ตอนที่ 1 แค่เพื่อนบ้าน - 2
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอหลงรักเขา เป็นเพราะความอบอุ่นอ่อนโยนที่เขามีให้เธอต่างหาก หลังจากที่สูญเสียครอบครัวไป เขาดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่เคยปล่อยให้เหงาเลยสักวัน ทว่าพอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปราบก็เย็นชาใส่เธอ ซึ่งก็ไม่โทษเขา เพราะว่าเธอเป็นคนทำให้ความสัมพันธ์ดี ๆ เหล่านั้นพังลงด้วยมือของตัวเอง หากรู้ก่อนหน้านั้นว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นเธอคงไม่สารภาพรักกับเขาหรอก
“คุณอาคะ ขอรีโมททีวีคืนด้วยค่ะ” น้ำเสียงเอ่ยขอยังคงเรียบเฉยดังเดิม
ปราบมองคนตรงหน้าอย่างนิ่งงัน ตั้งแต่วันที่เขาต่อว่านีรญาไปวันนั้น เธอก็ไม่ยอมโผล่หน้าไปที่บ้านสหัสพิทักษ์อีกเลย ซึ่งผิดปกติมาก หนูนีที่เขารู้จักมักจะชอบมาก่อกวนเขาอยู่เสมอ แม้เจอท่าทีเย็นชาจากเขาเธอก็ยังเข้ามาพูดคุยหยอกล้อด้วย แต่ตลอดสองเดือนมานี้กลับเงียบหายไป หรือเธอจะโกรธเขามากจริง ๆ แต่เขาก็โกรธเหมือนกันที่อยู่ๆ เธอก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ตอนที่กำลังทำกิจกรรมบนเตียงกับคู่ขาอยู่ ถูกเห็นแบบนั้นเป็นใครจะไม่โกรธบ้างล่ะ
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉย นีรญาจึงไม่คิดที่จะตอแยด้วยอีก คำพูดของเขาในวันนั้นทำให้เธอหน้าชาเลยทีเดียว พูดว่าอะไรน่ะเหรอ ก็บอกว่าเขาไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงคำตอบที่เคยให้กับเธอ เขาไม่มีทางที่จะเอาเด็กกะโปโลอย่างเธอทำเมียแน่นอน คำพูดนั้นไม่เท่าไหร่หรอก แต่แม่คู่ขาของเขาน่ะสิที่ทำให้เธอเจ็บใจยิ่งกว่า
‘เสียใจด้วยนะยายเฉิ่ม เธอก็เป็นมดแดงแฝงมะม่วงต่อไปแล้วกัน มองให้ตายยังไงก็ไม่มีวันได้กินหรอก น่าสงสารจริง ๆ’
คำพูดประโยคนี้ยังดังก้องหูอยู่ ตอนแรกแค่คิดว่าขอได้แอบชอบก็พอแล้ว คำสัญญาในปีนั้นเขาคงพูดมันแบบขอไปที แต่ว่าเมื่อได้รับคำสบประมาทเช่นนั้น มีหรือคนอย่างนีรญาจะยอม มดแดงตัวน้อยตัวนี้จะสอยมะม่วงลงมากินเองให้ดู เธอลุกขึ้นมาสลัดคราบเด็กเนิร์ดจอมเฉิ่มทิ้งไป เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่เป็นนีรญาสาวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน จนหนุ่ม ๆ ในคณะต่างตามจีบกันเป็นพรวน แต่โชคดีที่มีเพื่อนชายใจสาวอย่างสมบูรณ์หรือที่มันอยากให้เพื่อน ๆ เรียกว่า ‘บรู๊ก’ นั่นแหละ คอยเป็นไม้กันหมาให้ บรู๊กเป็นคนสอนเธอเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว สอนแต่งหน้า และเลือกเสื้อผ้าให้ ตลอดสองเดือนมานี้เธอกับสมบูรณ์จึงตัวติดกันเป็นพิเศษ
ชายหนุ่มหญิงสาวยังคงยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น จนสุดท้ายปราบทนความน่าอึดอัดนี้ไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายยอมเปิดปากก่อน “ทำไมถึงเปิดเพลงเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านแบบนี้ แล้วนี่แต่งตัวอะไร กางเกงสั้นจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
คิ้วสวยเลิกขึ้นทันทีที่ได้ฟังคำพูดนั้น เพื่อนบ้านที่ไหนกัน ซอยนี้มีเพียงบ้านของเธอและบ้านเขาเท่านั้น จะมีเพื่อนบ้านที่ไหนอีก แล้วเธอก็ไม่ได้เปิดดังขนาดนั้น บริเวณบ้านตั้งกว้าง จะได้ยินไปถึงบ้านเขามันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ
“นีไม่ได้เปิดดังสักหน่อย อย่ามากล่าวหากันนะคะ แล้วกางเกงของนีจะสั้นจนเห็นอะไรก็ให้มันเห็นไปเถอะค่ะ นีใส่อยู่บ้าน ไม่ได้ใส่ออกไปข้างนอกซะหน่อย หากคุณอาไม่มีธุระอะไรแล้วก็เชิญค่ะ นีจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก อีกเดี๋ยวบรู๊กก็จะมารับแล้ว”
ไล่คนเสร็จก็ไม่รอดูว่าเขาจะไปหรือไม่ นีรญาหันหลังให้ร่างสูงจากนั้นจึงเดินหนีขึ้นชั้นบน ร่างบอบบางสาวเท้าเร็ว ๆ เพื่อให้ถึงห้องนอน ทันทีที่เข้าไปด้านในเธอก็ปิดประตูลงกลอนหนาแน่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง บ้านหลังใหญ่เงียบสงบลงทันตาเมื่อเสียงของทีวีดับลง หญิงสาวอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง ทุกวันจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ แต่แบบมาเช้าเย็นกลับ ในบ้านหลังใหญ่ราคาสิบกว่าล้านหลังนี้ จึงเงียบเหงาทุกครั้งในเวลากลางคืน แต่เธอก็ชินเสียแล้วล่ะ
มือเรียวคว้ารูปครอบครัวที่วางอยู่บนหัวเตียงมาดู ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา “นีคิดถึงพ่อกับแม่มากนะคะ คิดถึงคุณปู่คุณย่าด้วยค่ะ ทำไมทุกคนถึงทิ้งนีไว้คนเดียวล่ะคะ ตอนนั้นทำไมไม่พานีไปด้วย รู้ไหมคะว่านีเหงาแค่ไหน คุณอาเขาไม่สนใจนีมานานแล้วค่ะ เขาคงเบื่อที่จะดูแลนีแล้ว”
นีรญากอดรูปไว้แนบอก หลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ ตลอดหลายปีมานี้เธอเหงามาก ราวกับว่าอยู่ตัวคนเดียวบนโลกที่แสนกว้างใหญ่นี้ แม้จะมีเพื่อนฝูงคบหากันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้อุ่นใจเหมือนคนที่เธอคิดว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวอย่างปราบ แต่เขากลับให้แม่บ้านและคนขับรถมาคอยดูแลเธอ ส่วนตัวเขานั้นแทบจะมาหาเธอนับครั้งได้
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดึงหญิงสาวให้หลุดจากภวังค์ “ฮัลโหลบรู๊ก”
“แกแต่งตัวเสร็จหรือยัง อีกสิบนาทีฉันจะถึงบ้านแกแล้วนะ”
“แก วันนี้ยกเลิกนัดก่อนได้ไหม ฉันรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย” นีรญาหาข้ออ้าง คิดว่าสองเดือนมานี้จะลืมเรื่องที่ปราบต่อว่าเธอได้ แต่พอเห็นหน้าเขาวันนี้ เธอกลับเจ็บปวดจนอยากจะร้องไห้ ไม่มีกะจิตกะใจอยากออกไปดูหนังกับสมบูรณ์แล้ว
