
บทย่อ
หนิงหนิงทะลุเข้ามาในนิยาย กลายเป็นตัวประกอบผู้ชั่วร้าย แต่นางตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ จนกระทั่งถูกผูกติดกับระบบปากร้ายที่เอาแต่หาเรื่องใส่หัวนางไม่หยุด แถมยังบังคับว่า ต้องด่าพระรองโรคจิตอีกด้วย
บทนำ
ซูหนิงหนิงเบิกตากว้างนิ่งราวปลาตาย มองลวดลายแกะสลักบนเพดานเตียงอยู่นานนับสิบนาที ก็ยังไม่อาจเชื่อได้ว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาในโลกนิยายแล้วจริงๆ
เสียงประตูดังเอี๊ยดเบาๆ ก่อนจะมีฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องด้านใน แต่เพียงก้าวเดียวก็หยุดกะทันหัน ตามด้วยเสียงน้ำหกกระจายดังโครม หนิงหนิงขยับสายตาไปมอง เห็นสาวใช้ผมมวยสองข้างทำหน้าแตกตื่น รีบก้มเก็บขันน้ำไม้ขึ้นมา พลางเงยหน้ามองนางด้วยความหวาดกลัว พูดตะกุกตะกักว่า
“คุณหนู คุณหนูรอง… ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ”
หนิงหนิงค้ำเตียงลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นนิดเหมือนจะส่งสัญญาณให้สงบ แต่สาวใช้กลัตอนรุดลงคุกเข่าบนพื้นเปียกทันที โขกหัวพลางร้องเสียงสั่น
“คุณหนูโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”
หนิงหนิงมองมือตัวเองที่ยกค้างอยู่อย่างเงียบงัน นางได้แต่คิดในใจว่า เจ้าของร่างนี้สมัยก่อนเป็นปีศาจร้ายขนาดไหนกัน ยังไม่ทันพูดอะไร ก็ทำเอาสาวใช้ตกใจจนเข่าทรุดเสียแล้ว
อีกครู่หนึ่ง สาวใช้คนที่สองถือถ้วยยาเข้ามา พอเห็นสภาพในห้อง ก็ยังไม่ทันรอให้นางเอ่ยอะไร รีบคุกเข่าตามทันที สองสาวใช้เลยแข่งกันโขกหัวดังไม่หยุด หนิงหนิงถึงอยากจะพูดอะไรสักคำก็ยังแทรกไม่ได้
นางพยายามจะห้ามอยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ มองแล้วถ้ายังโขกกันต่อไปเกรงว่าจะสลบคาพื้น หนิงหนิงเลยตัดสินใจตบเตียงดังปังหนึ่งทีแล้วตวาดขึ้นว่า
“พอได้แล้ว หยุดเดี๋ยวนี้”
เมื่อคุณหนูเอ่ยปาก ทั้งสองสาวใช้ก็ไม่กล้าขยับต่อ เงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทีสั่นระริก หน้าผากแดงเป็นปื้น พวกนางมองหนิงหนิงแบบหวาดหวั่น แต่กลับเห็นหนิงหนิงยังค้างมืออยู่ในท่าตบเตียง ดวงตาเบิกกว้าง ทั้งมึนงงทั้งตกใจ
หนิงหนิงเองก็ช็อกไม่น้อย เพราะทันทีที่นางตวาดออกไป จู่ๆ ในหัวก็มีเสียงเครื่องจักรดังขึ้นว่า
[แต้มสะสม +50 ขอต้อนรับสู่ระบบปากร้ายของตัวประกอบหญิง]
[ยินดีต้อนรับสู่โลกนิยายเรื่อง ตำนานคู่สวรรค์ ขณะนี้ท่านได้รับตอนเป็นตัวประกอบหญิงปากร้าย ซูซ่านหนิง ขอให้ท่านปฏิบัติตามภารกิจรายวันอย่างเคร่งครัด]
หนิงหนิงด่าขึ้นในใจหนึ่งคำเต็มๆ
ตำนานคู่สวรรค์เป็นนิยายรักย้อนยุค นางเอกก็คือพี่สาวต่างมารดาของร่างนี้ ซูซ่านเหยา ในนิยาย นางกับพระเอก องค์ชายสามแห่งแคว้นโจว หลงเชิ่ง ฟันฝ่าอุปสรรคจนได้อยู่ด้วยกัน และขึ้นเป็นฮ่องเต้กับฮองเฮา
ส่วนตัวประกอบหญิงอย่างซูซ่านหนิง กลับถูกจับแต่งให้กับองค์ชายตัวประกันต่างแคว้นผู้หลงรักนางเอก นามว่าหลี่หรง สุดท้ายชะตากรรมแสนโหดร้าย ถูกหลี่หรงที่กลับแคว้นไปแล้วลักพาตัวไป และลงโทษจนกลายเป็นกระโถนมนุษย์
เหตุผลที่หลี่หรงชิงชังซูซ่านหนิงยิ่งนัก ก็มีที่มาไม่น้อย เพราะซูซ่านหนิงผู้เป็นตัวร้าย มักกลั่นแกล้งพี่สาวต่างมารดามาตั้งแต่เด็ก พอรู้ว่าคนที่ตนหลงรักอย่างองค์ชายสามหลงใหลในตัวพี่สาว นางก็ยิ่งร้ายหนักกว่าเดิม และยังรังแกหลี่หรงซึ่งแอบรักนางเอกไปด้วย
พอถูกจับแต่งเข้าต่างแคว้น ทั้งอับอาย ทั้งโมโห ซูซ่านหนิงจึงยิ่งกระทำเลวร้ายสารพัด นางมีชายบำเรอ ย่ำยีศักดิ์ศรีหลี่หรง ทำร้ายทุบตีทุกทาง ไม่เคยให้เขามีวันที่สงบสุขเลย
เฮ้อ… เอาเป็นว่าตอนอ่านฉากนั้น หนิงหนิงเองยังโมโหจนกัดฟันกรอด พอซูซ่านหนิงถูกลงโทษ กลายเป็นกระโถนมนุษย์ นางยังรู้สึกสะใจจนกินข้าวได้เพิ่มอีกหนึ่งถ้วยด้วยซ้ำ
แต่พอถึงคราวที่ตัวเองต้องกลายเป็นซูซ่านหนิงจริงๆ หนิงหนิงกลับขำไม่ออกเลย ในหัวมีแต่ภาพจากในหนังสือผุดขึ้นมาไม่หยุด ภาพที่หลี่หรงยิ้มเหี้ยมขณะฟันแขนขาซูซ่านหนิงทีละท่อน ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของนาง เขายังจุ่มนิ้วลงไปในเลือดสดๆ ของนาง แต้มลงบนริมฝีปากสีซีดไร้เลือดของนาง แล้วชมด้วยน้ำเสียงพอใจว่า
“แบบนี้สิ…ถึงจะงาม”
หนิงหนิง: ……
ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา!
หนิงหนิงกรีดร้องในหัวลั่น นี่มันยังไงกันล่ะ นางอ่านนิยายทะลุมิติมากี่เรื่องๆ ก็ไม่เห็นมีเรื่องไหนเขียนแบบนี้สักเรื่อง ตัวร้ายหญิงแค่สำนึกผิด เปลี่ยนพฤติกรรม ก็ไม่ต้องเดินตามเส้นทางชั่วร้ายแล้ว บางเรื่องยังได้ทั้งผู้ชายทั้งทรัพย์สมบัติ กลายเป็นเหมือนผู้ชนะอีกต่างหาก
แต่ทำไมนางถึงต้องมาถูกมัดเข้ากับระบบขยะที่บังคับให้ปากร้าย นางจะล้างภาพตัวร้ายก็ทำไม่ได้ แบบนี้มันเท่ากับกดหัวนางส่งตรงไปเป็นกระโถนมนุษย์ชัดๆ
ขณะกำลังกลัวจนตัวแข็ง เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ไม่ต้องกังวล ระบบปากร้ายเป็นระดับเริ่มต้น เพียงแค่ปากคมใส่คนก็พอ ไม่จำเป็นต้องทำร้ายจริง และการด่าใครก็ได้แต้ม แต้มสามารถแลกของช่วยชีวิตได้ จะช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอดจนถึงตอนจบ]
อ้อ…อย่างนี้นี่เอง
ด้วยพื้นเพทางบ้าน หนิงหนิงเป็นคนปากกล้ามาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ใช่คนหาเรื่องใครก่อน ถ้าไม่มีใครมากวน นางก็อยู่เงียบๆ เหมือนไก่ในครัวเรือน การจะให้มาด่าใครพร่ำเพรื่อ แม้เป็นโลกในนิยาย นางก็ยังรู้สึกฝืนอยู่ดี
หนิงหนิงจึงลองพูดขึ้นในใจอย่างระแวง “ถ้าข้าไม่ด่าล่ะ”
ระบบตอบด้วยเสียงเย็นเฉียบ [จะถูกลบ เปลี่ยนคนแทน ขาดเจ้าไปหนึ่งก็ไม่เดือดร้อน]
หนิงหนิงรีบปิดปากทันที ตอนที่นางทะลุมิติเข้ามานั้นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์พอดี ตามสูตรของนิยายทะลุมิติ ร่างเดิมในโลกจริงของนางคงตายแล้ว การได้ทะลุเข้ามาก็เหมือนมีชีวิตใหม่ ถ้าโดนลบในโลกนี้อีก นั่นก็แปลว่าตายจริง
“ก็…ได้” หนิงหนิงตอบอย่างจำนน
ระบบกล่าวต่อ [ภารกิจวันนี้ ด่าคนสิบประโยค แต้มจะใช้แลกของในร้านค้า ขอให้พยายามเข้าล่ะ]
พอพูดจบ ระบบก็เงียบไป หนิงหนิงยังคงจมอยู่ในความวุ่นวายและตกใจ ขณะที่สองสาวใช้ที่ยังคุกเข่าอยู่ ก็เริ่มแอบส่งเสียงพึมพำกันเบาๆ
สองคนนั้น คนหนึ่งชื่อหูป๋อ อีกคนชื่อซานหู เป็นแฝดคู่หนึ่ง ในนิยายมีพูดถึงไว้ว่าทั้งคู่มีสัมผัสพิเศษ รู้สิ่งที่อีกฝ่ายคิดได้
ซานหูมองหูป๋อเงียบๆ “คุณหนูทำไมไม่พูดไม่ขยับเลย หรือว่าจะกลายเป็นคนโง่ไปแล้ว”
หูป๋อยกมุมปาก “คิดอะไรเพ้อฝัน ไม่มีเรื่องดีๆ แบบนั้นหรอก”
หนิงหนิงไม่รู้เลยว่าสองสาวใช้กำลังคิดอะไร นางกำลังเปิดดูร้านค้าของระบบอยู่ ในร้านค้านั้นมีชั้นวางเรียงเป็นหน้าๆ แต่ละชั้นเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสีเข้ม มีตัวเลขระบุอยู่ข้างหน้า ตอนนี้แต้มของนางมีแค่หนึ่งร้อย จะซื้ออะไรก็ไม่พอ ของทั้งหมดจึงยังไม่ถูกปลดล็อกสักชิ้น
หนิงหนิงปิดร้านค้า แล้วมองเห็นซานหูกับหูป๋อยังคุกเข่าอยู่บนพื้น จึงพูดว่า “ลุกขึ้นได้แล้ว”
ซานหูกับหูป๋อมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ดูท่าพูดดีๆ คงไม่ได้ผล หนิงหนิงจึงตบเตียงดังปัง แล้วขึ้นเสียงว่า “ลุกขึ้นสิ”
สองสาวใช้เด้งขึ้นมายืนทันที ท่าทางว่องไวราวกับถูกจี้ส้นเท้า เหนือศีรษะของพวกนางปรากฏตัวอักษรเล็กๆ ลอยขึ้นมาแล้วสลายหายไปทันที
แต้ม +50
แต้ม +50
หนิงหนิง: อืม… ดูท่าว่าแค่ทำเสียงกระด้างขึ้น ให้ความรู้สึกดุดัน ก็ถือว่าเป็นการด่าเหมือนกัน
แต่ว่าสาวใช้ฝาแฝดสองคนนี้ดูอายุแค่สิบสามสิบสี่เอง ตอนนี้ตัวสั่นเหมือนลูกนก หนิงหนิงจึงไม่คิดจะขึ้นใส่พวกนางอีก โบกมือไล่ให้ไปกันก่อน
