บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 : ชื่อที่ไม่อยู่ในแฟ้ม

เช้าวันจันทร์มาถึงอย่างเงียบงัน

ไม่มีข่าวใหญ่บนหน้าจอทีวีในห้องพักพนักงาน

ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง

ไม่มีนักข่าวยืนรออยู่หน้าบริษัท

ไม่มีรถของคิรินจอดอยู่ตรงทางเข้าเหมือนที่เคยเป็น

ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

หรืออย่างน้อย

มันก็ดูเหมือนปกติ

มินตราเดินเข้าบริษัทในเวลาเดิม

เสื้อเชิ้ตสีเรียบ

กางเกงขายาว

รองเท้าคู่เดิม

ผมรวบอย่างเรียบร้อย

มือข้างหนึ่งถือกระเป๋า

อีกข้างถือแฟ้มเอกสารสีใหม่

ชื่อที่อยู่บนปกแฟ้ม

ไม่ใช่ชื่อคิริน

เป็นชื่อของศิลปินหน้าใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัท

เด็กหนุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นในวงการ

ยังไม่มีแฟนคลับจำนวนมาก

ยังไม่มีข่าวตามติดทุกฝีก้าว

ยังไม่มีนักข่าวรออยู่หน้าบริษัท

ยังไม่มีสปอนเซอร์หลายรายโทรเข้ามาพร้อมกันเพียงเพราะเขาถูกถ่ายภาพผิดมุม

เขายังไม่มีชื่อเสียงมากพอที่จะทำให้คนทั้งประเทศสนใจ

และบางที

นั่นอาจเป็นเรื่องดี

มินตราเดินผ่านประตูบริษัท

พนักงานฝ่ายต่าง ๆ ทักเธอตามปกติ

“สวัสดีค่ะพี่มินตรา”

“สวัสดีค่ะ”

“วันนี้มีประชุมตอนสิบโมงนะคะ”

“รับทราบค่ะ”

ทุกอย่างเหมือนเดิม

เสียงคีย์บอร์ด

เสียงโทรศัพท์

เสียงคนเดินผ่านทางเดิน

เสียงหัวเราะจากฝ่ายประชาสัมพันธ์

ไม่มีใครถามถึงคิริน

ไม่มีใครพูดถึงเรื่องข่าว

ไม่มีใครถามว่าเธอรู้สึกอย่างไร

และไม่มีใครจำเป็นต้องถาม

เพราะสำหรับระบบของบริษัท

ชื่อหนึ่งถูกนำออกจากตารางงานแล้ว

ตารางงานใหม่ถูกจัดขึ้น

ทีมใหม่ถูกมอบหมาย

ศิลปินคนใหม่เข้ามาแทนที่

ชีวิตการทำงานยังเดินต่อไป

บริษัทไม่เคยหยุดเพราะใครคนหนึ่ง

มินตรารู้เรื่องนี้ดี

เธอเองก็เป็นคนที่เคยบอกศิลปินหลายคนว่า

“วงการนี้ไม่มีใครสำคัญกว่างานค่ะ”

วันนี้

เธอจึงต้องทำตามคำพูดของตัวเอง

มินตราเดินไปยังโต๊ะทำงาน

วางแฟ้มลง

เปิดคอมพิวเตอร์

หน้าจอปรากฏตารางงานของสัปดาห์

ชื่อใหม่เรียงอยู่เต็มไปหมด

ไม่มีชื่อคิริน

เธอมองอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนเลื่อนหน้าจอลง

แล้วเริ่มทำงาน

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เวลาประมาณเก้าโมงครึ่ง ศิลปินหน้าใหม่เดินเข้ามา

เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

“พี่มินตราครับ”

เธอเงยหน้า

“ค่ะ?”

“ผมต้องเริ่มทำอะไรบ้างครับ?”

มินตราปิดเอกสาร

“ก่อนอื่นนั่งก่อนค่ะ”

เขานั่งลงตรงข้าม

มินตราเปิดแฟ้มของเขา

“งานแรกของคุณคือถ่ายรายการออนไลน์วันศุกร์นี้”

เด็กหนุ่มพยักหน้า

“ครับ”

“นอกจากนั้นจะมีการฝึกสัมภาษณ์ ฝึกการตอบคำถาม และเรียนรู้เรื่องการใช้โซเชียลมีเดีย”

เขาก้มมองเอกสาร

“ผมต้องระวังมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

มินตรามองเขา

“คุณกำลังจะเข้าวงการค่ะ”

“ครับ”

“ทุกคำที่พูดอาจถูกนำไปตีความได้”

เขานิ่งฟัง

“อย่าพยายามพูดให้ทุกคนชอบคุณ”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น

“ทำไมครับ?”

“เพราะทำไม่ได้ค่ะ”

คำตอบนั้นทำให้เขาหัวเราะเบา ๆ

มินตราพูดต่อ

“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ทุกคนชอบ แต่คุณต้องเป็นคนที่รับผิดชอบคำพูดของตัวเองได้”

เด็กหนุ่มพยักหน้า

“ครับ”

“และถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะตอบอะไร ให้คิดก่อนพูด”

“ถ้าผมพูดผิดล่ะครับ?”

มินตราหยุดไปครู่หนึ่ง

ภาพใบหน้าของใครบางคนแวบขึ้นมาในความทรงจำ

ชายหนุ่มที่เคยนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

ชายหนุ่มที่เคยถูกกล้องนับร้อยจับจ้อง

ชายหนุ่มที่เคยถามเธอว่า

“คุณไม่ตื่นเต้นเหรอ ที่ได้ทำงานกับผม”

เธอจำเสียงนั้นได้

จำรอยยิ้มได้

จำสีหน้าของเขาในวันที่ทุกอย่างพังลง

และจำประโยคที่เขาพูดในห้องแถลงข่าวได้ทุกคำ

มินตรากะพริบตา

ก่อนกลับมามองศิลปินตรงหน้า

“ถ้าพูดผิด ก็ยอมรับค่ะ”

“แค่นั้นเหรอครับ?”

“ไม่ค่ะ”

เธอเลื่อนเอกสารไปตรงหน้าเขา

“ต้องเรียนรู้ด้วยว่าผิดตรงไหน และอย่าทำซ้ำ”

เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างตั้งใจ

มินตราพูดต่อ

“เคารพคนดูด้วยค่ะ”

“ครับ”

“อย่าคิดว่าคนดูไม่รู้อะไร”

“ครับ”

“และอย่าโกหกเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ถ้าความจริงตามมาทีหลัง มันจะเสียหายกว่าเดิม”

เด็กหนุ่มเงียบไป

“พี่ดูจริงจังมากเลยนะครับ”

มินตรายิ้มบาง ๆ

“เพราะฉันไม่อยากเห็นคุณต้องมาเสียใจทีหลังค่ะ”

ประโยคนั้นทำให้เธอเงียบไปเอง

เธอเพิ่งรู้ว่า

คำแนะนำทุกคำที่กำลังพูด

เป็นคำเดียวกับที่เธอเคยพูดกับคิริน

ให้ระวังคำพูด

ให้เคารพคนดู

ให้ซื่อสัตย์กับสิ่งที่เลือก

ให้รับผิดชอบเมื่อผิด

และอย่าพยายามเป็นคนที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้ทุกคนรัก

เธอเคยพูดสิ่งเหล่านี้กับเขา

หลายครั้ง

แต่วันนี้

คนที่นั่งฟังกลับเป็นคนอื่น

มินตราก้มลงมองแฟ้ม

ชื่อบนปกยังคงเป็นชื่อของศิลปินหน้าใหม่

ไม่มีชื่อคิริน

เธอสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ

“เอาล่ะค่ะ”

เธอปิดแฟ้ม

“เดี๋ยวเราเริ่มจากตารางงานกัน”

เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยง

หลังประชุมเสร็จ มินตราเดินไปที่ลิฟต์

ประตูลิฟต์เปิดออก

เธอเดินเข้าไปคนเดียว

ด้านในเป็นผนังกระจก

ภาพสะท้อนของเธอปรากฏอยู่ตรงหน้า

หญิงสาวคนเดิม

เสื้อเชิ้ตสีเรียบ

ผมรวบ

แฟ้มอยู่ในมือ

สีหน้าเรียบนิ่ง

เหมือนทุกวัน

แต่เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง

ความเงียบกลับทำให้ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมา

ภาพแรก

วันที่เธอพบเขา

เขานั่งอยู่ในห้องพัก

มองเธอด้วยสายตาขบขัน

“คุณไม่ตื่นเต้นเหรอ ที่ได้ทำงานกับผม”

เธอตอบว่า

“หน้าที่คือดูแล ไม่ใช่ชื่นชมค่ะ”

ภาพต่อมา

เขานั่งอยู่ในรถ

รับขวดน้ำจากเธอ

แล้วถามว่า

“วันนี้ผมทำงานดีไหม?”

เธอตอบว่า

“ดีค่ะ”

ภาพอีกภาพ

เขามองเธอด้วยสีหน้าที่เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง

แต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูด

และภาพสุดท้าย

วันที่เขายืนอยู่หน้าฉากหลังสีขาว

คนเดียว

ไม่มีเธออยู่ข้าง ๆ

มินตราหลับตาลงชั่วครู่

เธอไม่ร้องไห้

ไม่ใช่เพราะไม่เสียใจ

แต่เพราะเธอรู้ว่า

บางความรู้สึกไม่จำเป็นต้องมีน้ำตาเพื่อพิสูจน์ว่ามันมีอยู่จริง

เสียงลิฟต์ดังขึ้น

ชั้นที่เธอต้องลงมาถึงแล้ว

ประตูเปิดออก

มินตราลืมตา

ก้าวออกจากลิฟต์

เดินต่อ

โดยไม่หันกลับไปมองเงาของตัวเองในกระจก

เพราะถ้าเธอยืนอยู่นานกว่านั้น

เธออาจถามตัวเองว่า

ทำไมถึงยังคิดถึงเขา

ทั้งที่เป็นคนบอกเขาเองว่า

ถ้าผิด เธอจะไม่โกหกให้

ถ้าไม่ผิด เธอจะอยู่จนจบเรื่อง

เธอรักษาคำพูดของตัวเองแล้ว

เธออยู่จนถึงวันที่เขาแถลงข่าว

และเมื่อเขาเลือกยืนรับผิดชอบด้วยตัวเอง

เธอก็ถอยออกมา

ไม่ใช่เพราะไม่สนใจ

แต่เพราะเคารพการตัดสินใจของเขา

มินตราเดินกลับมาที่โต๊ะ

เปิดคอมพิวเตอร์

หน้าจอแจ้งเตือนข่าวใหม่ปรากฏขึ้น

ชื่อของคิรินยังอยู่ในข่าว

แต่เธอไม่ได้กดเข้าไปดู

เธอปิดการแจ้งเตือน

แล้วเปิดตารางงานแทน

ชื่อของศิลปินคนใหม่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

เธอเริ่มจัดตาราง

ประชุม

ฝึกงาน

ถ่ายรายการ

สัมภาษณ์

ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

ช่วงบ่าย ศิลปินหน้าใหม่เดินมาหาเธออีกครั้ง

“พี่มินตราครับ”

“คะ?”

“ผมถามอะไรได้ไหมครับ?”

“ได้ค่ะ”

“ถ้าวันหนึ่งผมดังมาก ๆ แล้วมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับผม พี่จะทำยังไงครับ?”

มือของมินตราหยุดอยู่เหนือแป้นพิมพ์

คำถามนั้นตรงเกินไป

เธอเงยหน้ามองเขา

“ฉันจะถามความจริงก่อนค่ะ”

เด็กหนุ่มพยักหน้า

“แล้วถ้าผมผิด?”

“ฉันจะบอกให้คุณรับผิดชอบ”

“ถ้าผมไม่ผิด?”

“ฉันจะช่วยหาหลักฐาน”

“แล้วถ้าข่าวแรงมากจนคนทั้งประเทศเกลียดผม?”

มินตรานิ่งไปครู่หนึ่ง

“คุณไม่จำเป็นต้องทำให้คนทั้งประเทศกลับมาชอบคุณในวันเดียวค่ะ”

“แล้วต้องทำยังไง?”

“ทำสิ่งที่ถูกต้องไปทีละอย่าง”

เด็กหนุ่มมองเธอ

“พี่เคยดูแลคนที่เจอเรื่องแบบนี้ไหมครับ?”

คำถามนั้นทำให้หัวใจของเธอสะดุด

แต่เธอไม่แสดงออก

“เคยค่ะ”

“แล้วเขาเป็นยังไงบ้าง?”

มินตรามองออกไปนอกหน้าต่าง

แสงแดดยาายตกกระทบอาคารฝั่งตรงข้าม

เธอนึกถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง

ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไร

ไม่รู้ว่าเขายังดูข่าวหรือไม่

ไม่รู้ว่าเขายังนอนไม่หลับหรือเปล่า

ไม่รู้ว่าเขาจะคิดถึงเธอบ้างไหม

แต่เธอรู้ว่า

เขาเลือกทางของตัวเองแล้ว

และเธอเองก็เลือกทางของตัวเองเช่นกัน

“เขาจะผ่านมันไปได้ค่ะ”

เธอตอบ

“พี่มั่นใจเหรอครับ?”

มินตรายิ้มบาง ๆ

“เพราะเขาเป็นคนที่ยอมรับความจริงได้”

เธอไม่ได้พูดต่อ

และเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ถามอีก

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน มินตราเก็บเอกสารลงแฟ้ม

ชื่อของศิลปินหน้าใหม่ยังคงอยู่บนปก

เธอถือมันไว้ในมือ

ก่อนเดินออกจากบริษัท

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนสี

ผู้คนเดินสวนกันไปมา

รถวิ่งผ่านถนน

เสียงเมืองยังคงดังเหมือนทุกวัน

ชีวิตของเธอยังคงเดินต่อไป

แม้จะมีบางคนไม่ได้เดินอยู่ข้าง ๆ แล้ว

มินตราหยุดอยู่หน้าประตูบริษัทครู่หนึ่ง

เธอเปิดโทรศัพท์

หน้าจอแสดงรายชื่อผู้ติดต่อ

นิ้วของเธอเลื่อนผ่านชื่อหลายชื่อ

ก่อนหยุดอยู่ที่ชื่อหนึ่ง

คิริน

เธอมองชื่อนั้นนาน

ไม่ได้กดโทร

ไม่ได้ส่งข้อความ

เพียงมองอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนล็อกหน้าจอ

แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า

เธอไม่ได้ลบชื่อเขา

เพราะการลบไม่ได้ทำให้ความทรงจำหายไป

และเธอก็ไม่ได้ต้องการลืม

บางคนไม่ได้อยู่ในชีวิตของเราในฐานะเดิมอีกแล้ว

แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยสำคัญ

มินตราเดินต่อไป

ไม่หันหลัง

เพราะเธอรู้ว่า

บางคน

ถูกเก็บไว้ในความทรงจำ

ไม่ใช่ในตารางงาน

และบางที

นั่นอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักใครสักคน

ไม่ต้องรั้ง

ไม่ต้องตาม

ไม่ต้องเรียกร้อง

เพียงหวังว่า

วันหนึ่ง

เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดไปได้

พวกเขาจะยังจำได้ว่า

ครั้งหนึ่ง

เคยมีใครคนหนึ่ง

ยืนอยู่ข้างกัน

ในวันที่ทั้งโลกกำลังมอง

แม้สุดท้าย

เส้นทางของทั้งคู่จะต้องแยกออกจากกันก็ตาม

มินตราเดินหายไปท่ามกลางผู้คน

พร้อมแฟ้มงานในมือ

และหัวใจที่ยังมีชื่อหนึ่งอยู่ในนั้น

ชื่อที่ไม่ได้อยู่บนตารางงานอีกต่อไป

แต่ยังอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel