้องแต่งด้วยจะเป็นเจ้า” จู่ๆ เขาก็เอ่ยออกมา นางก็ไม่เคยคิดเช่นกันว่าคนที่จะมาเป็นสามีของนางจะเป็นเขา
“ข้าก็เช่นกัน”
“ได้แต่งงานกับคนเย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นท่าน แค่คิดข้าก็รู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งตัวแล้ว” นางพูดเสียงสูง
“เหอะ! เจ้าคิดว่าข้าอยากแต่งกับเจ้ามากนักสิ มีสตรีมากมายเพียงแค่เห็นใบหน้าของข้า พวกนางก็พร้อมจะมอบกายถวายใจให้ข้า รวมทั้งคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ประพฤติตัวเรียบร้อย ดูอ่อนโยนแลอ่อนหวาน ต่างกับเจ้าราวกับเหว” วาจาที่เขาเปล่งออกมาช่างร้ายกาจยิ่งนัก นางกำหมัดด้วยความโมโห ทันทีที่ถูกเขาพูดจาดูถูกกลาย ๆ ว่านางไม่คู่ควรกับเขา
“ไม่อยากแต่งก็ยกเลิกเสียสิ ข้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระไม่ต้องมีพันธะผูกมัดใด ๆ กับคนอย่างท่าน อีกอย่างคนอย่างข้ามีชายหนุ่มรูปงามมากมายหมายปอง ไม่ต้องบังคับขืนใจให้ท่านมาแต่งด้วยหรอก” นางฟาดกลับเขาด้วยคำพูดทิ่มแทงไม่แพ้กัน
“เจ้าฝันไปเถอะ ข้าไม่มีทางยกเลิกงานแต่งนี้เป็นอันขาด”
“เจ้าก็เช่นกัน อย่ามัวนอนฝันหวานไปหน่อยเลยว่าคนเช่นข้าจะยอมแต่งงานด้วย” พูดจบนางก็เดินหนีไปอีกทาง
“เจ้า!”
หลังจากกลับจากจวนตระกูลจาง นางได้แต่นั่งครุ่นคิดหาทางยกเลิกงานแต่งอยู่ในห้องเพียงผู้เดียว จวบจนเวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เจียวอีที่เห็นคุณหนูของตนนั่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน นางได้แต่ชะเง้อคอมองหน้าผู้เป็นเจ้านายเป็นระยะ แต่คุณหนูของนางยังคงนิ่งงันเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จนนางจำต้องถามออกมาด้วยความใคร่รู้
“คุณหนู ท่านกำลังกลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่รึเจ้าคะ”
“ข้ากำลังคิดแผนล้มงานแต่งอยู่น่ะสิ”
“หะ...หา”
“ท่านไม่ชอบคุณชายเหิงเยว่เลยหรือเจ้าคะ”
“ชอบงั้นรึ! เห็นทีคงต้องรอชาติหน้า ข้าถึงจะชอบบุรุษเฉกเช่นเขา นิสัยหยิ่งยโสเช่นนั้นไม่คู่ควรกับข้าเลยสักนิด เหตุใดท่านพ่อถึงให้เขาแต่งกับข้ากัน”
“ข้าได้ยินมาว่าคุณชายเหิงเยว่ฉลาดปราดเปรื่อง วรยุทธ์ล้ำเลิศ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างอยากได้เขาเป็นลูกเขยกันทั้งนั้น”
