ตอนที่ 3 : สิ่งที่เธอวางไว้ก่อนคำว่ารัก
มินตราปิดแท็บข่าวลงทีละหน้าจอ
ข่าวพาดหัวที่เต็มไปด้วยคำกล่าวหา
ภาพถ่ายที่ถูกนำไปตีความ
ความคิดเห็นจากผู้คนที่ไม่เคยรู้จักเขา
ทั้งหมดหายไปจากหน้าจอในที่สุด
เหลือเพียงหน้าจอสีดำที่สะท้อนใบหน้าของเธอ
เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคิริน
ไม่มีน้ำตา
ไม่มีความโกรธ
ไม่มีสีหน้าผิดหวังอย่างที่เขาแอบหวังว่าอาจจะได้เห็น
และที่สำคัญ
เธอไม่ได้ถามเขาว่า
“เรื่องนี้จริงไหม?”
คิรินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เขามองเธอเงียบ ๆ
หัวใจของเขาหนักอึ้งขึ้นทีละน้อย
เพราะเขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจ
ถ้าเธอโกรธ
อย่างน้อยเขาก็ยังรู้ว่าเธอรู้สึกอะไร
ถ้าเธอร้องไห้
อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าข่าวเหล่านั้นมีผลกับเธอ
แต่เธอกลับนิ่ง
นิ่งจนเขาไม่สามารถอ่านความคิดของเธอได้เลย
มินตราหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา
จัดกระดาษแต่ละแผ่นให้ตรง
จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนทุกครั้ง
“ฉันต้องรายงานตามขั้นตอนค่ะ”
คิรินชะงัก
คำพูดนั้นเป็นประโยคที่เขาคุ้นเคย
เขาเคยได้ยินมันจากเธอหลายครั้ง
ตอนต่อรองตารางงาน
ตอนจัดการเรื่องสัญญา
ตอนมีปัญหากับทีมงาน
ตอนที่ต้องปกป้องศิลปินคนอื่นในค่าย
มินตราใช้เสียงแบบเดียวกันเสมอ
เสียงของผู้จัดการ
ไม่ใช่เสียงของผู้หญิงที่กำลังพูดกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเธออาจมีความรู้สึกด้วย
“รายงานอะไร?”
เขาถาม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร
“รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดตามข้อเท็จจริงค่ะ”
“แล้วถ้ารายงานนั้นทำให้ผมเสียงาน?”
“ถ้าเป็นผลจากความจริง เราก็ต้องรับผิดชอบค่ะ”
คิรินเงียบ
เขามองเธอเหมือนกำลังพยายามหาคำตอบบางอย่างจากใบหน้าเรียบนิ่งนั้น
“คุณจะไม่ช่วยผมเหรอ?”
คำถามหลุดออกมาเบามาก
มินตราหยุดมือ
เธอมองเขา
“ฉันกำลังช่วยคุณอยู่ค่ะ”
“แบบนี้เรียกว่าช่วยเหรอ?”
“ค่ะ”
“ด้วยการรายงานทุกอย่าง?”
“ด้วยการไม่โกหกค่ะ”
คำตอบนั้นแทงเข้าไปในใจเขาอย่างตรงไปตรงมา
คิรินเบือนหน้าหนี
เขาไม่ควรรู้สึกแบบนี้
เขารู้
เธอพูดถูก
ถ้าเธอโกหกเพื่อช่วยเขา วันหนึ่งความจริงก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี
และเมื่อถึงวันนั้น ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของเขาจะเสียหาย
เธอก็อาจสูญเสียอาชีพไปด้วย
แต่หัวใจของเขากลับไม่ได้คิดอย่างมีเหตุผล
ในวินาทีนั้น
เขาอยากให้เธอเลือกเขา
ไม่ใช่กฎ
ไม่ใช่ระบบ
ไม่ใช่หน้าที่
เขาอยากให้เธอบอกว่า
“ฉันเชื่อคุณ”
โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข
เขาอยากให้เธอปิดแฟ้ม
วางทุกอย่างไว้ข้างหลัง
แล้วเดินมาหาเขา
บอกว่าต่อให้คนทั้งโลกไม่เชื่อ
เธอก็ยังอยู่ข้างเขา
แต่ความจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น
มินตราไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น
เธอไม่ได้รักใครจนลืมเหตุผล
เธอไม่ได้ยอมทิ้งหลักการเพราะความรู้สึก
และนั่นทำให้คิรินทั้งเจ็บและเคารพเธอในเวลาเดียวกัน
“ถ้าคุณผิด”
มินตราพูดขึ้นช้า ๆ
“ฉันจะไม่โกหกให้ค่ะ”
คิรินกำมือแน่น
เธอพูดต่อ
“ถ้าคุณไม่ผิด ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้จนจบเรื่อง”
เขาเงยหน้าขึ้น
สายตาของทั้งสองสบกัน
ประโยคของเธอไม่มีคำหวานแม้แต่คำเดียว
ไม่มีคำว่าเชื่อใจตลอดไป
ไม่มีคำว่าสัญญาว่าจะอยู่ข้างเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่กลับหนักแน่นกว่าคำปลอบใจทุกคำที่เขาเคยได้ยิน
ถ้าคุณผิด ฉันจะไม่โกหกให้
ถ้าคุณไม่ผิด ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้จนจบเรื่อง
แค่นั้น
แต่สำหรับคิริน มันกลับมากพอ
เพราะอย่างน้อย
เธอยังไม่ได้เดินจากไป
“คุณไม่กลัวเหรอ?”
เขาถาม
“กลัวค่ะ”
“กลัวอะไร?”
“กลัวว่าถ้าจัดการเรื่องนี้ผิด คุณจะเสียโอกาสทางการงาน”
คิรินมองเธอ
“แล้วถ้าคุณเสียงานเพราะผมล่ะ?”
มินตราเงียบไป
คำถามนั้นทำให้เธอหลุบตาลงเล็กน้อย
มือที่กำลังจัดเอกสารหยุดนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที
หัวใจของเธอเองก็ไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่แสดงออก
เธอรู้ดีว่าคำพูดของคิรินหมายถึงอะไร
เธอรู้ดีว่าเขากำลังมองเธอในแบบที่แตกต่างจากเดิม
และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ
เธอเองก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน
แต่ความรู้สึกไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เธอทำผิด
เธอจึงตอบเพียงว่า
“ถ้าฉันทำงานโดยไม่ยึดหลักที่ถูกต้อง ต่อให้ไม่เสียงานวันนี้ ฉันก็อาจเสียความน่าเชื่อถือในวันหน้าอยู่ดีค่ะ”
คิรินหัวเราะเบา ๆ
แต่เสียงหัวเราะนั้นไม่มีความขบขันอยู่เลย
“คุณนี่จริงจังกับทุกเรื่องจริง ๆ”
“เรื่องงานต้องจริงจังค่ะ”
“แล้วเรื่องผมล่ะ?”
มินตราเงียบ
คำถามนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
คิรินเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาพูดอะไรออกไป
เขารีบหลบสายตา
แต่คำถามนั้นไม่สามารถย้อนกลับได้
มินตราวางแฟ้มลงบนโต๊ะ
“เรื่องของคุณก็เป็นเรื่องงานของฉันค่ะ”
คำตอบนั้นชัดเจน
แต่กลับทำให้คิรินรู้สึกเจ็บอย่างประหลาด
เพราะเขาไม่อยากเป็นแค่ “งาน”
ไม่ใช่อีกต่อไป
เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร
อาจเป็นวันที่เธอไม่ขอถ่ายรูปกับเขา
อาจเป็นวันที่เธอบอกให้เขาพักเมื่อเหนื่อย
หรืออาจเป็นคืนที่เธอส่งข้อความมาว่า
ถ้าคุณอยากเล่า ฉันฟังค่ะ
เขาไม่รู้
รู้เพียงว่าตอนนี้
คำว่า “งาน” ฟังดูไกลเกินไป
ทั้งที่เธอนั่งอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่เมตร
มินตราลุกขึ้น
เก็บเอกสารทั้งหมดลงในแฟ้ม
เธอทำทุกอย่างอย่างเป็นระเบียบ
มือไม่สั่น
น้ำเสียงยังเหมือนเดิม
แต่ไม่มีใครรู้ว่าในอกของเธอกลับวุ่นวายกว่าที่แสดงออกมามาก
เธอไม่ได้ไร้ความรู้สึก
เธอเพียงรู้ว่าความรู้สึกของตัวเองไม่ควรเป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินความจริง
เธอเองก็อยากเชื่อเขา
อยากเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด
อยากเชื่อว่าข่าวทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด
แต่เธอไม่สามารถพูดว่าเชื่อได้
จนกว่าจะมีหลักฐาน
เพราะถ้าเธอเลือกเขาเพียงเพราะหัวใจ
วันหนึ่งหากพบว่าเขาผิดจริง
สิ่งที่เธอเสียไปอาจไม่ใช่แค่หน้าที่
แต่อาจเป็นความไว้วางใจของเขาเองด้วย
มินตราจึงเลือกวิธีที่ยากที่สุด
ยืนอยู่ข้างความจริง
แม้ว่าความจริงนั้นอาจทำให้เธอต้องเสียเขาไป
“วันนี้คุณพักก่อนนะคะ”
เธอพูด
คิรินเงยหน้าขึ้น
“แล้วคุณจะไปไหน?”
“ไปจัดการเรื่องเอกสารกับฝ่ายบริษัทค่ะ”
“ตอนนี้เลย?”
“ค่ะ”
“คุณไม่เหนื่อยเหรอ?”
“เหนื่อยค่ะ”
เธอตอบตรง ๆ
“แต่ยังมีงานต้องทำ”
คิรินมองเธอ
ในที่สุดเขาก็ถามคำถามที่อยู่ในใจมานาน
“มินตรา”
เธอหยุดอยู่ตรงประตู
“คะ?”
เขาอยากพูดว่า
อย่าไป
อยากบอกว่า
อยู่กับผมอีกหน่อย
อยากถามว่า
ถ้าผมไม่ได้เป็นดารา คุณจะยังมองผมเหมือนเดิมไหม
แต่สุดท้ายเขากลับพูดเพียง
“ขอบคุณ”
มินตรามองเขา
“เรื่องอะไรคะ?”
“ที่ยังอยู่”
เธอนิ่งไป
ดวงตาของเธออ่อนลงเล็กน้อย
“ฉันบอกแล้วค่ะ”
“ถ้าคุณไม่ผิด ฉันจะอยู่จนจบเรื่อง”
พูดจบเธอก็เปิดประตู
แล้วเดินออกไป
ประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา
คิรินนั่งอยู่คนเดียว
ความเงียบกลับเข้ามาแทนที่
เขามองห้องกว้างที่เมื่อครู่ยังมีเสียงของเธอ
เสียงกระดาษ
เสียงเปิดแฟ้ม
เสียงเลื่อนโทรศัพท์
เสียงเรียบ ๆ ที่คอยบอกว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ
ตอนนี้ไม่มีแล้ว
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
หน้าจอยังคงเต็มไปด้วยการแจ้งเตือน
ข่าวยังไม่หยุด
ความคิดเห็นยังเพิ่มขึ้น
แฮชแท็กชื่อของเขายังติดอันดับ
โลกนอกยังคงวุ่นวาย
แต่คิรินกลับไม่ได้สนใจมันอีกแล้ว
เขากำลังคิดถึงเพียงคนที่เพิ่งเดินออกจากห้อง
