บทที่ 5
“ไม่เอาน่า หลานคุณก็คือหลานผม ตอนอารยามาอยู่กับเรา ผมก็บอกไปแล้วว่าเคลวินน่ะคือหลานชายของผมคนหนึ่ง อย่าคิดมากเลย เราสองคนไม่ควรมากังวลเรื่องนี้นะ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือรักษาเยียวยาจิตใจเขามากกว่า” สองสามีภรรยายืนปรับทุกข์กันด้วยความหนักใจ
**************
มิรินวิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้านอย่างอารมณ์ดี เช้านี้นัดแนะกับลุงหวายว่าจะเก็บชมพู่แบ่งไปยังเพื่อนบ้านข้างๆ โดยเฉพาะคฤหาสน์สุขสันติการของอนุชา
“ไม่รอลุงหวายก่อนเหรอลูก แม่ให้ลุงหวายขับรถพาป้าพันนีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับแล้ว” วิรัญญาเดินตามออกมาด้านนอก
“หนูจะเตรียมบันไดกับตะกร้าเอาไว้ค่ะ หนูมีตะกร้อแล้วด้วย” มิรินตื่นเต้นมากแต่เมื่อเห็นมารดาเดินตามออกมาด้วยความเป็นห่วงก็รีบบอก
“แม่ก็ยังเห็นว่าให้ลุงหวายทำให้ไม่ดีกว่าเหรอลูก แล้วมีมี่ค่อยช่วยเก็บก็ได้”
“หนูจะระวังค่ะแม่ หนูสัญญา” มิรินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“เอาอย่างงั้นก็ได้ แต่สักพักเข้ามากินอะไรก่อนนะจ้ะ”
“ได้ค่ะ”
มิรินหันไปสนใจกับการเตรียมตะกร้อสอยผลไม้ บันได และตะกร้าขนาดใหญ่ จากนั้นทยอยนำออกมาจากโรงเก็บของ เก็บได้พอสมควรก็หันกลับไปในบ้าน เมื่อไม่เห็นใครก็แอบปีนบันไดขึ้นไปบนกำแพง
รสชาติของชมพู่ที่ทั้งสดใหม่อร่อยกว่าซื้อที่ตลาดเป็นไหนๆ ตั้งใจใช้ตะกร้อสอยบนกำแพงอยู่นาน ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนยืนมองอยู่ด้านล่างของกำแพงอีกฟาก
“คุณหนูเคลวินคะ”
เสียงจินดาแม่บ้านของคฤหาสน์สุขสันติการดังแว่วมาเคลวินหันกลับไปมอง “ผมอยู่นี่ครับป้า” เสียงของเขาทำให้มิรินสะดุ้งตกใจหันกลับมามอง
แต่...เท้าข้างหนึ่งดันลื่นลงมาจากกำแพง
“กรี๊ด!” เสียงหวีดร้องดังลั่นพร้อมกันนั้นร่างเล็กก็หล่นลงมา
เคลวินอ้าปากค้างมองดูเด็กสาวที่ร่วงลงมาหาเขาด้วยความตื่นตะลึง เขายื่นมือออกไปรับตามสัญชาตญาณ แต่นั่นทำให้ตัวเขาเองเสียหลักหงายหลังล้มลงไปเช่นกัน
******************
ภาพที่กานดากับอนุชาเข้ามาเห็นหลังได้ยินเสียงกรีดร้อง คือภาพของมิรินที่นอนหงายอยู่บนตัวเคลวิน อีกทั้งข้างๆ กันนั้นก็มีตะกร้าขนาดล้มคว่ำ ลูกชมพู่นับสิบกลิ้งหล่นกระจัดกระจาย
“โอ้ย” มิรินโอดโอยทั้งยังพยายามลุกขึ้น
“เธอจะร้องทำไมกัน คนที่เจ็บน่ะมันฉันต่างหาก!”
เสียงทุ้มบ่งบอกถึงอารมณ์โกรธ ทำให้เด็กสาวรีบเอี้ยวหน้าลงไปมอง “ถึงว่าไม่เจ็บเท่าไหร่”
มิรินเผลอพูดออกมาอย่างที่คิด เมื่อพบว่าตัวเองนอนแผ่อยู่บนตัวของเขาเด็กสาวก็รีบลุกขึ้น แต่เพราะลุกเร็วไปมือที่ใช้ค้ำยันเอาไว้ลื่นพรืด …ร่างเล็กล้มลงไปบนตัวเขาอีกรอบ
“เธอพยายามจะฆ่าฉันหรือไง!”
เสียงหงุดหงิดของเคลวินดังขึ้นอีกครั้ง เขาโมโหจนใบหน้าเขียวคล้ำหลังจากตื่นแต่เช้าออกไปวิ่งจ๊อกกิ่งกลับมา เขาก็พบว่าตัวเองเผลอเดินตามเสียงฮัมเพลงเบาๆ มาที่ต้นชมพู่ข้างกำแพงของเพื่อนบ้าน
ใครจะคิดว่าจะเจอลูกลิงปีนอยู่บนกำแพง และเจ้าลิงน้อยตัวนี้ดันขี้ตกใจเสียด้วย ได้ยินเสียงเขาเข้าหน่อยถึงกับทิ้งตัวลงมาจากกำแพงพุ่งเข้าใส่เขาเสียอย่างนั้น
“ก็นายทำฉันตกใจเองนี่นา” มิรินลุกขึ้นโดยมีสินชัยและจินดาเข้ามาช่วย
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณหนูมีมี่” จินดาช่วยปัดเศษใบไม้ออกจากตัวมิริน ส่วนสินชัยก็ก้มลงไปช่วยพยุงเคลวินขึ้นมา
“นึกไม่ถึงว่าสองคนจะสนิทกันไวขนาดนี้” เสียงหัวเราะของอนุชาดังขึ้น
“มีมี่เจ็บมากไหมลูก” กานดาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“มีมี่!” เสียงตกอกตกใจของวิรัญญาดังข้ามกำแพงมา
“หนูไม่เป็นไรค่ะแม่” มิรินตะโกนข้ามกำแพงไป
“ลูกไปทำอะไรบ้านคุณป้าน่ะ อย่าบอกนะว่าตกลงจากกำแพง!” เสียงวิรัญญาเข้มขึ้นเล็กน้อยจนมิรินสะดุ้ง
“แต่หนูไม่เป็นไรจริงๆ นะคะแม่” มิรินยืนยัน
“ยายหนูไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พอดีมีคนรับเอาไว้ทันน่ะ” กานดาเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“เด็กคนนี้นี่ซนจนได้เรื่องจริงๆ ยังไม่รีบขอโทษคุณลุงคุณป้าอีก” วิรัญญาเอ็ดเสียงเขียว กำแพงสูงที่ขวางอยู่ทำให้มองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
“หนูขอโทษนะคะ” มิรินหันไปขอโทษด้วยใบหน้าแหยๆ
“ไม่เป็นไรจ้ะ สองคนรู้จักกันไว้สิจ้ะ มีมี่นี่เคลวินจ้ะ เคลวินจ้ะนี่มิรินจะเรียกมีมี่ก็ได้” กานดาแนะนำยิ้มๆ
มิรินหันมาฉีกยิ้มให้เคลวินทันที ตอนเขายืนเต็มความสูงก็อดที่จะตะลึงเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เกรงใจไม่ได้ “นายเองเหรอลูกชายคุณป้าอารยา ว้าวตัวสูงจังเลยกินอะไรเข้าไปเนี่ย” มิรินเปรยเมื่อพบว่าตัวเองสูงเพียงแค่หัวไหล่ของเขาเท่านั้น
เคลวินขมวดคิ้วไม่พอใจ เขาเดินหน้าบึ้งเข้าบ้านไปไม่ได้สนใจจะทักทายมิรินด้วยซ้ำ
“สงสัยจะโกรธที่โดนหนูกระโดดใส่ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันน่ะ” สองสามีภรรยาหลุดหัวเราะออกมา
มิรินเกาศีรษะงงๆ
“มีมี่ ยังไม่รีบกลับบ้านอีก คุณพ่อจะออกไปทำงานแล้วนะ” เสียงของวิรัญญาดังขึ้นอีกครั้ง
“ค่ะแม่ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
“ขอโทษคุณพี่ด้วยนะคะที่มีมี่ไปรบกวนแต่เช้า” เสียงวิรัญญาดังข้ามกำแพงมา
“ไม่หรอกสนุกดี” อนุชาหัวเราะ
“ไว้หนูจะเก็บชมพู่มาให้คุณลุงกับคุณป้าใหม่นะคะ อันนี้มันช้ำหมดแล้ว” มิรินทำหน้าทะเล้นแล้วรีบรับตะกร้ามาจากสินชัย