รักนี้ขอมีเพียงเธอ

59.0K · ยังไม่จบ
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
44
บท
172
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คนหนึ่งเติบโตมาท่ามกลางความหวาดระแวง ทั้งชีวิตเขาจึงไม่ยอมเปิดใจให้ใคร กับอีกคนที่แม้จะมีอดีตอันแสนเจ็บปวดฝังใจ แต่เพราะสิ่งดีๆ ที่ได้รับ ทำให้พยายามใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุข เมื่อคนสองคนที่ใช้ชีวิตแบบต่างกันสุดขั้วโคจรมาเจอกัน หนึ่งเย็นชา หนึ่งอบอุ่น ความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจ ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกพิเศษ กระทั่งค่อยๆ เยียวยาหัวใจให้กันและกันทีละน้อย จนแม้ในวันหนึ่งต้องจากกันไปไกลแต่เมื่อหวนคืนมาพบ คนทั้งสองก็ยังไม่เคยลืมเลือนกันและกัน...เสมอมา

นิยายรักนิยายปัจจุบันผู้ชายอบอุ่นคนในใจวัยรุ่นคนธรรมดาแฮปปี้เอนดิ้งโรแมนติกรักหวานๆ

บทที่ 1

ร่างสูงของชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้า กำลังก้าวเดินออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชุดลำลองสบายตัวสวมทับด้วยเสื้อนอกสีอ่อนดูดีมาก แม้ยับย่นจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่อง แต่นั่นกลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนหญิงสาวหลายคนที่ยืนอยู่รายรอบหยุดมองเป็นตาเดียว

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูเย็นชา แต่ในความเย็นชานั้น เขากลับดึงดูดใจสายตาและความสนใจของทุกคนเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

“กลับมาแล้ว” เขากระซิบกับตัวเอง

สิบปีแล้วที่เขาไม่ได้มากลับมาเมืองไทย ภาพความทรงจำในตอนที่เขามาเมืองไทยครั้งแรก ปรากฏขึ้นมาเป็นฉากๆ คล้ายมันเพิ่งจะผ่านไปเมื่อวาน

เคลวิน หลี่ เกิดที่ประเทศไทยก็จริง ทว่าเขากลับไปเติบโตที่อเมริกา

หลี่ชิง พ่อของเขาเป็นคนจีน ส่วนอารยาแม่ของเขาเป็นคนไทย ทั้งสองหย่าร้างกันตั้งแต่เคลวินอายุได้ห้าขวบ หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอเมริกากับพ่อแล้วไม่ค่อยได้พบแม่บ่อยนัก

เขายังจำได้แม่นว่าตัวเองโกรธมากแต่ไหน ตอนรู้ว่าพ่อของเขาปิดบังเรื่องการตายของแม่ เพราะหลังจากไม่ได้ข่าวหรือการติดต่อจากแม่ เขาก็เริ่มโกรธและเกลียดแม่ที่ลืมเขา ไม่มาหาตามสัญญา

ตอนที่รู้เรื่องทั้งหมดจากป้าแท้ๆ เขาไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกโกรธและเกลียดที่ไม่มีใครบอก หรือว่าเกลียดตัวเองที่ไม่มีโอกาสจะเห็นหน้าแม่เป็นครั้งสุดท้ายมากกว่ากัน

ด้วยสาเหตุนี้เขาจึงอาศัยจังหวะที่พ่อของเขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานแต่งงานใหม่ แอบทำเรื่องย้ายมาเรียนที่เมืองไทย ตอนนั้นพ่อของเขาไม่อ่านด้วยซ้ำว่าเขาให้เซ็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร...

และในตอนนั้นเองเหตุการณ์ที่ตราตรึงในความทรงจำของเขาได้เริ่มต้นขึ้น ในเช้าวันแรกที่มาถึงเมืองไทย เด็กสาวผมสั้นหน้าตาใสซื่อดูน่ารำคาญปรากฏตัวขึ้น เธอคอยก่อกวนชีวิตอันเงียบสงบของเขา คอยส่งเสียงถามเรื่องต่างๆ คอยกวนใจไม่ว่าเขาไปที่ไหนหรือทำอะไร

เด็กสาวคนนั้น คนที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล...

******************

ภายในห้องนอนยามเช้าตรู่ ร่างเล็กใต้ผ้านวมสีหวาน นอนกระสับกระส่ายไปมาราวกับกำลังได้รับความทรมาน เหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาจนเปียกชุ่ม แต่นั่นดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้เด็กสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้น

สองมือน้อยกำผ้านวมเอาไว้แน่นจนข้อเกร็งซีดเป็นสีขาวสลับแดง เสียงพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ดังลอดออกมาจากโปงผ้า

“อย่า...แม่ขาช่วยหนูด้วย...พ่อหนูเจ็บ อย่า…หนูกลัวแล้ว ไม่!” เสียงตะโกนสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับคนที่ผวาลุกขึ้นนั่ง

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่มิรินไม่เคยนับ ฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเหมือนปิศาจที่คอยวนเวียนก่อกวนไม่ไปไหน ภาพที่อธิชาติผู้เป็นพ่อทุบตีทำร้าย

หรือหนักที่สุดเขาถึงขั้นเคยจับเด็กสาวกดลงไปในน้ำอย่างโหดร้าย ในขณะที่มนตราผู้เป็นแม่พยายามห้ามปราม ถึงอย่างนั้นคนที่เข้ามาห้ามกลับถูกทุบตีแทนเสียเอง สองแม่ลูกใบหน้าเขียวช้ำ ตามร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอย กระทั่งบางครั้งผู้เป็นแม่ถึงกับนอนสลบไสลไม่ได้สติ

ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้ง ทำให้มิรินเคยตั้งคำถามกับตัวเองเสมอมา เพราะอะไรเธอที่เป็นเด็กห้าขวบจึงไม่เป็นที่ต้องการ

ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดเกิดขึ้น ผู้เป็นพ่อตกงาน ผู้เป็นแม่เป็นเพียงแม่บ้านไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ทั้งสองได้แต่รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว นานวันเข้าหัวหน้าครอบครัวก็เกิดความเครียด เมื่อหงุดหงิดมากเข้าก็เริ่มหันไปพึ่งพาสุรา

ไม่เพียงแต่เริ่มติดสุรา เขายังเริ่มติดการพนัน กระทั่งหลังๆ ยังถึงขั้นเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด วันไหนได้ดังใจก็อารมณ์ดี วันไหนไม่ได้ดังใจหรือเมาได้ที่ ก็เริ่มลงไม้ลงมือกับสองแม่ลูก

หนักเข้าเขาหันไปทั้งขายทั้งเสพ หลอนจนพยายามฆ่าเมียและลูกของตัวเอง หากไม่ได้เพื่อนบ้านนำตัวทั้งสองส่งโรงพยาบาลเพราะทนเห็นสองแม่ลูกถูกทุบตีไม่ไหว มิรินและแม่คงเอาชีวิตไม่รอด

ตอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมิรินถูกส่งต่อไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง กว่าจะรู้ว่าผู้เป็นแม่หนีไปแล้ว ทิ้งเธอเอาไว้ที่นั่นเพียงลำพัง เด็กสาวจึงเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ข้างหูได้ยินเสียงพี่เลี้ยงซุบซิบว่าพ่อถูกจับและต้องโทษติดคุกยาวนานถึงยี่สิบปี

มิรินกลายเป็นเด็กเงียบขรึมไม่พูดคุยกับใคร กระทั่งทินกรและวิรัญญาได้มาขอเด็กสาวไปอุปการะ สองสามีภรรยาพาเธอกลับมาที่บ้าน ไม่เพียงแต่ดูแลเอาใจใส่เหมือนลูกแท้ๆ แต่ทั้งสองยังมีความอดทน มอบความรัก ให้ความเข้าใจ ให้เวลา จนในที่สุดเด็กสาวก็ยอมเปิดใจรับทั้งสอง ในใจได้แต่คิดว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนความรักที่ทั้งสองมอบให้

นับจากตอนนั้นมาถึงวันนี้ จากเด็กห้าขวบไม่พูดจาเพราะถูกทอดทิ้ง มิรินกลายเป็นเด็กสาววัยสิบหกผู้ร่าเริงแจ่มใส แม้ทุกครั้งในยามที่คิดถึงอดีต ความเจ็บปวด ความหวาดกลัว ทุกเรื่องราวในอดีตจะคอยกัดกร่อนหัวใจให้รวดร้าว แต่มิรินก็ไม่เคยคิดที่จะลืมความทรงจำ และบาดแผลในใจที่ติดแน่นฝังลึก

...อย่างน้อยครั้งหนึ่ง พ่อกับแม่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงมิริน ให้โอกาสเด็กน้อยได้ลืมตาขึ้นมาบนโลก

...อย่างน้อยในอดีตอันเจ็บปวดนั้น ในความเลือนลางของความทรงจำ เสี้ยวหนึ่งก็ยังมีความสุข เสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม

หลังจากที่อยู่ๆ ก็ฝันถึงเรื่องในอดีต มิรินพยายามตั้งสตินึกถึงแต่เรื่องดีๆ เมื่อพอจะดีขึ้นก็ขยับตัวลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ