ปวดใจ
“ใครบอกว่าข้าอยากเห็นหน้าเขากัน ไม่เลยสักนิด”
“คุณหนู ท่านเป็นคนพูดเองไม่ใช่รึเจ้าคะ ว่าอยากเห็นหน้าคุณชายเหิงเยว่น่ะ”
“เจียวอี เจ้ามายืนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ก็ตั้งแต่ที่ฮูหยินพูดกับคุณหนูนั่นแหละเจ้าค่ะ”
“เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปสืบมาได้เรื่องอะไรบ้างรึยัง”
“ได้แน่นอนเจ้าค่ะ! คะ..คุ”
“อย่าเพิ่งพูด ข้าเคยบอกเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง อาจมีใครแอบฟังพวกเราอยู่ก็ได้ ถึงห้องนองข้าแล้วค่อยพูด”
“จะ...เจ้าค่ะ”
ห้องนอนคุณหนูซิงเยียน
“ว่ามา ได้เรื่องอะไรมาบ้าง”
“คุณชายเหิงเยว่เป็นคนเย็นชา จิตใจโหดเหี้ยม เขาปลิดชีพลูกน้องคนสนิทของตัวเองอย่างไม่ลังเลยสักนิด เมื่อรู้ว่าคนผู้นั้นหักหลังตนเองไปเข้ากับฝ่ายศัตรู”
“ถึงกับฆ่าแกงกันเลยรึ โหดร้ายไม่เบา หากเป็นข้าข้าจะเฆี่ยนซักร้อยที จากนั้นเอาน้ำเกลือราดลงไปบนบาดแผล ให้มันผู้นั้นดิ้นทุรนทุรายจนขาดใจตายไปเอง ลงโทษให้สาสมกับสิ่งที่ได้ทำลงไป”
“คะ...คุณหนู” เจียวอีร้องอย่างตกใจ เมื่อได้ยินในสิ่งที่คุณหนูของตัวเองพูดออกมา
“เจียวอี เจ้าเป็นอะไรไป ข้าแค่ล้อเจ้าเล่น ฮ่าฮ่าฮ่า”
“คุณหนูแกล้งข้าอีกแล้ว”
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ ๆ เจ้าก็รู้คนอย่างข้าจะฆ่าใครได้ แม้แต่มดสักตัวข้ายังไม่กล้าฆ่าเลย เรื่องนี้เจ้าก็รู้ดีไม่ใช่รึ” นางพูดพร้อมกับสวมกอดสาวใช้คนสนิทแนบแน่น ซิงเยียนเห็นเจียวอีเป็นเหมือนน้องสาว เพราะทั้งสองอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
“ข้าย่อมรู้ดีที่สุด คุณหนูของข้าจิตใจดี มีเมตตา เสียอย่างเดียวชอบหนีออกจากจวนไปเที่ยวเล่นมากไปหน่อย”
“ก็อยู่แต่ในจวนมันน่าเบื่อจะตาย ข้าต้องออกไปหาอะไรสนุกๆ ทำบ้างสิ เจ้าว่าจริงไหม”
“เจ้าค่ะ ๆ คุณหนูว่ายังไงข้าก็ว่าตามเจ้าค่ะ”
“นี่เจ้าพูดประชดข้าอย่างนั้นรึ”
“บ่าวไม่กล้าหรอกเจ้าค่ะ”
“เจียวอี”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
“หากข้าต้องแต่งงานออกจากจวนไปจริง ๆ เจ้าจะติดตามข้าไปหรือไม่”
“คุณหนูถามอะไรก็ไม่รู้ ข้าต้องตามท่านไปอยู่แล้วสิเจ้าคะ คุณหนูอยู่ที่ไหนข้าก็จะอยู่ที่นั่น ข้าจะทิ้งคุณหนูให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในจวนตระกูลจางได้ยังไงกัน”
“เจียวอี ฮือออ”
“คุณหนู ร้องไห้ทำไมเจ้าคะ”
“ข้าไม่อยากแต่งงาน ข้าไม่อยากจากท่านพ่อกับท่านแม่ไป”
“คุณหนูพวกเราทั้งคู่ต่างเกิดมาเป็นสตรียังไงสักวันหนึ่งก็จะต้องแต่งงานอยู่ดีไม่ใช่รึเจ้าคะ”
“แต่นี่มันเร็วไป ข้ายังไม่ได้ทำใจเลยสักนิด ไม่คิดเลยว่าอีกเพียงเดือนเดียวข้าจะต้องแต่งงานออกไปแล้ว” เจียวอีลูบแผ่นหลังของคุณหนูแผ่วเบา เพื่อปลอบใจ ตัวนางเองก็รู้สึกเศร้าใจที่เห็นผู้เป็นนายไม่มีความสุข
วันต่อมา
เจียวอีปลุกนางให้ตื่นตั้งแต่ยามเหม่า จับนางแต่งตัวประโคมเครื่องประดับสุดฤทธิ์ ทำเอาหนักหัวไปหมด นางได้แต่นั่งหาวหน้ากระจก ขณะที่เหล่าสาวใช้สองคนกำลังบรรจงแต่งหน้าให้
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้พูด
“วันนี้คุณหนูของข้าสวยงดงามที่สุด ถ้าหากคุณชายเหิงเยว่เห็นท่าน คงตกหลุมรักท่านเป็นแน่” เจียวอีพูดกับคุณหนูของตนอย่างชื่นชม
“ใครอยากให้เขาตกหลุมรักข้ากัน หากเขาไม่ชอบขี้หน้าข้าจะดีเสียกว่า ข้าจะได้ไม่ต้องแต่งงาน”
“ซิงเยียน ทำไมเจ้าถึงได้พูดเช่นนั้นออกมา” เสียงฮูหยินเลี่ยงหรง มารดาของนางดังขึ้นจากด้านหลัง
“ทะ...ท่านแม่ ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่สำคัญ เจ้าอย่าได้กล่าวคำพูดเหมือนเมื่อครู่ออกมาอีกเป็นอันขาด แม่ฟังแล้วรู้สึกปวดใจเหลือเกิน เจ้าเคยคิดบ้างไหมว่า หากเจ้าไม่ได้เป็นที่รักใคร่ของสามีแล้ว ในจวนเจ้าจะกลายเป็นเพียงคนไม่มีตัวตน ที่แม้แต่บ่าวไพร่ยังดูแคลนไม่เชื่อฟัง ไร้ซึ่งเกียรติที่ฮูหยินควรจะมี” มารดาพูดเสียงสั่น
