ได้เสี่ยเป็นผัวเพราะเพื่อน ตอนที่ 3 อุบัติเหตุ
แต่คนอย่างชลดาที่กล้าแกร่ง โดนแซะแค่นี้เธอไม่สะทกสะท้านอยู่แล้ว หญิงสาวยังทำหน้ายียวนยักไหล่ใส่เมริษาไปอีกหนึ่งทีด้วย
“แต่คุณธันย์เขาดูสนใจแกมากจริง ๆ นะเมย์” ฉัตรชบาอดพูดแทนชลดาประโยคหนึ่งไม่ได้ แล้วก็ได้สายตา ‘แกก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอ’ จากเมริษาแทบจะทันที
ทว่าชลดากลับดวงตาเป็นประกายแทบจะเข้าไปกระโดดใส่เพื่อนรักที่พูดได้ถูกใจ ก่อนหันไปมองเพื่อนที่เป็นหัวข้อสนทนา “มันต้องแบบนี้สิ! เห็นไหมเหมยยังคิดว่าเขาสนใจแกเหมือนกันเลย”
“...” เมริษาเกิดอาการพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“แกจะคิดมากไปทำไม แค่ลองเปิดใจให้เขาหน่อยเท่านั้นก็พอในกลุ่มเพื่อนผัวฉันสามคน ในความคิดฉันนะเขาดูเป็นคนใจดีที่สุดแล้ว แถมยังเป็นผู้ชายอบอุ่นมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้”
คำพูดชมเชยกับท่าทางชื่นชอบของชลดาที่แสดงออกมาอย่างต่อเนื่องทำคนใจแข็งอย่างเมริษายังต้องคิดตามพร้อมกับหันไปมองหนึ่งในหัวข้อสนทนาที่ยังคงอยู่บริเวณริมสระน้ำไม่ได้เดินไปไหน แต่คราวนี้เปลี่ยนอิริยาบทจากการยืนเป็นนั่งคุยเล่นกับกลุ่มเพื่อน
จากที่เธอสังเกตเสี่ยธันย์อะไรนี่เขาก็ดูเป็นคนสุภาพ อบอุ่น และอ่อนโยนอย่างที่ยัยน้ำพูดจริง ๆ แต่ติดตรงที่ ‘นิสัยของเธอกับเขาจะเข้ากันได้รึเปล่า!’
“เรื่องแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกนะ...” ราวกับชลดาจะรู้ทันความคิดของเพื่อนไปเสียทุกเรื่อง จึงได้คะยั้นคะยอ
คนที่โดนยุไม่หยุดหย่อนจึงถลึงตากลับไปทีหนึ่งแบบไม่จริงจังนัก “มั่นใจจังนะน้ำ” เมริษาอดไม่ได้ประชดไปหนึ่งประโยค
“แน่นอน” นอกจากชลดาจะไม่รู้สึกอะไรแล้วยังยอมรับอย่างหน้าชื่อตาบาน แถมยังย้อนเพื่อนไปหนึ่งดอก “ว่าแต่แกเถอะโดนแซวนิดแซวหน่อยก็หน้าแดงเถือกเลยนะจ๊ะ”
“พอเลย ฉันไม่คุยกับแกแล้ว!” เมริษาสะอึกเถียงไม่ออก ได้แต่ตัดบทหนี ไม่รู้ว่านี่เป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วที่เธอต้องคอยหาทางกลบเกลื่อน
หญิงสาวรู้แค่ว่ามันคงมากกว่าจำนวนทั้งหมดที่เธอเคยทำในรอบเดือนที่ผ่านมาแน่ ๆ
กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ เมริษาจึงขอตัวกลับและนั่งรอแม่ขับรถมารับที่หน้าบ้านของเสี่ยกิตต์กับน้ำ
มือเรียวนวดคลึงขมับไปมาเพื่อบรรเทาอาการมึนศีรษะพลางนึกบ่นตัวเองในใจที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เอะอะอะไรก็ยกไวน์ขึ้นดื่ม
หญิงสาวควานหามือถือในกระเป๋าสะพายข้างกายคิดว่าจะโทรหาแม่เพื่อถามว่า ‘ตอนนี้ขับรถมาถึงไหนแล้ว’
ทว่ากลับมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นมาเสียก่อนแถมยังมาจากคนที่เธอกำลังจะต่อสายถึงพอดีด้วย
“ฮัลโหล แม่ถึง...” เมริษารีบรับสาย ทว่าเธอยังไม่ทันได้ถามจบประโยค เสียงของแม่ก็ดังสวนขึ้นมาแทบจะในเวลาเดียวกัน
“เมย์ ลูกให้เพื่อนขับรถมาส่งที่คอนโดก่อนได้ไหม พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย มีรถมอเตอร์ไซค์ขี่ตัดหน้ารถแม่ แต่แม่โทรหาประกันแล้วตอนนี้กำลังรอพนักงานเขามาดูให้จ้ะ”
การพูดรัวเร็วของผู้ที่อยู่ปลายสายบวกกับน้ำเสียงตื่นเต้นทำเอาคนฟังเบิกตากว้างด้วยความตกใจสร่างเมาทันที หญิงสาวลุกพรวดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับถามแม่กลับไปด้วยท่าทางตื่นตระหนกอย่างมาก
“แล้วแม่เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหม หัวกระแทกกับพวงมาลัยรึเปล่า ส่วนอื่นด้วยค่ะ มีแผลเลือดออกรึเปล่าหรือไม่สบายตัวตรงไหนไหมคะ”
เมริษาสอบถามอาการผู้เป็นแม่ละเอียดยิบด้วยความเร็วไม่แพ้กัน ความวิตกกังวลถาโถมเข้ามาในใจจนใบหน้าสวยซีดขาวไร้สีเลือด
“ใจเย็นนะจ้ะ แม่ไม่เป็นอะไรมากลูก แต่คู่กรณีแม่บาดเจ็บสามคน ถ้ายังไงหนูให้เพื่อนขับรถมาส่งที่คอนโดก่อนนะ แค่นี้ก่อนนะลูก พนักงานประกันมาถึงแล้ว”
พูดจบคนเป็นแม่ก็กดตัดสายทิ้ง เมริษามองหน้าจอมือถือที่ดับไปแล้วพลางถอนหายใจออกมา ถึงจะยังตกใจกับเรื่องที่ได้ฟังและเป็นห่วงแม่มาก
แต่น้ำเสียงที่ค่อนข้างเป็นปกติของปลายสายก็ช่วยให้เธอพอจะเบาใจได้บ้าง ทว่าก็ยังไม่อาจไว้ใจได้หมด
