บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 สิ่งที่ไม่อาจสลัดทิ้ง - 2

ตอนแรกนางคิดจะเปลี่ยนคนใหม่มาแทน แต่หากเปลี่ยนแล้วได้คนที่นิสัยไม่ต่างกัน ก็ไม่เห็นจะดีกว่าเดิมตรงไหน สู้ใช้สองคนนี้ต่อไปยังดีกว่า อย่างน้อยก็มีจุดอ่อนอยู่ในมือ ควบคุมได้ง่าย แถมยังใช้สืบข่าวความเคลื่อนไหวของหลี่หรงได้อีกด้วย

ภายหลังจากนั้น หนิงหนิงยังย้ำกำชับเป็นพิเศษอีกครั้ง บอกว่าหากหลี่หรงฟื้นขึ้นมา ต้องเน้นย้ำกับเขาให้ชัดเจน ว่าเป็นนางที่อยู่ข้างกายคอยดูแลเขาตลอดเวลา

ขันทีน้อยทั้งสองรีบรับคำอย่างแข็งขัน หนิงหนิงจึงพาหูป๋อและซานหูเดินทางกลับจวน

หลังจากหนิงหนิงจากไป หลงเชิ่งซึ่งยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดก็เคาะประตูแล้วเข้าไปในเรือนของหลี่หรง เมื่อเห็นเขานอนซมอยู่บนเตียง สีหน้าซูบซีด เมื่อแตะหน้าผากดูก็ร้อนผ่าว หลงเชิ่งจึงรีบชุบน้ำเย็นด้วยผ้าเช็ดหน้า แล้วนำมาวางไว้บนหน้าผากของเขา

ไม่นานนัก ขันทีน้อยสองคนก็ต้มยาเสร็จและยกเข้ามา คนหนึ่งเขย่าตัวหลี่หรงเบาๆ ปลุกให้ตื่นแล้วป้อนยาให้ ส่วนอีกคนหนึ่งนึกถึงคำสั่งของหนิงหนิง จึงยิ้มประจบแล้วเอ่ยว่า

“องค์ชายตัวประกันช่างมีวาสนาดียิ่งนัก เมื่อครู่ท่านหญิง”

ขันทีอีกคนที่กำลังป้อนยาทำท่าทีไม่สะทกสะท้าน แต่กลับยกเท้าเตะเขาเบาๆ พร้อมเหลือบตามองหลงเชิ่งหนึ่งครั้ง

ขันทีผู้นั้นเป็นคนเถรตรง มัวแต่คิดจะพูดตามที่หนิงหนิงสั่งจนลืมไปว่า หลงเชิ่งยังอยู่ตรงนั้น และคำพูดเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจเอ่ยต่อหน้าคนนอกได้ หากเกิดข่าวลือขึ้นมาจนทำลายชื่อเสียงของท่านหญิง พวกเขาก็หนีไม่พ้นต้องรับโทษ ดังนั้นขันทีน้อยจึงรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างฉับไว

“องค์ชายตัวประกันช่างมีวาสนาดียิ่งนัก เมื่อครู่องค์ชายสามทรงอยู่ดูแลท่านตลอดเวลาเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

หลี่หรงที่ถูกไข้เผาจนสติเลอะเลือน เพิ่งดื่มยาหมดคำแทบสำรอกออกมาในทันที

เขาเหลือบมองหลงเชิ่งด้วยสายตาหม่นมืด ก่อนจะเอนตัวลงนอน แล้วพลิกกายหันหลังให้ ใช้แผ่นหลังแสดงออกอย่างเงียบงันว่าไปให้พ้น

หลงเชิ่งผู้ซื่อตรงกลับคิดว่าหลี่หรงคงป่วยหนักจนไม่อยากพูดคุย จึงลุกขึ้นกำชับอีกสองสามประโยค แล้วจึงจากไป

ขันทีทั้งสองก็ถือชามยาออกไปเช่นกัน ภายในเรือนอันมืดสลัวจึงเหลือเพียงหลี่หรงเพียงลำพังอีกครั้ง

ดีมาก คนที่น่ารังเกียจล้วนไปกันหมดแล้ว หลี่หรงคิดในใจ

ภายในเรือนเงียบสงัดจนผิดปกติ ด้านนอกก็ไร้เสียงใด โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เช่นนี้แหละงจะเป็นเรื่องปกติ เขาคิดอยู่ในใจ ได้อยู่เงียบๆ คนเดียวเช่นนี้ช่างดีเหลือเกิน

ขณะนั้นเอง ขนตาเรียวยาวก็สั่นไหวเบาๆ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ แย้มเปลือกตาขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่งด้วยความฉงน

จากใต้ผ้าห่มมีเสียงกรอบแกรบดังขึ้น หลี่หรงชักมือออกมา และหยิบสิ่งของประหลาดชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู เขากำก้านไม้เรียวบางนั้นไว้ มองอยู่เนิ่นนานด้วยความสับสน

บนก้านไม้นั้นมีของกลมๆ คล้ายลูกอม ห่อด้วยกระดาษน้ำมัน บนกระดาษวาดภาพส้มสีเหลืองอ่อนเอาไว้

นี่มันอะไรกัน เป็นขนมหรือ เหตุใดจึงทำออกมาในรูปลักษณ์ประหลาดเช่นนี้ เขายกมันขึ้นมาใกล้จมูก สูดดมเบาๆ ก็ได้กลิ่นผลไม้ที่คุ้นเคยลอยมา

เปรี้ยวอมหวาน คล้ายกับคนที่เคยปรากฏในความฝัน ทำให้ในใจพลันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เป็นความรู้สึกจางๆ คล้ายความชื่นบานยินดี

ความรู้สึกเช่นนี้ เขาแทบไม่เคยมีมาก่อน ใครกันเป็นคนให้เขา

ผู้ที่มาที่นี่ในช่วงเช้านอกจากบรรดาแม่นมเฒ่าน่าขยะแขยงสามคนนั้น ก็มีเพียงขันที หลงเชิ่ง และซูซ่านหนิง นางปีศาจผู้นั้น

เพียงคิดถึงตรงนี้ หลี่หรงก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะสะบัดมือโยนลูกอมนั้นไปด้านข้างด้วยความรังเกียจ เขามีลางสังหรณ์ว่า นี่ต้องเป็นสิ่งที่ซูซ่านหนิงทิ้งไว้อย่างแน่นอน

เมื่อคิดถึงภาพอันน่าอัปยศที่ถูกนางเห็นเข้าเต็มตา อีกทั้งภายใต้อิทธิฤทธิ์ของยา เขายังไม่อาจควบคุมปฏิกิริยาของตนเองที่มีต่อนางได้ หลี่หรงก็ยิ่งรู้สึกอับอายและโกรธแค้นจนแทบอยากตาย เขาเกลียดซูซ่านหนิงจนแทบกัดฟัน

ก่อนหน้านี้นางจงใจหยามเหยียดเขาต่อหน้าซูซ่านเหยาครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้แส้เฆี่ยนตี ทำให้เขาต้องเผยสภาพน่าอับอายต่อหน้าคนที่เขาหวงแหน บัดนี้กลับมาทำดีเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้อีก นางคิดว่าเขาเป็นอะไรกัน!

บรรดาผู้มีอำนาจเหล่านี้ เหยียบย่ำผู้คนราวกับสุนัข แล้วค่อยตบหน้าอีกที ก่อนจะโยนความหวานมาให้เพียงเล็กน้อย

ไม่สิ…อาจไม่ถึงขั้นนั้นด้วยซ้ำ หากแต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการ ทุบให้ต่ำก่อนแล้วค่อยยกให้สูง รอให้เขาคลายความระแวง แล้วค่อยฟาดลงมาอย่างรุนแรงในคราวเดียว

เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลี่หรงก็ฝืนลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก ก่อนจะเหวี่ยงลูกอมนั้นลงไปในกระถางถ่านดังโครม

ถ่านแดงแตกเสียงเปรี๊ยะๆ กระดาษน้ำมันค่อยๆ ละลาย ไม่นานนัก ลูกอมส้มก็ถูกความร้อนละลาย กลิ่นหวานหอมยิ่งทวีขึ้น แผ่ซ่านไปทั่วทั้งเรือน

กลิ่นประหลาดนั้นรุกเร้าไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ แทรกซึมเข้าไปในโพรงจมูก แล้วลามไปถึงทั่วทุกอณูในร่าง กลิ่นหอมสดชื่นชวนหวานนั้น ราวกับช่วยให้ศีรษะของเขาไม่ปวดร้าวเท่าเดิม แต่คิ้วของหลี่หรงกลับขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม

กลิ่นน่ารังเกียจเช่นนี้ เขาไม่อยากได้กลิ่นแม้แต่น้อย!

หลี่หรงหลับตาแน่น สูดลมหายใจแรงอยู่หลายครั้ง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมทั้งร่าง ซุกตัวลงไปเพื่อปิดกั้นกลิ่นหอมนั้นออกไปให้พ้นจากโลกของเขา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel