ได้เสี่ยเป็นผัวเพราะเพื่อน ตอนที่ 4 กลับทางเดียวกัน
แม้จะไม่มีบาดแผลภายนอกแต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีอาการช้ำใน ทางที่ดีแม่ควรไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเธอถึงจะวางใจได้ คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็รีบต่อสายกลับไปแต่ไม่ว่าจะกดโทรกี่ครั้งก็ไม่มีการตอบรับจากปลายทางเลยสักนิด
“แม่คะ รับสายหนูหน่อยค่ะ” เมริษาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาขณะเดินวนไปมาเหมือนหนูติดจั่น “แค่ไม่กี่วิเองรับหน่อยค่ะ”
ทว่าจังหวะที่เธอก้มหน้ามองหน้าจอด้วยความกลัดกลุ้ม เสียงทุ้มติดเย็นชาของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังขัดจังหวะ “มีเรื่องไม่สบายใจเหรอครับคุณเมย์”
แม้เธอจะได้ยินน้ำเสียงนี้พูดแค่ไม่กี่ประโยคตอนที่น้ำแนะนำเธอกับฝ่ายนั้นให้รู้จักกัน แต่สไตล์การพูดที่เป็นเอกลักษณ์อย่างนี้ ไม่ต้องเสียเวลาเดาหญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมหันไปคลี่ยิ้มหวานให้คนตรงหน้าเพื่อปิดบังความกระวนกระวายใจ
“เปล่าค่ะคุณธันย์ ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่...นั่งรอแม่ขับรถมารับ” เมริษามองชายหนุ่มที่เดินมาหยุดอยู่ข้างกายเธอครู่หนึ่งก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ส่งผลให้หญิงสาวจำต้องนั่งตาม ทว่าเธอเผลอเหยียดหลังตรงนั่งเกร็งโดยไม่รู้ตัว
“หืมม แต่รถของคุณแม่คุณเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่เหรอครับ”
เมริษาปากอ้าตาโตมองชายหนุ่มอย่างตกตะลึง หญิงสาวหน้าถอดสีใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือด ความคิดเดียวผุดขึ้นมาทันที ‘เขารู้ได้ยังไง’ เธอทำท่าจะอ้าปากถามแต่ธรณ์ธันย์รู้ทันจึงชิงอธิบายก่อน
“ผมไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะครับ ผมแค่เดินสูบบุหรี่ไปเรื่อยเปื่อยแล้วได้ยินเข้าโดยบังเอิญก็เท่านั้นเอง” ชายหนุ่มชูมวนบุหรี่ที่เหลือเพียงครึ่งเดียวซึ่งถูกหนีบอยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางมือขวาตรงหน้าคนช่างจับผิด เป็นการยืนยันว่าตนไม่ได้โกหกจริง ๆ พร้อมส่งยิ้มให้
แม้นัยน์ตาคมจะหรี่ลงแต่ไม่อาจปิดบังประกายวาววับที่ทอแสงเจิดจ้าในนั้นได้และมันทำเอาคนมองเกิดอาการหัวหมุนติ้ววิงเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมริษาต้องรีบหลบหน้าเหลือบตามองพุ่มไม้ข้าง ๆ แทน ไม่อยากให้ชายหนุ่มจับได้ว่าตอนนี้เธอรู้สึกประหม่ามากขนาดไหน
ธรณ์ธันย์นึกขำในใจกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของหญิงสาว แต่เขาก็ไม่ได้แกล้งเธอต่อและพูดเข้าประเด็นแทน “ให้ผมไปส่งไหมครับ ยังไงเราก็กลับทางเดียวกันอยู่แล้ว”
ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น หญิงสาวครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้น้ำก็เข้าไปพักผ่อนในห้องนอนแล้ว ส่วนเหมยก็เมามากสลบไสลอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ครั้นจะโทรให้พ่อมารับก็เกรงว่าท่านจะไม่สะดวก แถมก่อนหน้านี้ตอนแนะนำตัวก็ได้รู้แล้วว่าบ้านของร่างสูงอยู่ไม่ห่างจากเธอ
ระหว่างที่กำลังชั่งใจอยู่นั้น การแจ้งเตือนของมือถือก็ดังขึ้นมา เมริษามองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความใหม่จากแอปไลน์ปรากฎให้เห็นเต็มสองตา
หญิงสาวปราดมองแค่แวบเดียวก็รีบคว่ำหน้าจอพร้อมกดปุ่มปิดเพราะไม่อยากให้คนข้าง ๆ เห็น
“ว่าไงครับ หรือให้ผมช่วยโทรเรียกแท็กซี่ให้มารับคุณก็ได้นะครับ...จะได้สบายใจว่าผมไม่ได้คิดทำอะไรคุณ” ชายหนุ่มพูดตามมารยาทท่าทางเหมือนคนไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่คนฟังกลับเม้มปากแน่นช้อนสายตามองคนตรงหน้า ท่าทางเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“...” เมริษาอ้าปากคล้ายอยากพูดอะไรออกมาแต่ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะตอบอะไรออกไปดี จึงเลือกที่จะเงียบแทน
ทว่าการวูบไหวไปมาของนัยน์ตากลมโตทีกับกิริยาชะงักงันของร่างอรชร แม้จะแค่ครู่เดียวแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของธรณ์ธันย์ไปได้
ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ มั่นใจว่าคำพูดตนเองแทงใจหญิงสาวเข้าอย่างจัง เขาจึงแกล้งถามย้ำอีกครั้ง “หืมม ที่คุณไม่ยอมไปกับผมเพราะระแวงว่าผมจะทำอะไรคุณจริง ๆ สินะครับ”
