บท
ตั้งค่า

7

“เป็นไงบ้างจ๊ะ? ไปฉลองวันเกิดที่บ้านมา” เสียงทักทายเจื้อยแจ้วของเพื่อนร่วมงาน ทำให้คนที่นั่งมองแฟ้มงานตรงหน้าอย่างไม่ค่อยมีสมาธินักหันกลับไปมองคนที่เลื่อนเก้าอี้ทำงานมานั่งข้าง ๆ

“อ้าว... มล!” มธุรดาหันไปทักทายเพื่อนร่วมงานนามว่าวิมลรัตน์ที่ค่อนข้างสนิทกันกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เนื่องจากเริ่มทำงานพร้อม ๆ กัน และอายุไล่เลี่ยกันนั่นเอง “เราได้มะม่วงมันมาฝากมลเต็มเลย พอดีป้าข้าง ๆ บ้านแกปลูกสวนมะม่วงน่ะ”

“แหม... รู้ใจจริง ๆ เลยนะ ขอบใจมากจ้ะ” วิมลรัตน์บอกเสียงสดใส เพราะไม่ว่าจะไปไหนมาไหนมธุรดามักจะมีของติดไม้ติดมือมาฝากเสมอ “แล้วเป็นไงบ้าง วันเกิดปีนี้?”

“เอ่อ... ก็... ดีนะ” คนถูกถามจำเป็นต้องพูดปด เพราะจริง ๆ แล้วมันไม่ค่อยจะดีเท่าที่เป็นนัก เธอผ่านพ้นวันเกิดปีที่ยี่สิบห้าโดยไม่มีธนานพผู้เป็นแฟนหนุ่มอยู่ข้าง ๆ แถมยังมีคชาภัสร์มาคอยป่วนอีก เขาย้ำเตือนให้เธอนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน และก็ยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้ว่าตัวเองน่ะโง่แค่ไหนถึงได้งมงายกับคำสัญญาลอย ๆ นั่นมาตั้งนาน

“เออ... วันนี้ได้ข่าวว่ารองประธานคนใหม่จะเข้ามาทำงานที่บริษัทเป็นวันแรกแหละ” วิมลรัตน์เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก็แน่ล่ะ... ท่านรองประธานคนนี่ชื่อเสียงเลื่องลือถึงความหล่อเหลาสูงสง่าตั้งแต่ที่พนักงานบริษัทยังไม่เคยเห็นตัวจริงเสียอีก แถมยังมีดีกรีจบปริญญาโทด้านการบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย เรียกว่า หล่อ รวย เก่ง ครบเครื่องขนาดนี้เลยเป็นที่จับตามองและตั้งตารอของพนักงานบริษัท โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ดูจะตื่นเต้นกับการมาของเขาเป็นพิเศษ

“เหรอจ๊ะ? คงหล่อน่าดูเลยใช่ไหมเนี่ย? ทุกคนดูตื่นเต้นกันยกใหญ่เชียว” มธุรดาแกล้งหยอกเพื่อนร่วมงาน

“ก็รูปหล่อ พ่อรวย มากความสามารถ เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็กต์ขนาดนั้น สาว ๆ ก็ต้องกรี๊ดกันเป็นธรรมดาแหละ” วิมลรัตน์จีบปากจีบคอว่า ทั้งที่ความจริงก็ยังไม่เคยเห็นท่านรองประธานฯ คนใหม่ด้วยตาตัวเองหรอก แค่ฟังแล้วจินตนาการเอาตามที่เคยได้ยินเขาเล่าว่ากันว่าก็เท่านั้น

“มลก็เป็นหนึ่งในสาว ๆ ที่กรี๊ดใช่ไหมล่ะ?” อีกฝ่ายแกล้งแซ็วเพื่อนร่วมงานเล่น ขณะที่วงหน้าของวิมลรัตน์เปื้อนยิ้มพร้อมเอ่ยปฏิเสธ

“เปล่าหรอก... อ้อยก็รู้ว่ามลมีแฟนอยู่แล้วนี่” น้ำเสียงยามที่พูดถึงคนรักมันช่างเต็มไปด้วยร่องรอยของความอ่อนหวาน จนคนฟังอดยิ้มไม่ได้

“ชักจะอยากเห็นหน้าแฟนคนนี้ของมลแล้วสิ ดูท่าเขาจะเป็นคนดีมากเลยสินะ มลถึงได้ดูรักเขามากขนาดนี้น่ะ” มธุรดาสรุป เพราะไม่ใช่ว่าไม่มีชายหนุ่มหน้าตาดี ฐานะใช้ได้ เข้ามาแวะเวียนขายขนมจีบ แต่วิมลรัตน์ก็ไม่เคยให้ความสนใจเพราะย้ำเสมอว่าตนมีแฟนแล้ว

“อืม... เขาก็ดีจ้ะ” ทว่าสีหน้าที่หม่นหมองลงของวิมลรัตน์ยามตอบคำถามกลับทำให้เพื่อนร่วมงานเอียงคอมองอย่างเป็นห่วงระคนประหลาดใจ แต่มธุรดาก็ถือว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัว หากจะไปจี้ถามก็คงกลายเป็นการละลาบละล้วงไปอีก ดังนั้นจึงตั้งใจเปลี่ยนเรื่องเสีย

“แล้วนี่ท่านรองฯสุดหล่อจะเข้ามาบริษัทเมื่อไหร่ล่ะ? แล้วเราต้องไปเข้าแถวต้อนรับด้วยไหมเนี่ย?” ด้วยความที่อยากดึงเพื่อนให้พ้นจากห้วงของความโศกศัลย์ หญิงสาวจึงตั้งใจเอ่ยถามอย่างติดตลก

“คงจะแอบมาล่ะมั้ง ประมาณว่าแอบมาส่องว่าพนักงานทำงานเต็มที่คุ้มค่ากับเงินเดือนไหมอะไรประมาณนั้น” วิมลรัตน์พูดหยอกเย้ากับเพื่อน ก่อนที่ความวุ่นวายตรงหน้าประตูทางเข้าแผนกจัดซื้อจะดึงความสนใจของสองสาวให้ยุติบทสนทนาและหันกลับไปมองจุดนั้นด้วยความสงสัย

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” มธุรดาขมวดคิ้วเมื่อเห็นผู้จัดการแผนกเดินกึ่งวิ่งออกไปที่หน้าประตู แต่เพราะมีพนักงานคนอื่น ๆ ไปยืนอยู่ด้วย ทำให้มองเห็นไม่ถนัดว่าใครคือผู้มาเยือนและสร้างความวุ่นวายให้กับแผนกจัดซื้อในเวลาทำงานอย่างนี้ และทันทีที่ผู้มาเยือนก้าวออกมาจากวงล้อมของพนักงานบริษัท หญิงสาวก็เบิกตากว้างเพราะจำได้ดีว่าผู้มาเยือนคนนั้นคือคนที่เธอพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต

“เดี๋ยวมลไปตามข่าวมาให้นะ” วิมลรัตน์บอกเพียงเท่านั้นก็ลุกเดินไปสมทบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ขณะที่ร่างสูงเดินมาหยุดที่กลางห้องทำงานของแผนก

“ทุกคน! ฟังทางนี้” วิชัย ชายวัยสี่สิบปีผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการแผนกจัดซื้อปรบมือสองสามครั้งเพื่อเรียกความสนใจของผู้ใต้บังคับบัญชา ก่อนที่จะแนะนำผู้มาเยือนให้ทุกคนได้รู้จัก “นี่คือคุณคชาภัสร์ รองประธานบริษัท วันนี้คุณคชาภัสร์เข้ามารับตำแหน่งวันแรก เลยอยากมาทำความรู้จักกับพวกเราทุกคน”

“สวัสดีครับทุก ๆ คน ผมเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ทำตัวตามสบาย ผมไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างอะไร ว่าแต่แผนกนี้มีแต่คนหน้าตาดีทั้งนั้นเลยนะครับ” คชาภัสร์เอ่ยพร้อมกวาดสายตามองพนักงานทุกคนในแผนก ทุกคนต่างชะเง้อคอมองอย่างต้องการจะชื่นชมความหล่อเหลาของท่านรองฯคนใหม่ ยกเว้นก็แต่มธุรดาที่รีบก้มหน้าหลบวูบโดยอาศัยฉากกั้นพลาสติกเป็นที่กำบัง ภาวนาว่าชายหนุ่มคงไม่เห็นเธอ และเรื่องทั้งหมดนี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ ชายหนุ่มไม่ได้จงใจตามเธอมา “ผมขอเดินดูรอบ ๆ หน่อยนะครับ”

ความประสงค์ที่คชาภัสร์เอ่ยกับผู้จัดการแผนกทำเอาหญิงสาวที่พยายามทำตัวล่องหนตัวแข็งทื่อ หากเขาเดินสำรวจรอบ ๆ ต้องรู้แน่ว่าเธอทำงานอยู่ที่นี่ และคนเจ้าเล่ห์ชอบลวนลามอย่างเขา คงไม่เก็บไม้เก็บมือจากเธอแน่ และคราวนี้พนักงานคนอื่น ๆ ก็คงสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ ซึ่งมันเป็นเพียงความสัมพันธ์จอมปลอม แต่เพื่อนร่วมงานคงไม่สนใจ ต้องเก็บเอาไปเม้าท์กันแน่ ๆ

“เอาไงดียัยอ้อย? คิดสิ!” มธุรดาถามตัวเองอย่างร้อนรน ก่อนจะตัดสินใจว่าเธอควรลุกหนีไปจากตรงนี้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินมาถึงโต๊ะเธอ

“อ้าว! หนูอ้อย!” แต่ทว่าคชาภัสร์ตาไวเห็นเธอตอนที่จะลุกพอดี ที่จริงเรียกว่าตาไวคงจะไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่าเขารู้อยู่ก่อนแล้วต่างหากว่ามธุรดาทำงานที่นี่ และตั้งใจจะมาหาเธอนั่นแหละ “ทำงานที่นี่เหมือนกันเหรอคะ?”

“ซวยแล้ว!” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเบา ๆ นึกเจ็บใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่ลุกเดินหนีให้ไวกว่านี้ และเมื่อรับรู้ว่าเขาก้าวเข้ามาใกล้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่ยกเว้นหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่ประกาศชัดว่าต้องการครอบครองตัวของเธอ ที่จริง... เขาบอกว่าอยากจะได้หัวใจเธอด้วยนั่นแหละ แต่หญิงสาวเทน้ำหนักไปที่ว่าเขาต้องการครอบครองตัวเธอมากกว่า “สวัสดีค่ะคุณคชาภัสร์”

“แหม... เรียกซะห่างเหินเชียวนะคะ อย่างนี้เฮียน้อยใจแย่เลย” คำพูดเหมือนน้อยอกน้อยใจของเขาทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างแล้วหันรีหันขวางมองเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่มองตรงหน้าด้วยแววตาใคร่รู้ คงกำลังสงสัยล่ะสิว่าเธอกับเขาเป็นอะไรกัน ทำไมชายหนุ่มถึงได้มีท่าทีสนิทสนมกับเธอขนาดนี้ “ทีเมื่อก่อนเรียกเฮียซะหวาน เฮียคะ เฮียขา”

“นี่คุณคชาภัสร์กับมธุรดารู้จักกันเหรอครับ?” วิชัยถามด้วยความประหลาดใจ แต่สังเกตจากท่าทีแล้วคงไม่ใช่แค่รู้จักธรรมดา ๆ หรอก และหากว่าหญิงสาวเป็นคนพิเศษของรองประธานบริษัทจริง ๆ เขาคงต้องปฏิบัติกับมธุรดาต่างออกไป

“ไม่ใช่แค่รู้จักธรรมดาหรอกครับ แต่เรายัง...” ดูเหมือนคชาภัสร์จะจงใจทำให้ทุกคนเข้าใจผิดกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ และหญิงสาวป่อยให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้

“ก็แค่เพื่อนสนิทของพี่ชายน่ะค่ะ” มธุรดาชิงพูดก่อนที่ชายหนุ่มจะทำอะไรบ้า ๆ ซึ่งอาจจะทำให้ชีวิตของเธอลำบากไปมากกว่านี้

“ครับ...” คชาภัสร์รับคำ แต่ยังต่อตากับคนตัวเล็กราวกับกำลังหยั่งเชิงกันอยู่ ในเมื่อเธออยากจะเป็นแค่น้องสาวของเพื่อนสนิท เขาก็จะให้เป็นก็ได้ “น้องสาวของเพื่อนสนิท... แต่ก็แค่ตอนนี้ อนาคตก็ไม่แน่”

“ปากพล่อย!” หญิงสาวกัดฟันสบถอย่างเหลืออดกับความขี้ตู่ของเขา ดวงตาสีดำขลับวาววับด้วยอารมณ์โมโห แล้วก็ตัดสินใจได้ว่า การมายืนต่อปากต่อคำกับเขาอย่างนี้คงไม่เป็นผลดีอะไรกับตัวเธอเลย ดังนั้นเดินหนีคงดีกว่า “ดิฉันขอตัวนะคะ”

มธุรดาก้าวออกมาจากออฟฟิศของแผนกท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของพนักงานหลาย ๆ คน แต่หญิงสาวจำเป็นต้องทำเหมือนไม่แคร์ เพราะขืนยิ่งยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ คชาภัสร์คงยิ่งทำให้เธอได้อับอายมากเท่านั้น

รองประธานบริษัทหนุ่มขยับเท้าจะเดินตามแต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้เพราะรู้ดีว่าจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับหญิงสาวเสียเปล่า ๆ เพียงเท่านี้เธอคงเป็นเป้าในการนินทามากพอแล้ว เขาพอจะรู้ว่าการที่มาเปิดตัวที่นี่จะทำให้เธอต้องตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนร่วมงานทุกคนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมาเพราะต้องการใช้สภาพแวดล้อมในการกดดันเธอเพื่อให้แผนการทวงสิทธิ์รักของเขาประสบความสำเร็จ ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันออกจะฟังดูชั่วไปหน่อย แต่เพื่อความรัก... ต่อให้ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมสักล้านเล่มเกวียน เขาก็พร้อมจะทำ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel