ตอนที่3 แต่งงาน
ตอนที่3 แต่งงาน
แผ่นดิน
ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านของรวงข้าวตามสัญญาที่บอกว่าจะมารับเธอแล้ว ส่วนพ่อกับแม่เธอตอนนี้ก็คงไปรอที่ร้านก่อนแล้วนั่นเอง แล้วที่ผมไม่ได้ให้เธอไปกับพ่อแม่เธอ เพราะว่าผมอยากเป็นคนมารับเธอด้วยตัวเอง
“มาแล้วค่า” เสียงใสดังขึ้นพร้อมร่างบางที่เดินลงมาจากชั้นสองอย่างรีบร้อนเพราะเลทจากเวลาที่ผมนัดไว้ แต่ผมกลับไม่ได้โกรธเธอเลยสักนิด
กลับกัน หลังจากได้เห็นร่างบางในชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีแดงเลือดขับผิวขาวอมชมพูดของเธอ ด้านบนเป็นสายไขว้คอโชว์ไหล่บาง พร้อมเว้าช่วงขาหน้าขึ้นมาเล็กน้อยให้เห็นขาเรียวยาว มันทำให้ผมรู้สึกพอใจ เด็กน้อยของผมแต่งตัวเก่งไม่เปลี่ยน และยังทำให้ผมตกตะลึงได้ทุกครั้งที่เห็นเธอ
“รอนานไหมคะ” ร่างบางเดินมาหยุดตรงหน้าผมก่อนจะถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“นานกว่านี้ก็รอได้” ผมตอบกลับตามใจคิด เพราะไม่ว่านานแค่ไหน ผมก็รอเธอได้ และจะรอแค่เธอคนเดียว
“ปากหวานตลอดเลยนะคะ” ปากเล็กยู่ขึ้นว่าออกมา
“ลองชิมดูหน่อยไหม” ว่าจบผมก็ก้มไปจูบปากเล็กนั่นด้วยความรักใคร่ทันที ปากเล็กที่ผมเคยครอบครองเพียงคนเดียว ปากเล็กที่ผมหวงแหนมาก
“อื้อ พอแล้วค่ะ เดี๋ยวไม่ได้กินข้าวพอดี”
รวงข้าวดันผมออกก่อนจะพูดขึ้น แต่ก็ถูกของเธอนั่นแหละ ขืนนานกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ได้ออกจากบ้านกันพอดี
“งั้นไปกันดีกว่าครับ” ผมจูงมือเล็กออกจากบ้านมาขึ้นรถ ก่อนจะขับออกจากบ้านไปยังร้านอาหารที่ผมเตรียมไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ
รวงข้าว
“ร้านน่ารักจังเลยค่ะ” ฉันพูดขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในร้านอาหารที่เต็มไปด้วยลูกโป่งและดอกไม้เต็มไปหมด บรรยากาศในร้านทั้งดีและตกแต่งได้น่ารักมาก ๆ
“พี่ออกแบบเองเลยนะ” พี่ดินบอกฉันขึ้น
“พูดจริงปะเนี่ย” ฉันเชื่อเขาอยู่แล้ว เพราะคู่หมั้นของฉันเก่งด้านนี้ แต่ฉันก็อยากหยอกเขาไปงั้นแหละ
“พี่เคยโกหกข้าวเหรอ”
“อืม คิดก่อนได้ไหม”
ฉันทำท่าคิดหนัก ทั้งที่จริง ๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลยสักนิด เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา พี่ดินไม่เคยโกหกอะไรฉันเลย ไม่ใช่ว่าฉันจับไม่ได้แล้วคิดไปเองหรอกนะ แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ
“หวานไม่สงสารคนแก่เลยนะลูก” แล้วเสียงคุณป้า แม่ของพี่ดินก็ดังขึ้น ทำให้ฉันหันไปยิ้มให้ท่าน
“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า” ฉันยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่รักและเคารพไม่ต่างจากพ่อแม่ฉัน
“ไม่ค่อยอยากได้ยินเรียกป้ากับลุงแล้วสิ”
แม่พี่ดินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม พวกท่านก็บอกให้ฉันเรียกพ่อกับแม่ตั้งแต่ฉันกับพี่ดินคบกันแล้ว แต่ฉันชินแบบนี้นี่หนา เรียกลุงเรียกป้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ
“เรียกลุงป้า หรือพ่อแม่ ข้าวก็รักเหมือนเดิมนะคะ” ฉันหยอกเย้าคุณลุงคุณป้าขึ้น
“เด็กคนนี้นี่ เป็นแบบนี้จะไม่ให้รักได้ยังไง”
คุณป้าว่าขึ้นอย่างพอใจ แต่คนแก่ก็แบบนี้แหละ มีลูกหลานคอยหยอกเย้าก็มีความสุขแล้ว
“มานั่งกันลูกมา” แม่ฉันเรียกขึ้น
“มานานหรือยังพวกแก” ฉันเดินไปนั่งข้างเพื่อน ส่วนอีกข้างแน่นอนว่าต้องเป็นพี่ดินนั่นเอง
“พึ่งมาถึงก่อนแกไม่นาน” ไข่หวานกระซิบตอบ
“ร้านน่ารักมากเลยอ่ะ” เนยขยับมากระซิบอีกคน
“อื้อ พี่ดินออกแบบเองเลย” ฉันไม่ได้อวดนะ แต่ก็อวดแฟนนั่นแหละ
“หมั่นไส้ได้ไหม” แล้วไข่หวานก็ว่าขึ้น
“ก็หาสิจ๊ะ จะได้ไม่ต้องหมั่นไส้เพื่อน”
“เชอะ” ฉันขำกับท่าทางของเพื่อนตัวเอง
ไม่นานอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะไปหมด แน่นอนว่าวันนี้พี่ดินเหมาร้านไปแล้ว ทำให้ทั้งร้านมีเพียงโต๊ะเราโต๊ะเดียว ส่วนสมาชิกก็มีครอบครัวฉัน ครอบครัวพี่ดิน เพื่อนฉัน แล้วก็เพื่อนพี่ดินที่พึ่งตามมานั่นเอง
เราทุกคนนั่งทานอาหารกันไป พูดคุยกันไปเรื่อยพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขและเป็นกันเอง เพราะทุกคนรู้จักกันดี จนทานข้าวเสร็จ
พรึ่บ! อยู่ ๆ ไฟในร้านก็ดับลงบวกกับเวลาตอนนี้มันดึกแล้ว ทำให้ตอนนี้ในร้านค่อนข้างมืด แต่ไม่นานก็เริ่มมีแสงสว่างผุดขึ้นทีละดวง ๆ จากเทียน ก่อนจะมันจะไล่ติดกันจนรอบร้านทำให้มีความสว่างมากพอให้เห็นทุกอย่างด้านในเหมือนเดิม
แล้วเสียงดนตรีก็ดังขึ้น เป็นดนตรีจังหวะเบา ๆ ฟังสบาย ๆ เหมาะกับการออกไปเต้นรำมาก แต่เดี๋ยวนะ
“พี่ดินไปไหนเหรอคะ”
ไฟดับไปไม่ถึงห้านาที แล้วทำไมพอสว่างขึ้นมาอีกทีพี่ดินไม่ได้นั่งอยู่ข้างฉันแล้วล่ะ เขาไปไหน แล้วไปตอนไหน มืด ๆ แบบนี้ไปไหนไม่บอกกันล่ะ แล้วเดินไปได้ยังไง
“นั่นสิ เมื่อกี้ก็ไม่ได้ยินเสียงลุกเลยนี่”
คุณป้าพูดขึ้นด้วยความแปลกใจไม่ต่างกัน นั่นเริ่มทำให้ฉันร้อนใจขึ้นมา
ฉันรีบหยิบโทรศัพท์กดโทรออกหาเบอร์พี่ดินทันที แต่โทรไปเท่าไหร่เขาก็ไม่รับสายเลย แล้วเขาไปไหน ปกติเขาไม่เคยไม่รับสายฉันแบบนี้นี่
“ป้าว่าเราช่วยกันออกไปตามหาตาดินกันดีกว่านะลูก!” คุณป้าพูดขึ้น และฉันก็เห็นด้วย
“ไปค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับลุกออกจากโต๊ะ
แต่พอเดินออกจากโต๊ะได้ไม่ถึงห้าก้าวกลับไม่ได้ยินเสียงใครเดินตามมาทำให้ฉันต้องหยุดและหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้ง
“คุณปะ...”
แต่คำพูดของฉันก็ถูกกลืนลงคออีกครั้งเมื่อฉันหันมาแล้วเจอพี่ดินยืนอยู่ด้านหลังของฉันพร้อมรอยยิ้ม
“จะไปตามหาพี่เหรอ” พี่ดินถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันยิ้มตามเลย
“พี่ดินไปไหนมาคะ รู้ไหมว่าข้าวเป็นห่วง!”
ฉันดุเขาออกไป แล้วดูสิ ยังมีหน้ามายิ้มไม่สำนึกผิดเลยสักนิด
“พี่ก็แค่ ไปเอาแหวน”
พี่ดินพูดพร้อมกับยกกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเล็ก ๆ ขึ้นมาตรงหน้าพร้อมกับเปิดมันออก
แน่นอนว่าด้านในมีแหวนเพชรเม็ดเล็กอยู่หนึ่งวง และมันก็ทำให้ฉันเริ่มไม่เข้าใจ และก็เริ่มเข้าใจเหมือนกัน
“พี่ดิน...”
ฉันเรียกพี่ดินออกมาก่อนจะเงียบไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไร และต้องการความชัดเจนกับสิ่งที่เขากำลังทำ ว่ามันใช่สิ่งที่ฉันคิดหรือเปล่า
ตุบ พี่ดินคุกเข่าลงตรงหน้าฉันโดยไม่ได้ตอบอะไร นั่นทำให้ฉันน้ำตาฉันไหลออกมาอย่างปลาบปลื้มใจทันที มาถึงขนาดนี้แล้วต่อให้เขายังไม่พูดอะไร ฉันก็รู้แล้วว่ามันคืออะไร
“แต่งงานกับพี่นะครับ” พี่ดินพูดขึ้น และมันก็ตอกย้ำความคิดของฉันได้เป็นอย่างดี
“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย”
เสียงเชียร์ของคนรอบข้างดังขึ้นทำให้ฉันเงยหน้าไปมองอีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าตอนนั้นทุกคนยืนล้อมรอบเราสองคนอยู่แล้ว นี่ทุกคนรู้อยู่แล้วเหรอว่าพี่ดินจะขอฉันแต่งงานวันนี้
“ว่าไงครับ ข้าวจะแต่งงานกับพี่ไหม”
พี่ดินถามซ้ำอีกครั้ง ฉันเลยหันกลับไปสนใจพี่ดินอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมา และตอบเขาออกไป
“แต่งค่ะ”
