บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ความอับอายปนเดือดดาลจนอยากตาย - 4

ไหนๆ ตอนนี้นางก็มีทักษะรักษาชีวิตติดตัวอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใดอีก หนิงหนิงคิดในใจว่า ให้ข้าออกไปเพียงเพราะเจ้าพูดคำเดียวงั้นหรือ? ข้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่บ้างนะ!

คิดได้ดังนั้น นางจึงทรุดตัวนั่งลงบนเตียงอย่างไม่เกรงกลัว มองเขาอย่างท้าทายแล้วกล่าวว่า “วันนี้ข้าจะอยู่ที่นี่ ไม่ออกไปไหนทั้งนั้น!”

หลี่หรงได้ยินเช่นนั้น หน้าเขาก็แดงก่ำเพราะโทสะ ลมหายใจขึ้นลงถี่รัว กว่าจะบีบคำพูดออกมาได้

“ไร้ยางอาย!”

คำนี้เขาด่านางมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว หนิงหนิงทั้งโกรธทั้งงงอยู่เล็กน้อย หรือว่า…เขาคิดว่านางอยากฉวยโอกาสกับเขาเช่นนั้นหรือ?! หนิงหนิงหัวเราะแผ่วๆ แล้วเหลือบสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

ชายหนุ่มบนเตียงรูปงามนัก ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ รูปคางเรียวละมุน ต่ำจากแนวคิ้วลงมาก็เห็นขนตาที่งอนยาวยิ่งกว่าสตรี แม้ดวงตาจะอาบด้วยเพลิงโทสะ แต่ก็ไม่อาจกลบความงามที่พร่างพรายอยู่บนใบหน้านั้นได้เลยแม้แต่น้อย

ขาของเขายาวเรียบเนียนดุจหยกเนื้อดี เมื่อมองใกล้ๆ ยังปรากฏสีชมพูระเรื่อราวผิวแก้วใส ทั้งร่างมีความงามอยู่กึ่งกลางระหว่างบุรุษและสตรี เส้นผมเปียกชื้นแนบแก้ม เสื้อผ้าที่เผยออกเล็กน้อยทำให้มองเห็นกระดูกไหปลาร้าที่พราวด้วยหยาดเหงื่อเล็กๆ ยามอยู่ในความมืดกลับยิ่งดูเย้ายวน จนยากจะละสายตาได้จริงๆ

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ตาม! หนิงหนิงหรุบตามองต่ำ ถอนสายตาในทันที คิดในใจว่าถึงเขาจะงามเพียงใด แต่นางเองก็ใช่ว่าจะด้อยไปกว่า ไหนเลยจะลดตัวไปเกาะผู้ชายที่จิตป่วยเช่นนี้ หลี่หรงนี่ช่างเห็นตัวเองสูงส่งเสียจริง!

ราวกับอยากประกาศให้ชัดว่านางไม่มีใจให้เขาแม้แต่น้อย หนิงหนิงจึงลงมือแก้มัดให้เขา พลางเอ่ยว่า

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นของล้ำค่านักหรือ ใครๆ ก็ต้องอยากได้เจ้าไปเสียหมด?! ข้าไม่ใช่พวกแม่นมแก่ทั้งหลายที่หาใครไม่ได้เสียหน่อย อย่างเจ้า ต่อให้เอามาให้ข้าพันคน ข้าก็ไม่แล!”

ในใจนางคิดเพียงว่าจะรีบแก้มัดให้เสร็จ แล้วออกจากห้องทันที จะได้ปิดประตูเสียงดังให้เขารู้ว่า คนที่คิดไปเองคือเขามิใช่นาง แต่หลี่หรงก็เป็นพวกวิกลจริตจริงๆ นางพูดเสียขนาดนั้น เขาก็ยังดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย มือเท้าที่ถูกเชือกเสียดสีจนเนื้อแตก เลือดไหลแทบดูไม่ได้แล้ว

หนิงหนิงโมโหจนด่าเขาไป พลางแก้มัดไปด้วย ความวุ่นวายตรงหน้าทำให้นางลืมความกลัวไปสิ้น พอเห็นคะแนน +1000 เด้งขึ้นมาติดๆ ใจก็ยิ่งพองโต อยากจะด่าเพิ่มอีกสองสามประโยคด้วยซ้ำ หากแต่หลี่หรงต่อต้านหนักเกินไป จนท้ายที่สุดหนิงหนิงก็หมดแรงเสียก่อน ไม่มีเรี่ยวแรงจะด่าต่อไปอีกแล้ว

ในที่สุดนางก็แก้มัดที่ขาทั้งสองและแขนข้างหนึ่งได้สำเร็จ หนิงหนิงอ่อนล้าเกินกว่าจะทำต่อ คิดว่าที่เหลือหลี่หรงน่าจะพอแก้เองได้ จึงหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วตั้งใจจะลุกจากเตียง ทว่ายังไม่ทันยกก้นขึ้นจากฟูก ก็ถูกมืออันร้อนผ่าวคว้าข้อมือเอาไว้แน่น

ตอนนี้หลี่หรงดูเหมือนจะเรียกแรงกลับคืนมาได้บ้างแล้ว นิ้วมือที่กอบกุมข้อมือนางแน่นจนเจ็บ เขาเงยหน้ามองนาง ไอร้อนจากร่างกายไล่ขึ้นจากอกสู่ลำคอ ปลายตาแดงระเรื่อ ดวงตาราวถูกเคลือบด้วยหยาดน้ำ คล้ายมีม่านหมอกบางๆ คลออยู่ ไม่รู้ว่ามันจะร่วงหล่นลงมาในขณะใด

ทีละน้อย สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดปนเสียวซ่าน เสียงครางแผ่วเบาที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรลอดออกจากลำคอเพียงรำไร

หนิงหนิงมองเขาด้วยความงุนงง หลี่หรงรีบกัดริมฝีปากแน่น ปิดกั้นเสียงนั้นทันที จากนั้นเขาก็ซุกหน้าลงกับผ้าปูที่นอนทั้งผืน ร่างทั้งร่างหดตัวงอเหมือนกุ้งต้ม

ในห้องมีเพียงเสียงถ่านในเตาผิงดังเป๊าะแป๊ะ นอกนั้นก็ไม่มีเสียงของผู้ใดอีกเลย บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอบอุ่นประหลาด หลี่หรงยังคงค้างอยู่ในท่านั้นไม่ขยับเขยื้อน ซ่อนหน้าลงกับผ้าปูแน่นหนา ราวกับไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาอีกทั้งชีวิต

หนิงหนิงได้แต่นิ่งคิดในใจว่า คงอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วกระมัง…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel