บท
ตั้งค่า

อย่ามัวชักช้า

“เดิมทีข้าเป็นห่วงกลัวว่าเจ้าจะเฉาตายอยู่ในจวน เลยคิดจะชวนเจ้าออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย เห็นทีข้าคงคิดผิดเสียแล้วกระมัง” เขาพูดพร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์ ทำท่าจะเดินหันหลังจากนางไป ไม่รีรอนางคว้าแขนของเขาเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

“เดี๋ยวสิ! ข้ายังไม่ได้พูดเลยสักคำว่าจะไม่ไปกับท่าน”

“งั้นรึ ข้านึกว่าเจ้าชอบอยู่แต่ในจวนเสียอีก”

“อย่าพูดจาประชดประชันข้าเช่นนั้นสิเจ้าคะ ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ชอบอยู่ในจวน” นางพูดเสียงหวานออดอ้อน ทำเอาเขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ที่จู่ ๆ นางก็มาพูดเสียงหวานหยดย้อยเอาใจเขาเสียอย่างนั้น หัวใจที่เย็นชาหนาวเหน็บดุจหิมะกลางฤดูหนาวค่อย ๆ ละลายลงราวกับถูกไฟลน

“ถ้าจะไปก็รีบตามข้ามา อย่ามัวชักช้าทำตัวออดอ้อนน่ารำคาญอยู่ได้”

“นี่ท่าน!”

นางได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดตามเขาไปอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่เคยมีบุรุษคนไหนกล่าววาจาร้ายกาจเช่นนี้กับนางมาก่อน ช่างเป็นคนหยาบคายไร้มารยาท นี่น่ะหรือคือคนที่นางจะต้องแต่งงานด้วย

“ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมกัน” นางถามเขา ทันทีที่ลงมาจากรถม้า ทิวทัศน์โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ มองไปทางใดก็มองเห็นแต่ผืนป่า

“ข้าพาเจ้ามาชมทิวทัศน์งดงามนอกเมืองยังไงเล่า”

“ทิวทัศน์งดงามอะไรของท่าน ข้าเห็นเพียงต้นไม้เรียงรายกับป่ารกครึ้ม ไม่เห็นทิวทัศน์งดงามอย่างที่ท่านว่า”

“แม้นยังไม่เห็นด้วยตา ใช่ว่าจะไม่มี เจ้าอย่าเพิ่งปักใจเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้าสิ ส่วนพวกเจ้าสองคนรออยู่ที่นี่” เขาหันไปบอกบ่าวคนสนิทอย่างอ้ายอันกับสาวใช้ของนาง

เขาเดินนำหน้านางเข้าไปในป่ารกครึ้ม นางเดินตามหลังเขาไปได้สักพักก็พบเข้ากับทางเดินที่แสนจะสะอาดเรียบร้อย บ่งบอกว่ามีคนอาศัยอยู่ที่นี่ ด้านหน้าเป็นเรือนหลังหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางป่าเขา เขาเดินเข้าไปในเรือนที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทันที โดยไม่ลังเลเลยสักนิด ประหนึ่งว่าเขาเป็นเจ้าของที่นี่

“อย่ามัวยืนเหม่อลอย เดินตามข้ามา ซิงเยียน” เขาเรียกนาง

“ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม”

“ที่นี่คือที่ ๆ แม่ของข้าเคยอยู่ ข้าแค่อยากพาเจ้ามาพบแม่ของข้า” เขาพูดด้วยแววตาเศร้าสร้อย

“แล้วตอนนี้ท่านแม่ของท่านไปไหนงั้นรึ เหตุใดข้าจึงไม่เห็นนาง”

“เรื่องนั้น...ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน” คำตอบของเขาทำเอานางยิ่งรู้สึกงุนงงขึ้นไปอีก แม้จะสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่นางก็มิได้ถามอันใดต่อ

“นี่ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าแม่ของท่านหายไปไหน แต่ข้าเชื่อว่าสักวันพวกท่านทั้งสองคงได้พบกันอีก” นางพูดปลอบใจเขา พร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างออกมา เป็นครั้งแรกเลยล่ะมั้งที่นางส่งยิ้มให้เขา ความรู้สึกแปลกแล่นเข้ามากลางความรู้สึก ทำไมคนอย่างคุณหนูซิงเยียนผู้นี้ ถึงได้พูดปลอบใจคนที่ตนเองไม่อยากแต่งงานด้วยเสียนี่

“เจ้าไม่ต้องพูดปลอบใจข้าหรอก คนรอบตัวข้าก็บอกข้าเช่นเจ้า หลายปีผ่านไปจนตอนนี้ข้าโตเป็นผู้ใหญ่ ข้าก็ยังไม่ได้พบหน้าของท่านแม่ บางทีนางอาจจะตายไปแล้วก็ได้”

“ท่านมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว”

“ช่างเถอะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ข้าจะพาเจ้าไปดูที่แห่งหนึ่ง” เขาพาเธอเดินไปด้านหลังของเรือนหลังนี้

“ว้าว สวยจัง” นางร้องออกมาอย่างตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่วทั้งบริเวณ ช่างสวยงามยิ่งนัก

“เห็นไหม ข้าบอกแล้วไงว่าจะพาเจ้ามาชมทิวทัศน์งดงาม ที่แม้แต่ในเมืองยังเทียบไม่ได้”

“เจ้าค่ะ คุณชาย เป็นบุญตาของซิงเยียนยิ่งนัก” นางล้อเลียนเขา

“ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่เห็นต้องพูดเหน็บแนมข้าเช่นนี้” เขาจ้องหน้านางเขม็ง

พลบค่ำเขามาส่งนางที่จวนก่อนจะขอตัวกลับ ทันทีที่นางย่างกรายเข้ามาในจวนพ่อกับแม่ก็ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาทางนาง ราวกับดีอกดีใจอะไรบางอย่างมากอย่างนั้นแหละ

“ซิงเยียน คุณชายจางพาเจ้าไปเที่ยวที่ใดมารึ” ท่านแม่ถามขึ้น

“เที่ยวอะไรล่ะเจ้าคะ เขาพาข้าเข้าป่าล่ะสิไม่ว่า”

“อะไรนะ เรื่องจริงงั้นรึ” ท่านพ่อหันขวับไปถามสาวใช้ของนางแทบจะทันที

“ข้าไม่ทราบค่ะ คุณชายจางให้ข้ารออยู่ที่รถม้า” เจียวอี พูดอึกอัก

“เจียวอี เจ้าปล่อยให้น้องสาวข้าไปกับคุณชายจางสองต่อสองได้ยังไงกัน” เจียงเฉิงอัน พี่ชายคนเดียวของนางพูดเสียงดัง

“คะ...คือว่า”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel