บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ความอับอายปนเดือดดาลจนอยากตาย - 2

“พระสนมจ้าวหรือ?” หนิงหนิงชะงักงัน แส้ยังค้างอยู่ในมือ นางขมวดคิ้ว พยายามนึกทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ใช่แล้ว ในนิยายมีตัวละครนี้อยู่จริง แต่ไม่มีบทบาทสำคัญอะไร ถูกเขียนให้เป็นเพียงตัวประกอบจางๆ และท้ายที่สุดยังถูกเก็บไปอย่างเงียบเชียบ เป็นเพียงตัวปูเรื่องเท่านั้น

แต่ถึงนางจะไม่ใช่ตัวประกอบ หนิงหนิงก็ไม่กลัวอยู่แล้ว ด้วยฐานะของซูซ่านหนิง ต่อให้เป็นพระสนมก็หาได้อยู่ในสายตาไม่

และที่นางโกรธเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะช่วยดอกบัวดำแต่อย่างใด หากเป็นเพราะสิ่งที่คนพวกนี้ทำมันน่ารังเกียจเกินกว่าจะยอมรับได้ ล่วงละเมิดคนป่วย แถมยังผูกมัดบังคับ นี่มันล่วงเกินศีลธรรมอันร้ายแรง!

หนิงหนิงจึงสะบัดแขนอย่างเกรี้ยวกราด “พวกเจ้าสามคน ออกมานอกห้องเดี๋ยวนี้!”

แม่เฒ่าทั้งสามใบหน้านองน้ำตา คลานตุปัดตุเป๋ออกมา หนิงหนิงก็ปิดประตูดังปังก่อนออกคำสั่งเสียงเย็นชา

“เอาเชือกมา! มัดไว้ให้หมด!”

ขันทีน้อยทั้งสองคนรีบวิ่งไปหาเชือกมาให้ ส่วนหูป๋อกับซานหูช่วยกันมัดไม่นานก็เสร็จสิ้น แม่เฒ่าทั้งสามถูกมัดจนแน่นเหมือนบ๊ะจ่าง นอนสั่นเทาอยู่กับพื้น

หนิงหนิงมองพวกนางด้วยสายตาเย็นเยียบจนเลือดแทบแข็งตัว แม่เฒ่าทั้งสามถึงกับหน้าซีดราวกระดาษ

ซูซ่านหนิงเป็นตัวป่วนเลื่องชื่อทั่วทั้งวัง ใครๆ ต่างรู้ดีว่า หากเผลอถูกนางจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ ต่อให้ยังไม่ทันถึงศาลตัดสิน ก็ไม่มีทางรอดชีวิตอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้ถึงกับทำให้นางอาเจียนกลางห้อง เท่ากับเป็นการลงนามมอบชีวิตตนเองไปเรียบร้อย

วันนี้…เกรงว่าคงมิใช่เพียงถูกลงโทษธรรมดา แต่อาจต้องสิ้นชื่อในที่นี้เลยก็เป็นได้

เมื่อคิดถึงภาพนั้น แม่นมคนหนึ่งตกใจจนกลั้นไม่อยู่ ถึงกับปล่อยปัสสาวะรดกางเกง กลิ่นเหม็นฉุนลอยฟุ้งมาแตะจมูก หนิงหนิงก้มลงมองพื้น เห็นคราบน้ำสีเหลืองไหลเป็นทาง นางรีบยกมือปิดปาก แทบอาเจียนออกมาอีกครั้ง

นางขมวดคิ้ว ถอยหลังไปหลายก้าว ใจหนึ่งก็รู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย

ตามนิสัยของร่างเดิม แม่นมพวกนี้ไม่มีทางรอดชีวิตแน่ จะว่าไป หากฆ่าทิ้งก็คงสะดวกที่สุด แต่หนิงหนิงเป็นคนยุคปัจจุบัน นางไม่อาจบังคับใจให้พรากชีวิตคนอื่นได้ง่ายดาย แม้คนผู้นั้นจะทำชั่วมามากเพียงใดก็ตาม

ทว่าหากปล่อยไว้ ใครจะรู้ว่านางพวกนี้จะกลับมาก่อเรื่องอันใดอีกเล่า นางเองก็ไม่อาจจับตาดูหลี่หรงได้ทั้งสิบสองชั่วยาม ต่อให้คอยเฝ้าหลี่หรงไว้ตลอด ก็ไม่รู้ว่าพวกนางจะไปทำร้ายผู้ใดอื่นในวังอีกหรือไม่

ครั้นคิดทบทวนอยู่นาน หนิงหนิงก็ตัดสินใจเด็ดขาด เงยหน้าออกคำสั่งว่า

“พวกเจ้าทั้งสามคนออกไปจากวังเดี๋ยวนี้ ชั่วชีวิตนี้ห้ามกลับมาอีก หากกล้าฝ่าฝืน ข้าจะฆ่าทิ้ง!”

สามแม่นมที่เดาว่าตนต้องตายแน่ กลับไม่คิดว่าหนิงหนิงจะให้หนีรอดไปได้ ต่างก็เผยสีหน้าโล่งอกอย่างยากจะเชื่อ

หนิงหนิงสั่งสาวใช้และขันทีน้อยให้พาแม่นมทั้งหลายออกจากวังอย่างลับๆ ทว่าในขณะนั้นเอง แม่นมเหล่านั้นก็นึกขึ้นมาพร้อมกันว่า แม้จะออกจากวังไปก็ช่างเถิด แต่ทรัพย์สมบัติที่เก็บหอมรอมริบของพวกตนยังคงอยู่ในตำหนักพระสนม คนหนึ่งจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามว่า

“ท่านหญิง...ไม่ทราบว่าพอจะให้พวกบ่าวกลับไปเก็บของมีค่าได้หรือไม่เจ้าคะ?”

หนิงหนิงฟังปุ๊บก็รู้ทันความคิดสกปรกของพวกนาง นางสะบัดแส้หวดไปทันที ตวาดว่า “ของมีค่าที่ไหนกัน หวังมากเกินไปแล้ว อยากได้ก็ฝันไปเถอะ! ตอนนี้รีบไสหัวออกไปให้พ้น!”

แม่นมทั้งหลายร่ำไห้แทบขาดใจ ติดตามพระสนมมานานก็สะสมของดีไว้ไม่น้อย ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นวัง ก็ถูกสั่งห้ามนำของติดตัวออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว ความเจ็บใจถาโถมจนแทบทรุด อีกทั้งพวกนางล้วนมีอายุมากกันแล้ว หากต้องออกจากวังไปโดยไร้แม้เงินติดตัวสักเหรียญเดียว จะเอาชีวิตรอดกันได้อย่างไร

แต่หนิงหนิงหาได้สนใจไม่ ความผิดของพวกนางหนักหนา การได้รักษาชีวิตไว้ก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว ยังกล้ามาขอของมีค่าติดตัวอีกหรือ ไม่มีวันเสียล่ะ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel