8
มธุรดาทำงานอย่างไม่ค่อยมีสมาธินักตลอดทั้งวัน ไม่รู้ว่าอุปาทานไปเองหรือไม่ที่รู้สึกว่าตลอดเวลาที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานต่างมองมายังเธอด้วยแววตาแปลก ๆ หรือบางคนก็แทบไม่กล้าสบตาเธอเลยด้วยซ้ำ หรือว่าคชาภัสร์พูดอะไรบ้า ๆ เกี่ยวกับตัวเธอ ตอนที่เธอเดินออกไปข้างนอกกันนะ? หญิงสาวเริ่มเป็นกังวลเสียแล้วสิว่าบางทีเพื่อนร่วมงานจะเข้าใจผิดกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ ป่านนี้คงได้ถูกนินทาเสีย ๆ หาย ๆ แล้วแน่เลย!
“ฮัลโหลนพ” เสียงเรียกเข้ามือถือที่ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังกังวลอยู่สะดุ้ง ก่อนรีบคว้ามือถือมากดรับสายเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือคนรักของตน เพราะมีนัดไปดูชุดแต่งงานกันเย็นนี้ “ถึงแล้วเหรอ?”
“เอ่อ... นพขอโทษนะอ้อย แต่นพว่าเย็นนี้นพคงไปดูชุดแต่งงานกับอ้อยไม่ได้แล้ว” คำบอกกล่าวของคนรักผ่านทางสายโทรศัพท์ทำให้คนปลายสายสีหน้าดูสลดลงไปถนัดตา หญิงสาวอยากเจอ... อยากพบหน้าคนรัก โดยเฉพาะในยามที่หัวใจเริ่มหวั่นไหวแปลก ๆ อย่างนี้ เธอไม่อยากเป็นผู้หญิงหลายใจที่เปลี่ยนใจไปให้คนอื่นในชั่วข้ามคืนเพียงเพราะใกล้ชิดกับใครอีกคน
“อ้าว... ทำไมล่ะ?”
“พอดีคืนนี้นพต้องทำโอทีน่ะจ้ะ” น้ำเสียงผิดหวังชัดเจนทำให้ธนานพต้องรีบแก้สถานการณ์ ประเดี๋ยวคนรักจะคิดว่าเขาไม่ใส่ใจกับงานสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนใฝ่ฝันถึง “อ้อยไม่โกรธนพนะครับ ที่นพต้องทำงานหนักก็เพื่ออนาคตของเราสองคนนะ เอาเป็นว่าอ้อยโทรไปเลื่อนนัดร้านเขาก่อนได้ไหม? แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปดูชุดกันวันเสาร์นี้แล้วกันนะ”
“ก็ได้จ้ะ ก็นพไม่ว่างแล้วนี่” แม้จะพยายามบอกให้ตัวเองเข้าใจ แต่มธุรดาก็อดจะน้อยใจไม่ได้เลยจริง ๆ ช่วงนี้ธนานพไม่ค่อยมีเวลาว่างสักเท่าไหร่ อาจเพราะเขาเพิ่งเริ่มทำงานในที่ใหม่ซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวพอสมควร แต่ความห่างเหินไม่เคยทำให้เธอหวั่นไหว จนกระทั่งการปรากฏตัวของคชาภัสร์มาถึง
“เอ่อ... อ้อยครับ นพมีเรื่องอยากจะรบกวนอ้อยหน่อยนะจ้ะ” ชายหนุ่มบอกขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจและเป็นกังวล จนคนฟังชักจะเครียดตาม
“มีอะไรไม่สบายใจเหรอนพ? บอกอ้อยได้นะ” มธุรดาไม่อยากเป็นคนรักที่คอยเอาแต่ใจ เธออยากจะอยู่เคียงข้างแฟนหนุ่มในทุกปัญหามากกว่า
“คือ... ตอนนี้แม่ถูกเจ้าหนี้ตามรังควาน นพเลยต้องโอนเงินไปช่วยแม่ก่อนน่ะ แล้วพอดีตอนนี้ไฟแนนซ์เขาโทรมาทวงค่างวดรถ นพเลยยังไม่มีจะจ่ายเขา ยังไงนพรบกวนอ้อยอีกสักงวดได้ไหม?” ธนานพถามอย่างเกรงใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารบกวนเรื่องเงินจากคนรัก “นพรู้ว่าอ้อยช่วยนพมาหลายครั้งแล้ว และนพก็พยายามชดใช้คืนให้อยู่ แต่นี่มันสุดวิสัยจริง ๆ นะอ้อย ช่วยนพหน่อยนะครับ”
“ก็ได้จ้ะ” หญิงสาวถอนหายใจก่อนบอกขึ้น ถือใจซื่อว่าอีกไม่นานทั้งเขาและเธอก็จะได้กลายเป็นคนคนเดียวกันแล้ว ก็คงต้องรับภาระทุกอย่างช่วยกันอยู่ดี “คราวนี้เท่าไหร่ล่ะ?”
“หมื่นห้าจ้ะ พอดีเป็นดอกเบี้ยจากครั้งก่อน ๆ ที่นพค้างเขาไว้ด้วย ไม่รบกวนอ้อยมากไปใช่ไหม?” ชายหนุ่มอธิบายพร้อมตบท้ายประโยคด้วยความกังวลและเกรงใจ
“เดี๋ยวเราจัดการให้แล้วกันนะ” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยนิด ๆ เพราะเงินเก็บส่วนนี้เป็นเงินที่เธอเก็บเอาไว้สำหรับงานแต่งงาน เนื่องจากไม่อยากรบกวนพ่อกับแม่นัก และอีกอย่าง... ครอบครัวของ ธนานพก็ไม่ใช่คนร่ำรวยขนาดที่จะมีเงินมาช่วยจัดงานแต่งได้ ทั้งเธอและเขาจึงได้ตกลงกันว่าจะช่วยกันเก็บเงินสำหรับงานแต่ง แต่ดูเหมือนช่วงนี้ชายหนุ่มมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินจึงได้ขอนำเงินในส่วนที่ตนเก็บออกมาใช้ก่อน ซึ่งมธุรดาก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอไม่เคยคบกับใครเพียงเพราะเงินทอง ขอเพียงเขารักและซื่อสัตย์กับเธอเพียงคนเดียวก็พอแล้ว
“แล้วนี่อ้อยกินข้าวหรือยังครับ?” เมื่อรู้ว่าปัญหาเรื่องเงินจะถูกจัดการแน่แล้ว ชายหนุ่มจึงถามคนรักอย่างห่วงใย เพราะไม่อยากให้เธอคิดว่าเขาแค่สนใจเฉพาะเรื่องเงินจนละเลยเธอ
“ยังเลย อ้อยว่าจะนั่งทำงานต่ออีกสักหน่อย แล้วค่อยกิน” มธุรดาบอกแผนที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ เมื่อคนรักไม่ว่างพอที่จะไปดูชุดแต่งงานด้วยกัน เลยตั้งใจจะสะสางงานที่ค้างคาเอาไว้ให้เสร็จ เพราะยังไงก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่แล้ว ครั้นจะแวะไปหาพี่ชาย ป่านนี้ก็คงจะยังทำงานไม่เสร็จ เนื่องจากอยู่ในช่วงเปิดบริษัทใหม่ซึ่งจัดตั้งร่วมกันกับเพื่อน ๆ
“อย่าหักโหมนักนะครับ นพเป็นห่วงนะ” ชายหนุ่มหยอดคำหวาน และนั่นทำให้คนรักเริ่มยิ้มออก ไอ้อารมณ์ที่มันสุมอยู่ในใจตอนแรกมลายหายไปสิ้น อย่างน้อย... ธนานพก็รักและซื่อสัตย์กับเธอ ไม่เหมือนคชาภัสร์ที่สัญญาพล่อย ๆ แล้วไม่เคยจะรักษามัน
“นพก็เหมือนกันนะ อย่าลืมกินข้าวด้วยล่ะ” มธุรดาบอกด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้ธนานพทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเจอหน้ากันเพราะพักกันอยู่คนละที่ เลยกังวลว่าชายหนุ่มจะหักโหมเกินไปจนลืมพัก
“รับทราบครับคุณแม่” ธนาพนสัพยอก เวลาที่มธุรดาบ่นหรือเตือนอะไรที่ค่อนข้างจู้จี้ เขามักจะล้อเลียนเธอด้วยการเรียกว่า ‘คุณแม่’ อยู่เสมอ และนั่นทำให้หญิงสาวเผยรอยยิ้มแรกในรอบวันออกมาได้
“ไปทำงานต่อได้แล้ว” คนตัวเล็กมองค้อนใส่โทรศัพท์ รู้สึกหมั่นไส้คนรักที่ชอบล้อเลียนเธออยู่เรื่อย จึงแกล้งไล่เขาให้กลับไปทำงาน “เดี๋ยวอ้อยจะไปจัดการเรื่องเงินให้นพแล้ว”
“ครับ ขอบคุณมากนะครับอ้อย” ธนานพบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่ใช้พูดกับเธออยู่เสมอ “นพรักอ้อยนะครับ”
“จ้ะ” มธุรดาตอบรับสั้น ๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะวางสายไป จนถึงป่านนี้... เธอยังไม่เคยบอกรักธนานพเลย ราวกับว่ามันขัดกับหัวใจของเธอ จนไม่กล้าที่จะพูดมันออกมา ทำไมมันถึงได้เป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้สิ เธอไม่สัมผัสถึงคำว่ารักมากพอที่จะพูดมันออกมาให้คนรักได้ยิน หญิงสาวคิดว่าบางทีตัวเองแค่ขี้ขลาด กลัวว่าหากบอกรักแล้ว สุดท้ายจะเจ็บปวดเหมือนที่คชาภัสร์ทำเอาไว้ จึงเลือกที่จะไม่พูดมันออกมา
