ได้เสี่ยเป็นผัวเพราะเพื่อน ตอนที่ 5 มีแฟนรึเปล่า
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังทำให้คนมองใจเต้นรุนแรงมากขนาดไหน
เมริษาจำต้องหลบสายตาเร่าร้อนรู้ทันคู่นั้นกลับไปมองพุ่มไม้ประดับอีกครั้ง นิ้วทั้งสิบจิกกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น
เธอพยายามปรับลมหายใจถี่กระชั้นให้กลับมาเป็นปกติสุดความสามารถ กระทั่งสีหน้าเริ่มนิ่งสงบเหมือนเดิมแล้วจึงตอบกลับไปเสียงเบา
“เปล่าสักหน่อยค่ะ” แม้จะกินเวลาเนิ่นนานแต่อย่างน้อยครั้งนี้เธอก็สามารถโต้กลับชายหนุ่มได้ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่อาจบังคับใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองได้อยู่ดี เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่พูดส่อไปในเรื่องอย่างว่าหลายครั้ง
คนไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องบนเตียงอย่างเธอเลยวางตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองยังไงหรือควรแสดงท่าทีแบบไหนออกไป
ยิ่งถูกสายตาคมกริบจับจ้องมาลมหายใจเธอก็เริ่มกลับมาสะดุดอีกครั้ง การสูดอากาศเข้าออกติดขัดเหมือนกับร่างกายและหัวใจถูกใช้งานอย่างหนักจนไม่อาจควบคุม
“หึหึ ผมแค่อำเล่นครับ คุณเมย์อย่าถือสาผมเลยแต่ถึงจะโทรให้แท็กซี่มารับตอนนี้ ผมคิดว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะมีคนรับงานเพราะนี้ก็ดึกมาแล้ว ไม่น่าจะมีใครขับเข้ามาที่ถนนเส้นนี้แล้วล่ะครับ”
เมริษาคิดตามคำพูดของธรณ์ธันย์ พลางมองถนนเบื้องหน้าที่ทอดยาวไปไกลสุดสายตา มันมืดสลัวไปหมดมีเพียงแสงจากเสาไฟส่องลงมาให้ความสว่างเป็นระยะเท่านั้น
บ้านหลังนี้อยู่ลึกจริง ๆ นั่นแหละ มันตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำใหญ่ ทั้งยังอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร แถมยัยน้ำเองก็เป็นคนเลือกที่แห่งนี้เองกับมือด้วย เพราะทำเลที่ตั้งของมันดูเป็นส่วนตัวดี ที่สำคัญเธอเองก็ถูกใจกับการตัดสินใจของเพื่อนเช่นกัน
ใครจะไปคิดล่ะว่าวันหนึ่งความคิดเห็นของเธอจะกลับมาสร้างปัญหาให้อย่างที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้
“จริงอย่างที่คุณบอกค่ะ” เมริษาถอนหายใจเห็นด้วย ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่รู้ แม้เรื่องจะกลับบ้านยังไงนี้เป็นปัญหาที่สร้างความเครียดให้กับเธออยู่ก็จริง แต่ตอนนี้ข้อความที่พ่อส่งมาเมื่อครู่ทำเอาเธอคิดหนักยิ่งกว่า
“ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมไม่ได้เร่ง” ธรณ์ธันย์มีท่าทีผ่อนคลายให้หญิงสาวที่นั่งข้างกายได้มั่นใจว่าตนไม่รีบร้อน “ผมให้เวลาคุณค่อย ๆ คิดว่าสะดวกให้ผมไปส่งไหมหรือถ้าคุณไม่สบายใจ ผมไปลากคอไอ้วีร์ให้นั่งไปเป็นเพื่อนด้วยกันได้นะครับ”
“เมย์ไม่เห็นว่าผลลัพธ์มันจะต่างกันตรงไหนเลยนะคะ” เมริษาพูดยิ้ม ๆ
สิ่งที่ชายหนุ่มเสนอมาแม้จะฟังดูเหมือนดีเพราะเธอไม่ต้องเดินทางตามลำพังกับอีกฝ่าย แต่คนที่เพิ่มเข้ามาดันเป็นผู้ชายเหมือนกันด้วยนี่สิ!
ถ้าพูดในแง่ความปลอดภัย เธอก็จะกลายเป็นหญิงสาวคนเดียวท่ามกลางผู้ชายสองคน มองยังไงสถานการณ์ก็แย่กว่าเห็น ๆ
ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้จริงจังหรือซีเรียสอะไรมากมาย ซึ่งคำพูดของหญิงสาวก็ทำเอาคนที่เสนอทางเลือกถึงกับกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว ธรณ์ธันย์ตอบกลับเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ก็จริงครับ”
ทั้งสองคนมองสบตากันก่อนที่แต่ละฝ่ายจะนั่งเงียบกันไปพักใหญ่ ทว่าบรรยากาศกลับเริ่มเปลี่ยนไปเพราะท่าทางของเมริษาคล้ายกับกำลังมีเรื่องอะไรสักอย่างที่ยังคิดไม่ตกแต่ไม่กล้าพูดออกมา ผิดกับชายหนุ่มที่ยังคงมีท่าทีผ่อนคลายเช่นเดิม
“คุณธันย์...คุณมีแฟนรึเปล่าคะ”
“หืมม!? แฟนเหรอครับ...ผมยังไม่มีหรอก” นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเข้มของธรณ์ธันย์ฉายแววตกใจระคนสงสัยอยู่ไม่น้อย
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเรียวข้างหนึ่งขึ้นมองหน้าหญิงสาวที่จู่ ๆ ก็ถามถึงเรื่องนี้ ทั้งที่เธอดูไม่ได้สนใจอะไรเขาสักเท่าไหร่ แล้วก็ต้องประหลาดใจยิ่งขึ้นกับคำถามถัดมา
“คุณไม่มีแฟน แล้วถ้าเป็นในสต็อกล่ะคะ...มีไหม”
“คุณเมย์พูดเรื่องนี้ขึ้นมา มีอะไรรึเปล่าครับ” ธรณ์ธันย์ย้อนถามด้วยความอยากรู้
เมริษา “...”
