บท
ตั้งค่า

6

เมื่อคล้อยหลังสองแม่ลูก มื้ออาหารเย็นก็เริ่มต้นขึ้น ดูเหมือนมันจะเป็นมื้ออาหารที่สนุกสำหรับทุก ๆ คน ยกเว้นก็แค่มธุรดาที่พยายามเก็บท่าทีอึดอัดไว้ตลอดการกินอาหารมื้อนั้น จนกระทั่งมื้ออาหารคาวผ่านไป แล้วต่อด้วยของหวานกับผลไม้

“แล้วนี่เราจะกลับฝรั่งเศสอีกเมื่อไหร่ล่ะตาช้าง?” ทหารเกษียณอายุราชการเอ่ยถามขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับผลไม้เมืองร้อนสองสามชนิดที่ถูกจัดมาเสิร์ฟ

“คงกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้วล่ะครับ เพราะต้องมาช่วยคุณพ่อบริหารบริษัท” คชาภัสร์เอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนสำทับขึ้นอีกว่า “อีกอย่างที่ทำให้ผมตัดสินใจกลับมาอยู่ไทย ก็เพื่อมาตามหาว่าที่เจ้าสาวของผมครับ ผมเคยสัญญากับเธอไว้ว่าจะมารับเธอไปเป็นเจ้าสาวของผม...”

“จริงหรือเนี่ย?” ดวงสมรออกจะประหลาดใจที่หนุ่มลูกครึ่งท่าทางหัวสมัยใหม่จะมีมุมโรแมนติกอย่างนี้อยู่ด้วย แถมมันยังเป็นความรักเหมือนในนิยายอีกต่างหาก ที่ผู้ชายคนหนึ่งคิดจะรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับผู้หญิงสักคนว่าจะแต่งงานกับเธอ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองออกจะพร้อมทั้งรูปและทรัพย์คงมีผู้หญิงวิ่งเข้าหาจนหัวแทบจะชนกันแน่ ๆ

“จริงสิครับ” คชาภัสร์พูดพร้อมระบายรอยยิ้ม รู้สึกนึกขำกับท่าทางเหมือนเพิ่งได้ยินสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก และยังไม่ยอมเฉลยว่าใครกันคือผู้หญิงคนนั้น ขณะที่มือใหญ่ของเขากลับเลื่อนไปจับหมับที่ต้นขาของคนที่นั่งข้าง ๆ ต้องขอบคุณโต๊ะอาหารที่ทำให้ครอบครัวของมธุรดามองไม่เห็นว่าเขากำลังลวนลามลูกสาวคนเล็กของบ้านอยู่ หญิงสาวพยายามจะเบี่ยงขาหนีสัมผัสจากมือใหญ่ พลางแอบส่งสายตาดุไปให้เขา แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ทำตัวหน้าด้านด้วยการวางหน้าไม่สนใจท่าทีต่อต้านของเธอ แถมยังแอบเลื่อนมือลูบไล้ท่อนขาเรียวที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นสีขาวตัวเล็กเล่นอีกด้วย

“ปล่อยขาหนูนะ” มธุรดากัดฟันกระซิบบอก ทว่าคนถูกขู่กลับตีหน้าซื่อ

“หนูอ้อยว่ายังไงนะลูก?” ทรงยศถามเมื่อเห็นปากของลูกสาวขยับ แต่ได้ยินไม่ชัดนักว่าเธอพูดอะไร

“เปล่าจ้ะพ่อ” หญิงสาวปฏิเสธ ด้วยไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องมาเป็นกังวล และไม่อยากให้ท่านต้องผิดใจกับพี่ชาย โดยมีสาเหตุมาจากเพื่อนของพี่

“แล้วผู้หญิงคนนั้นของช้างคือใครกันนะ? น้าชักจะอยากรู้แล้วสิ” ดูเหมือนเรื่องราวชวนฝันจะทำให้ดวงสมรติดใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นจึงเอ่ยนำกลับเข้าเรื่อง

“ก็... แถว ๆ นี้แหละครับ เป็นคนที่ทุกคนอาจจะรู้จัก” คำพูดเป็นปริศนายิ่งทำให้บรรดาผู้ฟังชักจะเกิดอาการอยากรู้ขึ้นมาจับใจ ดวงตาทุกคนจับจ้องมายังคชาภัสร์ด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นทันที

“ใครวะ? บอกกันบ้างดิไอ้เกลอ!” เป็นมารุตที่ถือว่าตนสนิทกับคชาภัสร์กว่าใครถามขึ้นด้วยน้ำเสียงใคร่รู้ คนถูกถามเลยเหล่ตามองคนที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยแววตาเปล่งประกายราวกับจะถามว่าเขาควรเฉลยให้ทุกคนฟังเลยไหมว่าคนคนนั้นก็คือเธอ ก่อนที่แววตาพราวระยับของเขาจะทำให้หญิงสาวหน้าตึงเพราะชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะเฉลยให้ทุกคนฟัง

“ก็... โอ๊ย!” ยังไม่ทันที่จะได้เฉลย ชายหนุ่มก็ร้องเสียงหลงเสียก่อน เพราะถูกคนตัวเล็กหยิกหมับเข้าที่หลังมือซึ่งยังประทับอยู่บนเรียวขาสลวย

“เป็นอะไรไปช้าง?” ดวงสมรถามอย่างเป็นห่วงที่อยู่ ๆ เพื่อนสนิทของลูกชายก็ร้องลั่นเหมือนกับถูกทำให้เจ็บปวดแสนสาหัส แต่มธุรดารู้ดีว่านั่นคืออาการเสแสร้ง เขาไม่เจ็บนักหนาหรอกกับอีแค่ถูกเธอหยิกแค่นิดเดียว

“เปล่าครับ สงสัยยุงกัด” ชายหนุ่มบอกพลางหันมายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ใส่คนที่ทำหน้างออยู่ก่อนหน้า หญิงสาวเลยสะบัดขาออกจากอุ้งมือของเขาแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะหมดความอดทน

“เดี๋ยวหนูขอออกไปเดินเล่นสูดอากาศหน่อยนะคะ” มธุรดาบอกเพียงเท่านั้นก็หมุนตัวเดินออกไปจากโต๊ะอาหารอย่างไม่คิดที่จะระวังมารยาทกับแขกแต่อย่างใด ในเมื่อแขกทำตัวไม่มีมารยาทกับเธอก่อน

คชาภัสร์อ้าปากค้างเตรียมจะร้องเรียกแต่ก็ยั้งคำพูดเอาไว้ได้ทัน ไม่คิดที่จะทำให้ครอบครัวของหญิงสาวสงสัยไปมากกว่านี้ เพราะเกรงว่าจะถูกกีดกัน โดยเฉพาะกับเพื่อนรักของเขาที่มารุตคงกระโดดเข้าขวางแน่หากรู้ว่าว่าที่เจ้าสาวที่เขาพูดถึงคือน้องสาวของตน

คราวนี้ชายหนุ่มชักจะนั่งไม่ติด เริ่มไม่เพลิดเพลินไปกับบทสนทนาในกลุ่ม เพราะหัวใจบินลอยตาม มธุรดาไปเสียแล้ว คชาภัสร์หาจังหวะอยู่นานกว่าที่จะปลีกตัวออกมาจากวงสนทนาได้ ก่อนที่จะแอบเดินตามหาลูกสาวคนเล็กของบ้านจนทั่ว กระทั่งมาเจอเธออยู่ที่ชิงช้าใต้ซุ้มดอกแก้ว และเธอกำลังเพลิดเพลินกับการนั่งอยู่บนนั้น พร้อมใช้เท้าแกว่งให้ชิงช้าเริ่มไกวอย่างช้า ๆ วงหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นมองพระจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญที่แขวนอยู่บนท้องฟ้ายามราตรี

“มานั่งรับลมคนเดียวไม่เหงาเหรอคะ?” คชาภัสร์จงใจเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กเงียบ ๆ แล้วทักขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดังจนคนที่นั่งสูดอากาศเพลิน ๆ สะดุ้งตกใจแทบตกจากชิงช้า พอหันกลับไปมองตามต้นเสียงและรู้ว่าเป็นเขา หญิงสาวก็แทบจะถลาลุกจากชิงช้า แล้วถอยไปยืนห่างชนิดที่เขาเอื้อมมือไปไม่ถึง ก่อนทำท่าจะเดินหนี แต่ชายหนุ่มร้องเรียกเอาไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อนสิ! จะรีบไปไหน? อยู่คุยกับเฮียก่อน”

“เฮียช้างมีธุระสำคัญอะไรจะคุยกับหนูคะ?” หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้นด้วยท่าทีของสาวหัวดื้อ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห่างเหิน

“เดี๋ยวนี้จะคุยกับว่าที่เจ้าสาวของตัวเอง เฮียต้องมีธุระสำคัญด้วยเหรอ?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำสุ้มเสียงน้อยอกน้อยใจ ซึ่งคนตัวเล็กก็รู้ดีว่านั่นน่ะมันคือละครฉากหนึ่งเท่านั้น

“หนูไม่ใช่ว่าที่เจ้าสาวของเฮีย หนูเป็นว่าที่เจ้าสาวของแฟนหนูต่างหาก” หญิงสาวต้องการจะย้ำใส่หน้าเขา ว่าต่อให้ไม่มีเขา เธอก็ยังมีใครอีกคนที่รักและต้องการจะแต่งงานกับเธอจริง ๆ ไม่ใช่พูดออกมาเพราะคะนองปากอย่างที่เขาทำ!

“ตอนนี้หนูอ้อยอาจจะเป็นว่าที่เจ้าสาวของคนอื่น แต่อีกไม่นาน... เฮียจะทำให้หนูอ้อยมาเป็นเจ้าสาวของเฮียแน่ ๆ เตรียมตัวเอาไว้ให้ดีนะ” ชายหนุ่มพูดพลางสืบเท้าเข้าใกล้เจ้าของหัวใจของตนอีกนิด ขณะที่ มธุรดาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการคุกคาม แต่คนตัวสูงยังคงก้าวเท้าเข้ามาใกล้รุกไล่ให้เธอเดินถอนหลังไปอย่างไม่ลดละ

“เตรียมตัวสำหรับอะไรคะ?” หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนไม่ได้หวาดหวั่น ทั้งที่ในใจกำลังเต้นระทึก ซึ่งเธอบอกว่ามันเกิดขึ้นเพราะเธอกำลังกลัวการคุกคามจากเขา ไม่ได้เพราะตื่นเต้นเลยสักนิดเดียว!

“เตรียมเอาไว้ เพราะต่อจากนี้เฮียจะทำทุกทาง ทำทุกอย่าง เพื่อทวงสิ่งที่เป็นของเฮียคืนไงล่ะ” เมื่อจบคำพูดนั้น หญิงสาวก็จนมุมเพราะตอนนี้แผ่นหลังของเธอปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเอาไว้ก่อนเธอจะเกิดเสียอีก

“หนูไม่ได้ครอบครองของของเฮียซะหน่อย” มธุรดาออกจะงงกับการที่เขาพยายามจะทวงอะไรก็ตามที่เขาอ้างว่าเป็นของเขาจากเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ขโมยอะไรมา

“ใครว่า? หนูอ้อยมีทุกอย่างที่เฮียต้องการและมันเป็นของเฮีย” เขาว่าพลางทาบมือลงบนลำต้นของต้นไม้ใหญ่ เลยกลายเป็นว่าตอนนี้หญิงสาวถูกกักกั้นเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้

“หนูไม่...” พอมธุรดาอ้าปากเตรียมจะเถียง คนเจ้าเล่ห์ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเธอไม่กล้าที่จะขยับปาก เพราะเกรงว่าหากขยับพูดเพียงนิด ริมฝีปากของเธอจะเสียดสีกับกลีบปากหยักทรงเสน่ห์เจ้าของรสจูบแสนเร่าร้อนที่เธอยังคงสัมผัสได้

“ทั้งตัวและหัวใจของหนูอ้อยน่ะ... มันเป็นของเฮีย...” ชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ ชวนให้คนฟังรู้สึกหวาดหวั่นระคนหวั่นไหว ก่อนที่เขาจะยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูเล็ก ๆ “และเฮียพร้อมจะทุ่มสุดตัวเลยที่จะทวงสิทธิ์ของเฮียคืน”

“อ๊ะ!” หญิงสาวอุทานอย่างตกใจปนเสียวแปลบ เพราะทันทีที่เขาพูดจบ คชาภัสร์ก็แกล้งตวัดเอานิ่งหูนุ่มมาขบเม้มเล่นจนคนใต้อาณัติตัวสั่นสะท้าน

และก่อนที่มธุรดาจะอ่อนระทวยไปมากกว่านี้ ร่างสูงก็ผละออกมายืนห่างเพื่อเว้นระยะให้หญิงสาวได้หายใจหายคอ

“เตรียมตัวไว้ดี ๆ นะคะ... หนูอ้อยของเฮียช้าง” พูดจบเขาก็ขยิบตาให้อย่างเจ้าเล่ห์แล้วเดินจากไป คิดว่าคืนนี้แกล้งเธอแค่นี้ก็พอแล้ว ประเดี๋ยวจะเตลิดไปไกลจนเขาวิ่งตามไม่ทันอีก

“ไอ้เฮียช้างบ้า!” ทิ้งให้หญิงสาวมองตามอย่างเคียดแค้น ความร้อนผ่าวจากริมฝีปากของเขายังคงตราตรึงอยู่ตรงติ่งหูนุ่ม มันยังคงวูบวาบอยู่จนเธอต้องยกมือขึ้นจับบริเวณนั้นเอาไว้ แล้วก็ให้หงุดหงิดใจที่เธอเผลอตัวให้เขาเข้าใกล้และลวนลามเข้าให้อีกแล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel