บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 คนชั่วช้า - 3

ทว่าในสายตาหลี่หรง ภาพที่เขาเห็นกลับต่างออกไปลิบลับ สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดถูกเขาบิดเบือนเป็นการแตะต้องเกินควรของนางทั้งสิ้น พอเห็นนางโมโหปานนี้ เขาจึงหัวเราะเย็น ก่อนจะพ่นคำสามคำออกมาอย่างเหยียดหยาม

“ไร้ยางอาย”

หนิงหนิงถึงกับระเบิดเป็นจุณทันที นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! นางตรงไหนกันที่ไร้ยางอาย?! นางช่วยเขาแท้ๆ กลับถูกด่าว่าไร้ยางอายงั้นหรือ?!

“เจ้าต่างหากที่ไร้ยางอาย! ทั้งตระกูลเจ้าไม่รู้จักคำว่าอายเสียมากกว่า!”

หนิงหนิงย้อนกลับทันควัน แล้วพอนึกถึงนิสัยโรคจิตของหลี่หรงในอนาคต ที่ตามตื๊อซูซ่านเหยาไม่เลิกแม้นางจะอยู่กับพระเอกแล้ว นางก็ยิ่งเดือดพล่าน ด่าเพิ่มอีกว่า

“หนังหน้าของเจ้าน่ะหนากว่ามุมกำแพงเมืองอีก! ตามตื๊อเขาอยู่ได้ คนเขาไม่เอาแท้ๆ เหมือนคางคกอยากกินหงส์ฟ้า!”

จากนั้นนางก็หันไปมองซูซ่านเหยา พลางพูดเสียงเรียบแต่เจ็บแสบว่า “แต่เจ้าก็มิใช่หงส์หรอกนะ มากที่สุดก็แค่กระจอกบ้านๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น”

ตัวอักษร +1000 เด้งพรวดขึ้นรัวๆ

แม้ซูซ่านเหยาจะไม่เข้าใจถ้อยคำสุดท้ายทั้งหมด แต่ก็รู้แน่ชัดว่าถูกดูหมิ่น จึงนับว่าสำเร็จผลคะแนนขึ้นจริง

หลังจากพ่นคำด่ามาเป็นพรวนอย่างสะใจ อารมณ์ของหนิงหนิงจึงเริ่มเย็นลงเล็กน้อย แต่เมื่ออารมณ์สงบ นางกลับคิดไม่ออกว่าจะด่าอะไรต่อดี จึงหันไปมองซูซ่านเหยาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม แล้วตวาดเพียงคำเดียวว่า

“ไสหัวไป!”

+1000

ซูซ่านเหยาเหลือบตามองหลี่หรงด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อหนิงหนิงสั่ง นางก็จำต้องเปิดประตูแล้วไสหัวออกไปจริงๆ

ในห้องเหลือเพียงหลี่หรงที่ยันตัวพิงเตียงอยู่ด้านใน เขาจ้องหนิงหนิงด้วยดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยโทสะ

บริเวณแผ่นหลังที่ถูกนางลูบเมื่อครู่ยังคล้ายมีริ้วขนลุกซ่าน ความร้อนที่ฝังอยู่บนผิวเนื้อทำให้เขารู้สึกขยะแขยงจนแทบคลื่นไส้ ยิ่งริมฝีปากยังเปรอะเปื้อนเลือดของนาง ความรู้สึกชวนอาเจียนก็ยิ่งทวีขึ้น ในยามปกติ ต่อให้ถูกรังแกเพียงใด เขาก็จะก้มหน้าทนไปตามชะตา ทว่าในวันนี้... หญิงชั่วร้ายโหดเหี้ยมอย่างซูซ่านหนิงกลับคิดจะทำเรื่องต่ำช้าต่อหน้าซูซ่านเหยา เช่นนี้แล้ว ต่อให้เลือดตกยางออก เขาก็จะขัดขืนจนลมหายใจสุดท้าย!

ทว่า… เขามิได้ล่วงรู้เลยว่า ยามนี้มุมปากของเขาแดงสดด้วยเลือดของนาง ดวงตาสีดำสนิทยังฉ่ำวาวเพราะพิษไข้ เส้นผมดำยาวปรกลงบนแผงอก สาบเสื้อที่แหวกกว้างเผยให้เห็นไหปลาร้าที่เด่นชัด และยังมีไฝแดงเล็กๆ ประดับอยู่อย่างน่าหลงใหล ลักษณะของเขายามนี้นุ่มนวลปนหม่นเร้าใจ คล้ายสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด เหล่าสตรีผู้เงียบเหงาในวัง หากได้เห็นเพียงแวบเดียวก็ย่อมต้องใจสั่นหวั่นไหวเป็นแน่

ผิดจากที่เขาคิดโดยสิ้นเชิง หนิงหนิงกลับเพียงกุมข้อมือที่ถูกกัด หันมามองเขาอย่างไร้อารมณ์ แล้วเดินออกไปด้วยท่าทีหมดความสนใจ

เสื้อคลุมสีชมพูของนางพลิกปลิวหายลับหลังประตู ทิ้งไว้เพียงกลิ่นผลไม้อ่อนๆ ลอยเคล้ากับความร้อนจากถ่านแดงในห้อง หลี่หรงสะบัดมืออย่างรังเกียจ ก่อนผ่อนลมหายใจอันอ่อนล้าแล้วทิ้งตัวลงบนหมอนอย่างหมดเรี่ยวแรง

ด้านนอก หนิงหนิงเพิ่งก้าวพ้นธรณีประตู ก็เห็นสวี่กงกงยืนรออยู่ห่างๆ ส่วนซูซ่านเหยาอยู่อีกฟากหนึ่ง ทั้งสองมองนางพร้อมกัน เพียงแต่สีหน้าแตกต่างสุดขั้ว

ฝ่ายหนึ่งยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับ “ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว” อีกฝ่ายเต็มไปด้วยความห่วงกังวลไม่เสื่อมคลาย

สวี่กงกงรีบเดินเข้ามา ทำตาล้อเลียนพลางกระซิบว่า “ท่านหญิงโปรดวางใจ วันนี้เรื่องทั้งหมด บ่าวจะไม่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”

หนิงหนิงมองเขาด้วยความงุนงง มีอันใดที่ต้องไม่แพร่งพรายด้วยหรือ?

สวี่กงกงยิ้มแห้งสองที แล้วลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบว่า “ก็เรื่องเมื่อครู่นี้… ระหว่างท่านหญิงกับองค์ชายตัวประกันน่ะ…”

หนิงหนิงมองเห็นรอยยิ้มที่ทั้งกำกวม ทั้งชวนให้เข้าใจผิดบนหน้าเขา ผนวกกับคำว่า “ไร้ยางอาย” ที่หลี่หรงเพิ่งด่าไป นางก็เข้าใจทุกอย่างในบัดดล

“ฮ่าๆ!” หนิงหนิงถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห

สรุปแล้วเจ้าหลี่หรงโรคจิตนั่น… กล้าคิดว่านางหมายตาเขา? กล้าหาว่านางเป็นคนต่ำช้าซ่องสุมผู้ชายงั้นหรือ?

น่าขันที่สุด! นางที่ไหนจะไปชายตาแลเจ้าโรคประสาทอารมณ์ร้ายหน้าซีดนั่นกัน?!

ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่พอใจ เรื่องนี้ต้องอธิบายให้ชัดเจน! ดังนั้นหนิงหนิงจึงสาวเท้ากลับไปที่เรือนเดิม กระทืบเท้าแรงจนประตูแทบสั่น แล้วถีบประตูเข้าไปเต็มแรง

คนที่อยู่บนเตียงซึ่งกำลังอ่อนแรงใกล้สิ้นสติ พอเห็นนางโผล่กลับมาแบบสายฟ้าฟาด ก็สะดุ้งเฮือก ลุกพรวดขึ้นมานั่งราวกับโดนผีหลอก สีหน้าตื่นตระหนกเหมือนโลกจะแตก

เขามองเห็นเพียงสาวน้อยใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ ยืนเท้าเอวอยู่ตรงประตู ก่อนจะตวาดลั่นว่า

“เจ้าต่างหากที่เป็นไอ้ลามกสกปรก!!!”

หลี่หรง: “………”

คะแนน +1000

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel