รักที่ไม่อาจเปิดเผย

63.0K · ยังไม่จบ
ไม่มีตัวตน
25
บท
405
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เขาเป็นดาราดัง ชื่อของเขาขึ้นเทรนด์ได้ด้วยรอยยิ้มเดียว แฟนคลับนับไม่ถ้วน รายล้อมด้วยแสงแฟลชทุกวัน ส่วนเธอ… เป็นผู้จัดการที่ซื่อเกินกว่าจะเข้าวงการนี้ ไม่แต่งตัวเด่น ไม่พูดเอาใจ และไม่เคยขอถ่ายรูปคู่กับเขาเลยสักครั้ง

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักดาราผู้มีชื่อเสียงหนุ่มเจ้าสำราญ

ตอนที่ 1 ดารากับคนที่ไม่เคยมองกล้อง

ชื่อของคิรินปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์แทบทุกวัน

ไม่ว่าจะเป็นข่าวละครเรื่องใหม่ ภาพจากงานอีเวนต์ คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำ หรือเพียงแค่ภาพที่เขายิ้มให้กล้องระหว่างเดินผ่านสนามบิน ก็สามารถทำให้ชื่อของเขาขึ้นเทรนด์ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

คิรินเป็นนักแสดงหนุ่มที่อยู่ในช่วงขาขึ้นที่สุดของวงการ

ใบหน้าของเขาปรากฏอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตามห้างสรรพสินค้า นิตยสารหลายฉบับแย่งกันขึ้นปก และทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวในงานสาธารณะ เสียงกรี๊ดของแฟนคลับแทบจะดังจนกลบเสียงของพิธีกร

เขาคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้

แสงแฟลช

กล้องนับสิบตัว

เสียงเรียกชื่อ

คำชม

ของขวัญจากแฟนคลับ

รวมถึงสายตาที่มองเขาเหมือนกับว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา

เขาคุ้นเคยจนบางครั้งแทบลืมไปแล้วว่า ก่อนจะกลายเป็นดาราดัง เขาก็เคยเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่สามารถเดินเข้าไปซื้อกาแฟโดยไม่ต้องมีใครหันมามอง

แต่คนคนหนึ่งกลับไม่เคยปฏิบัติกับเขาแบบนั้นเลย

มินตรา

ผู้จัดการคนใหม่ของเขา

หญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ ที่ไม่ได้มีบุคลิกเหมือนผู้จัดการดาราที่เขาเคยพบ

เธอแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีพื้น กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ และกระเป๋าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเอกสาร ตารางงาน ยาสามัญประจำตัว และของใช้สารพัดอย่างที่เธอคิดว่าเขาอาจจำเป็นต้องใช้

ไม่มีเสื้อผ้าแบรนด์ดัง

ไม่มีเครื่องประดับราคาแพง

ไม่มีการแต่งหน้าเข้มเพื่อให้ตัวเองดูโดดเด่น

และที่สำคัญที่สุด

เธอไม่เคยขอถ่ายรูปกับเขา

แม้แต่ครั้งเดียว

วันแรกที่ทั้งคู่พบกัน มินตราถือแฟ้มตารางงานเข้ามาในห้องพักของเขา

เธอเปิดประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย

“สวัสดีค่ะ คุณคิริน”

คิรินที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมอง

“คุณคือผู้จัดการคนใหม่?”

“ค่ะ มินตราค่ะ ตั้งแต่วันนี้จะเป็นคนดูแลตารางงานทั้งหมดของคุณ”

เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

ไม่ใช่เพราะคิดว่าเธอแต่งตัวไม่ดี

แต่เพราะเขาแปลกใจ

ผู้จัดการคนก่อนของเขามักแต่งตัวเนี้ยบมาก พูดจาเก่ง เข้าสังคมเก่ง และรู้วิธีเอาใจนักแสดงชื่อดังอย่างเขา

แต่มินตรากลับนั่งลงตรงข้ามเขา เปิดแฟ้ม แล้วเริ่มพูดเรื่องงานทันที

“พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้ามีถ่ายรายการค่ะ สิบโมงประชุมกับทีมโฆษณา บ่ายสองถ่ายแบบ แล้วตอนห้าโมงเย็นมีงานเปิดตัวสินค้า”

คิรินกะพริบตา

“แค่นี้เหรอ?”

“มีอะไรอีกไหมคะ?”

“ปกติผู้จัดการคนใหม่ต้องแนะนำตัวมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?”

มินตรานิ่งไปครู่หนึ่ง

“คุณอยากรู้เรื่องอะไรคะ?”

เขาหัวเราะออกมา

“ไม่รู้สิ อย่างเช่น คุณชอบผลงานผมไหม หรือเคยดูละครผมเรื่องไหนบ้าง”

“เคยดูค่ะ”

“เรื่องไหน?”

“เรื่องล่าสุดค่ะ”

“แล้วชอบไหม?”

มินตราครุ่นคิดจริงจังจนเขาเกือบคิดว่าเธอจะตอบว่าไม่ชอบ

“สนุกดีค่ะ”

“แค่สนุกดี?”

“ค่ะ”

คิรินหัวเราะหนักกว่าเดิม

“คุณนี่พูดตรงดีนะ”

“ดิฉันคิดว่าคุณคงไม่อยากให้ฉันโกหกค่ะ”

ประโยคนั้นทำให้เขาหยุดหัวเราะ

มินตราก้มลงดูเอกสารต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“เดี๋ยว”

เธอหันกลับมา

คิรินมองเธอด้วยสีหน้าขบขัน

“คุณไม่ตื่นเต้นเหรอ ที่ได้ทำงานกับผม”

มินตรานิ่งไป

ก่อนตอบอย่างจริงใจที่สุด

“ไม่ค่ะ”

เขาเลิกคิ้ว

“ไม่เลย?”

“ค่ะ”

“ผมเป็นดาราดังนะ”

“ทราบค่ะ”

“แฟนคลับผมเยอะมาก”

“ทราบค่ะ”

“คนอยากถ่ายรูปกับผมเยอะมาก”

“ก็ทราบค่ะ”

“แล้วคุณไม่อยากถ่ายรูปด้วยเหรอ?”

มินตรามองเขาอย่างสงสัย

“จำเป็นต้องถ่ายด้วยเหรอคะ?”

คิรินถึงกับพูดไม่ออก

เธอถามด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนเขาไม่รู้จะตอบอย่างไร

สุดท้ายเขาหัวเราะออกมา

“ไม่จำเป็น”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องถ่ายค่ะ”

พูดจบเธอก็เดินออกไป

ทิ้งให้คิรินนั่งมองประตูอยู่คนเดียว

เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเคยเจอผู้คนมากมาย

ผู้จัดการ

ทีมงาน

นักข่าว

ผู้กำกับ

นักแสดง

แฟนคลับ

คนที่อยากรู้จักเขาเพราะชื่อเสียง

คนที่อยากเข้าใกล้เพราะผลประโยชน์

คนที่พูดดีกับเขาเพราะกลัวว่าเขาจะไม่พอใจ

แต่ไม่มีใครพูดกับเขาเหมือนมินตรา

เธอไม่ได้เย็นชา

ไม่ได้เกลียดเขา

ไม่ได้ดูถูกเขา

เธอเพียงแค่ไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นดาราดังแค่ไหน

สำหรับเธอ เขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบตารางงาน

แค่นั้น

หลายวันผ่านไป

คิรินเริ่มพบว่ามินตราเป็นผู้จัดการที่ประหลาดมาก

เธอไม่เคยชมเขาโดยไม่มีเหตุผล

ถ้าเขาทำงานดี เธอจะบอกว่า “วันนี้ทำได้ดีค่ะ”

ถ้าเขาทำงานช้า เธอจะบอกว่า “ต้องเร่งอีกนิดค่ะ”

ถ้าเขาลืมกินข้าว เธอจะวางกล่องอาหารไว้ตรงหน้าแล้วพูดว่า

“กินก่อนค่ะ”

ไม่มีคำว่า “พี่คิรินสุดหล่อ”

ไม่มีคำว่า “โอปป้า”

ไม่มีคำชมหวาน ๆ ที่ผู้จัดการบางคนใช้เพื่อทำให้นักแสดงอารมณ์ดี

แม้กระทั่งเวลาที่เขาเดินเข้ากองถ่ายด้วยเสื้อผ้าหรูราคาแพง เธอก็ยังพูดเพียงว่า

“วันนี้อากาศร้อน อย่าลืมดื่มน้ำค่ะ”

คิรินเริ่มสงสัย

เธอเป็นผู้จัดการของเขาจริง ๆ หรือเป็นผู้ดูแลเด็กอนุบาลกันแน่

วันหนึ่งหลังจากถ่ายงานเสร็จ เขาเดินกลับมาที่รถด้วยความเหนื่อย

มินตรายื่นขวดน้ำให้

“ดื่มค่ะ”

เขารับมา

“วันนี้ผมทำงานดีไหม?”

เธอหันมามองเขา

“ดีค่ะ”

“ชมจริง ๆ?”

“จริงค่ะ”

“แล้วไม่มีอะไรอีก?”

“ไม่มีค่ะ”

คิรินมองหน้าเธอ

“คุณนี่ชมคนไม่เป็นหรือไง?”

“ฉันชมเมื่อจำเป็นค่ะ”

“แล้วถ้าผมอยากได้กำลังใจล่ะ?”

มินตราเงียบไป

จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้าคุณเหนื่อย คุณพักได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลา”

คิรินชะงัก

ประโยคนั้นธรรมดามาก

แต่ไม่รู้ทำไมมันกลับติดอยู่ในหัวเขา

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกคนมักบอกเขาว่า

ต้องทำให้ดี

ต้องยิ้ม

ต้องดูดีที่สุด

ต้องรักษาภาพลักษณ์

ต้องเป็นคิรินที่แฟนคลับรัก

แต่ไม่มีใครเคยบอกเขาว่า

ถ้าเหนื่อยก็พักได้

คืนนั้นคิรินกลับถึงบ้านช้ากว่าปกติ

เขาเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา

ชื่อของตัวเองกำลังขึ้นเทรนด์อีกครั้ง

มีทั้งคำชมและข่าวลือ

ภาพของเขากับนักแสดงหญิงคนหนึ่งถูกนำไปพูดถึงอย่างกว้างขวาง

บางคนบอกว่าพวกเขากำลังคบกัน

บางคนบอกว่าเป็นการสร้างกระแส

บางคนกล่าวหาว่าเขาใช้ชื่อเสียงเพื่อโปรโมตละคร

คิรินเลื่อนอ่านไปเรื่อย ๆ

สีหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไป

เขาเคยชินกับข่าวลือ

แต่ครั้งนี้มันแรงกว่าปกติ

โทรศัพท์สั่นขึ้น

เป็นข้อความจากมินตรา

“พรุ่งนี้มีถ่ายตั้งแต่แปดโมงค่ะ อย่านอนดึกนะคะ”

คิรินมองข้อความนั้นอยู่นาน

เขาพิมพ์ตอบกลับไป

“คุณไม่เห็นข่าวเหรอ?”

อีกฝ่ายตอบกลับแทบจะทันที

“เห็นค่ะ”

“แล้วไม่คิดจะถามอะไรผมเหรอ?”

เงียบไปครู่หนึ่ง

ข้อความใหม่ปรากฏขึ้น

“ถ้าคุณอยากเล่า ฉันฟังค่ะ”

คิรินนิ่ง

เขาไม่รู้ว่าทำไมเพียงประโยคสั้น ๆ ถึงทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเบาลงเล็กน้อย

เธอไม่ได้ถามว่าเรื่องจริงหรือไม่

ไม่ได้ตัดสิน

ไม่ได้ตำหนิ

ไม่ได้พยายามเค้นคำตอบ

เธอเพียงบอกว่า

ถ้าเขาอยากเล่า เธอจะฟัง

คิรินเอนหลังพิงโซฟา

มองหน้าจอโทรศัพท์แล้วเผลอยิ้มออกมา

ก่อนพิมพ์ข้อความกลับไป

“มินตรา”

“คะ?”

“ขอบคุณนะ”

อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงคำเดียว

“ค่ะ”

คิรินหัวเราะเบา ๆ

แม้แต่คำขอบคุณก็ยังได้รับคำตอบเรียบ ๆ แบบนั้น

แต่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกว่า

บางทีการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่สนใจว่าเขาจะดังแค่ไหน

อาจเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากกว่าคำชื่นชมทั้งหมดที่ได้รับมาตลอดชีวิต

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ

เขาเริ่มจำได้แล้วว่า

เสียงของมินตราเป็นอย่างไรเวลาที่เรียกชื่อเขา

“คิริน”

ไม่มีคำว่า คุณคิริน

ไม่มีตำแหน่งดาราดัง

ไม่มีภาพลักษณ์

มีเพียงชื่อของเขา

ชื่อธรรมดา ๆ ที่ฟังดูแตกต่างอย่างประหลาด

ทุกครั้งที่เธอเรียก

หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

คิรินยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นเรียกว่าอะไร

เขารู้เพียงว่า

ตั้งแต่วันที่มินตราเข้ามาในชีวิต