ตอนที่4 อีกไม่นาน
ตอนที่4 อีกไม่นาน
หลายเดือนต่อมา...
“น้อยใจจัง เมียไม่ให้อยู่ด้วย” เสียงงอแงของร่างสูงเอ่ยขึ้นเหมือนเด็กทั้งที่อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว
“ไม่ต้องมาพูดดีเลยค่ะ ให้อยู่ด้วยทีไรไม่เคยได้นอนดี ๆ สักวัน”
ฉันว่าออกไปตามตรง เพราะเมื่อไหร่ที่พี่ดินนอนกับฉัน หรือว่าฉันไปนอนกับเขาวันนั้นจะเป็นวันที่ฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะว่าหมดแรงไปก่อน
ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าปกติฉันกับพี่ดินไม่ได้อยู่ด้วยกันจริงจัง เราอยู่ด้วยกันบ้างบางวัน แต่บางวันเราก็แยกกันอยู่ ก็ประมาณไป ๆ มา ๆ นั่นแหละ เป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นปัญหากับการคบกันของเรา เพราะเราเจอกันบ่อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะวันอาทิตย์ที่เป็นวันครอบครัวถ้าไม่มีงานด่วนเราสองคนต้องไปเที่ยวหรือกินข้าวด้วยกัน
“แต่งงานเมื่อไหร่จะไม่ปล่อยให้ไล่เลยคอยดู” พี่ดินว่าขึ้นอย่างคาดโทษ
แล้วที่ฉันกับพี่ดินยังไม่ได้แต่งงานกันทั้งที่มันผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ไม่ใช่อะไรหรอก พอดีฤกษ์แต่งของเราสองคนต้องรอปีหน้านั่นเอง ก็ประมาณอีกหกถึงเจ็ดเดือนได้ นั่นเป็นฤกษ์ที่ดีที่สุดแล้ว ผู้ใหญ่ก็เลยบอกให้รอไปก่อน
“ถึงตอนนั้นข้าวคงไม่ไล่ไปไหนแล้วค่ะ”
ฉันว่าขึ้นตามที่คิด แต่งแล้วก็อยู่ด้วยกันแล้ว ไม่แยกกันอยู่แบบนี้แน่นอน
แล้วที่แยกกันอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะว่าทางบ้านไม่อนุญาตหรอกนะ แต่มันก็ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง เช่นทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง(ที่ไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่) แต่หลัก ๆ ก็คือเรื่องที่ทำงานนั่นแหละ คนเราจะอยู่ที่ไหนสักที่ ก็ต้องเลือกที่ที่ใกล้และสะดวกกับสิ่งหนึ่ง เช่น ที่ทำงาน มหาลัยเป็นต้น อย่างฉันกับพี่ดินตอนนี้ไง
“ตอนนี้พี่ทำเรื่องซื้อคอนโดใหม่แล้วนะ เอาที่อยู่กลางระหว่างที่ทำงานของเราสองคน จะได้ไม่ต้องลำบาก” พี่ดินพูดขึ้น
“ค่ะ อยากทำอะไรก็เอาที่พี่ดินสะดวกเลยค่ะ”
“เห้อ! แต่ก็อีกนานกว่าจะเสร็จ ไม่อยากรอแล้วอ่ะ!” แล้วพี่ดินก็งอแงขึ้นอีกครั้ง
“เราก็นอนด้วยกันทุกสุดสัปดาห์แล้วนี่คะ อีกไม่กี่เดือนก็แต่งงานกันแล้ว ตอนนั้นต่อให้ไกลยังไงข้าวก็จะอยู่กับพี่ค่ะ”
ฉันจับหน้าหล่อก่อนจะพูดและส่ายไปส่ายหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว
“ก็คิดถึงอ่ะ อยากอยู่ด้วยกันทุกวัน”
“ข้าวก็อยากอยู่กับพี่ดินทุกวัน แต่งานพี่ดินเยอะขนาดนี้ กว่าจะขับรถมาถึงคอนโดข้าว ตอนเช้าก็ต้องตื่นเช้ากว่าปกติอีก แบบนี้มันทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอรู้ไหม”
ฉันบอกเหตุผลเขาขึ้น ส่วนจะให้ฉันไปเองก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะงานฉันก็เยอะพอตัว ตอนนี้ฉันอยู่ในตำแหน่งรองประธานเลยนะ งานไม่เยอะก็แปลก
“ถ้าแต่งงานพี่จะไม่ให้ข้าวทำงานแล้วนะ เตรียมตัวเลี้ยงลูกอยู่บ้านก็พอ”
“อ้าว แล้วบริษัทพ่อข้าวละคะ”
“เดี๋ยวพี่ดูแลแทนข้าวเอง”
“งานที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้ไม่หนักพอเหรอคะ ถึงอยากหางานเพิ่ม”
ฉันแซวเขาขึ้น ทั้งที่ตัวเองก็ทำงานหนักมาก ๆ แล้ว ยังจะมาบอกให้ฉันเลิกทำงานอีก นี่ฉันมีเวลาทำงานอีกแค่หกเดือนเองแค่นั้นเหรอ
“หนักแค่ไหนก็ยอม แต่อยากให้เมียอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว พอพี่กลับบ้านไปก็เจอข้าว เจอลูก แบบนี้ต่อให้เหนื่อยกว่าเดิม แต่กลับบ้านไปพี่มีความสุขกว่า และก็หายเหนื่อยด้วย”
“ผู้ชายอะไรปากหวานจริง ๆ”
ขยันพูดจริงเลยคำพูดหวาน ๆ แบบนี้ ต่อให้บางครั้งจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันชอบ
“ปากกับข้าวคนเดียวรู้ไหม ไม่เชื่อลองชิมอีกรอบไหม”
ไม่ว่าเปล่า พี่ดินยังดันฉันนอนราบไปกับโซฟาอีกครั้งก่อนจะตามมาคร่อมฉันไว้
“พอแล้ว ข้าวหมดแรงแล้วเนี่ย”
ครั้งนี้เป็นฉันงอแงเอง เพราะตั้งแต่เขามาถึงก็หากำไรจากฉันไม่หยุด
ฉันมองว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกันนะ ถึงแม้ว่าฉันกับพี่ดินยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรที่เราสองคนจะมีอะไรกันไม่ใช่เหรอ ฉันเองก็ไม่ได้หัวโบราณขนาดที่ต้องรอหลังแต่งงานขนาดนั้นด้วย
“ข้าวก็นอนเฉย ๆ ไง ที่เหลือเดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“พี่ดิน ไม่เอา!”
แต่คำว่าไม่เอาของฉันมันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับพี่ดินเลยสักนิด เพราะสุดท้ายแล้วฉันก็ต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้เขาอีกเหมือนเดิม แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมีแรงไปทำงานไหมเนี่ย ให้มันได้แบบนี้สิ
