4
“เฮียต่างหากที่ทำให้มันเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ก่อน ถามตัวเองเถอะว่าเฮียจริงจังกับมันแค่ไหนกัน?” ดวงตาสีนิลวาววับแข่งกับแสงจันทร์ในคืนเดือนหงาย มันไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย ก็เขาทำท่าทีเหมือนกับไม่ได้จริงจังกับคำสัญญานั้น แล้วเธอผิดเหรอที่จะเดินหน้าต่อ แทนที่จะจมปลักอยู่ที่เดิม? “ที่ผ่านมาเฮียก็แสดงให้หนูเห็นแล้วเฮียไม่ได้จริงจังกับมัน เฮียมีผู้หญิงมากมายรายล้อม ที่สำคัญ... เฮียหายไปตั้งเจ็ดปี ไม่มีแม้กระทั่งข่าวคราว แล้วหนูผิดอะไรที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ถูกรัก!”
“เฮียไม่ยอมหรอกนะ!” ชายหนุ่มประกาศลั่น อุตส่าห์อดทนรอมาตั้งหลายปี จะยอมปล่อยให้เธอเป็นของคนอื่นได้อย่างไร? แล้วใครบอกเธอกันว่าเขาไม่จริงจังกับคำสัญญานั้น?
“เฮียอย่ามาทำตัวหวงก้างนะ!” คนตัวเล็กเองก็โมโหไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงได้ร้องบอกลั่นอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งยังพยายามพาตัวเองออกจากอ้อมแขนแข็งแรงของเขาอีกด้วย ทว่า... รู้อะไรไหม? ว่าการดิ้นรนของเธอน่ะมันเปล่าประโยชน์จนเจ้าตัวอดเจ็บใจไม่ได้ “ขอร้อง... ปล่อยหนูไปเถอะ ให้หนูได้มีความสุขกับคนที่เขาพร้อมจะใช้ชีวิตคู่กับหนูเถอะ”
“ไม่! ไม่มีทาง! หนูอ้อยเป็นของเฮีย! เฮียจะไม่มีวันยกหนูอ้อยให้ใครเด็ดขาด!” คชาภัสร์บอกอย่างดื้อดึง แต่ที่ดื้อนี่ไม่ใช่เพราะหวงก้างอย่างที่เธอกล่าวหาหรอก หากแต่เพราะเขารักเธอมาตั้งแต่วันที่เอ่ยปากขอเธอแต่งงานเมื่อสิบสี่ปีก่อนแล้ว และความรู้สึกของเขามันไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ทว่าด้วยความที่เขาเกิดมาหน้าตาดี แถมมีทรัพย์สินเงินทอง บวกกับความขี้เล่นและเจ้าคารมของเขา ทำให้สาว ๆ หลายคนเริ่มเข้ามาพัวพันและให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ และมธุรดาก็ตีตัวออกห่าง ทำท่าทีมึนตึงกับเขาโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าทำอะไรให้เธอไม่พอใจ จนชายหนุ่มไม่กล้าเข้าใกล้เธอ เพราะกลัวว่าที่เจ้าสาวของเขาจะชังน้ำหน้าเขาหนักกว่าเดิม แต่คชาภัสร์ไม่เคยคาดคิดเลยว่าการตัดสินใจยอมถอยออกห่างเพื่อให้พื้นที่หญิงสาวได้หายใจ กลับกลายเป็นการทำให้เธอเข้าใจผิดว่าเขาไม่ได้จริงจังอะไรกับสัญญานั้น
และการที่เขาหายไปกว่าเจ็ดปีนั้น เป็นเพราะชายหนุ่มจำต้องไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารที่ต่างประเทศ พอเรียนจบก็ถูกพ่อและคุณตาซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสบังคับให้ไปฝึกฝนเขี้ยวเล็บในการเป็นนักธุรกิจที่บริษัทของคุณตา ซึ่งทำเกี่ยวกับเสื้อผ้าและเครื่องสำอางชื่อดังในฝรั่งเศส แต่ก็ใช่ว่าเขาจะละเลยมธุรดา เพราะเขายังคงไถ่ถามข่าวคราวของเธอกับมารุตอยู่เป็นประจำ เขาก็พอรู้ว่าเธอมีแฟน แต่ที่ไม่คาดคิดคือหญิงสาวจะตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น ทั้งที่สัญญากับเขาแล้วว่าจะแต่งงานกัน มันคงเป็นความผิดเขาเองที่ตีตัวออกห่างเธอ เพียงเพราะกลัวว่าเธอจะเกลียดเขากว่าเดิม
ต่อจากนี้ไป... เขาจะไม่ปล่อยให้หัวใจของเขาห่างกายอีกแล้ว ถึงเวลาที่ต้องทวงสัญญาวิวาห์คืนมาเสียที!
“หนูไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้นในตอนนี้ แต่อีกไม่นานหนูจะมีเจ้าของ และเฮียไม่มีสิทธิ์มากอดแฟนคนอื่นอย่างนี้!” คนตัวเล็กยังคงดิ้นรนอย่างไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ง่าย ๆ รู้สึกโกรธทั้งคชาภัสร์ที่นึกจะทิ้งเธอไปก็ไปโดยไม่ร่ำลา นึกจะกลับมาทวงสิทธิ์ก็กลับมา โมโหทั้งตัวเองที่ยังหวั่นไหวกับคนที่ไม่เคยคิดจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้
“หนูอ้อยลืมสัญญาของเราได้จริง ๆ น่ะเหรอ?” คราวนี้คนเจ้าเล่ห์ใช้ไม้นวมดูบ้าง ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแสนเว้าวอน ดวงตาหรือก็ละห้อยราวกับลูกหมาที่น่ารักน่าทะนุถนอม งานนี้หัวใจเย็นชาของหญิงสาวชักจะแกว่ง ๆ
“มันก็แค่สัญญาลมปาก แค่คำพูดพล่อย ๆ เฮียอย่าไปจริงจังกับมันเลยค่ะ... อื้อ!!!” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยค เรียวปากหยักแกร่งทรงเสน่ห์ก็ทาบทับกักกั้นคำพูดทั้งหลายทั้งปวงเอาไว้ได้ก่อนที่มันจะทำร้ายจิตใจเขาไปมากกว่านี้ “ปล่อย!”
แต่ดูเหมือนนั่นจะเป็นวลีสั้น ๆ ที่มธุรดามีโอกาสได้เปล่งออกมา เมื่อชายหนุ่มสอดแทรกปลายลิ้นมาไล้เลียไปรอบ ๆ กรอบปากอิ่มที่เม้มแน่นอย่างไม่ยอมให้เขาได้รุกรานง่าย ๆ หญิงสาวบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมทำตัวเป็นผู้หญิงใจง่ายที่เผลอไผลไปกับสัมผัสของชายอื่น แต่เธอคงประเมินความช่ำชองของเขาต่ำเกินไปหน่อยกระมัง ถึงได้คิดว่าไอ้การต่อต้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอทำจะสามารถหยุดยั้งการจู่โจมของเขาได้?
ไม่มีทาง!
ในเมื่อมธุรดาคิดจะใช้ไม้แข็งด้วยการไม่ยอมให้เขาบุกรุกเข้าไปลิ้มชิมความหวานได้ง่าย ๆ คชาภัสร์ก็เลือกที่จะใช้ไม้นวมมาหลอกล่อ ชายหนุ่มขยับริมฝีปากหยอกเย้ากับกลีบปากนุ่มของเธอด้วยสัมผัสแผ่วเบา เคล้นคลึงความนุ่มราวกับขนมชั้นดี โลมลูบริมฝีปากสีระเรื่อ ขบเม้มเบา ๆ อย่างต้องการจะหยอกเอินจนคนที่ด้อยประสบการณ์กว่าเผลอตัวเผยอปากออก และชายหนุ่มไม่รั้งรอที่จะให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยสูญเปล่า รีบโจนจ้วงเรียวลิ้นเข้าไปละเลียดชิมความหวานล้ำที่เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน ชายหนุ่มอุตส่าห์เก็บไม้เก็บมือให้ห่างจากคนที่เขามีดวงใจปฏิพัทธ์ เพียงเพราะต้องการทะนุถนอมเธอเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร แต่ตอนนี้เขารอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อหญิงสาวกำลังจะกลายเป็นของคนอื่น
รู้ดีว่าการทำอย่างนี้มันอาจจะทำให้มธุรดาชังน้ำหน้าเขาจนไม่อยากจะเข้าใกล้ แต่ในเมื่อนี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้สู้เพื่อหัวใจของเขา คชาภัสร์ก็พร้อมจะทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้เธอมาครอบครองทั้งตัวแล้วใจ
