ตอนที่ 1 แค่เพื่อนบ้าน - 1
เสียงเพลงดังกระหึ่มห้องนั่งเล่น ร่างบอบบางลุกขึ้นส่ายสะโพกโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง แขนขาออกท่าออกทางตามนักร้องในจอทีวีขนาดห้าสิบนิ้ว ปากจิ้มลิ้มก็ร้องเพลงคลอไปตาม ผมยาวสลวยสะบัดไปมาจนยุ่งเหยิง เธอยังคงเต้นโคฟเวอร์เพลงฮิตไปอย่างเมามัน โดยไม่ได้รับรู้เลยว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่
ปราบมองหญิงสาววัยยี่สิบสองปี ที่กำลังเต้นอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่สนใจรอบข้าง สะโพกกลมกลึงภายใต้กางเกงขาสั้นตัวจิ๋วส่ายไปส่ายมา เอวคอดก็บิดไปมาตามท่วงท่าของนักร้องต้นแบบ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมขึ้นมาโดยพลัน ยามเห็นเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กเลิกขึ้นจนเปิดเผยหน้าท้องแบนราบ เขาก้าวเข้าไปในห้องทันที ก่อนจะฉวยเอารีโมททีวีขึ้นมากดปิด เสียงที่ดังอยู่เมื่อครู่เงียบลงทันใด
นีรญาหันไปมองสาเหตุที่ทำให้ทีวีดับลง แล้วก็ต้องชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงหน้าสวยที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยบูดบึ้ง
“ขอรีโมททีวีให้นีด้วยค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงห้วน ยื่นมือออกไปตรงหน้า แววตามีแต่ความเย็นชา ทำไมเธอต้องแสดงท่าทางอย่างนี้ใส่เขาน่ะหรือ ก็เพราะว่าเมื่อสองเดือนก่อน เธอบังเอิญไปเห็นเขากำลังเริงรักอยู่กับแม่นางแบบตกกระป๋องน่ะสิ แถมเธอยังถูกต่อว่าต่อหน้าผู้หญิงคนนั้นอีกด้วย แค่ต้องทนเห็นเขาโอบกอดคนอื่นก็มากพออยู่แล้ว นี่ยังมาว่าเธอไม่มีมารยาทไปแอบดูพวกเขาอีก ใครอยากแอบดูกัน เล่นไม่ยอมปิดประตูอย่างนั้น ใครมันจะไปรู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ เชอะ!
เธอหลงรักเขามานาน แรก ๆ ก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้มันคืออะไร ความรู้สึกอยากให้เขามองแค่ตนแค่คนเดียว ไม่ชอบเวลามีผู้หญิงสวย ๆ มาคุยกับเขา แต่ว่าพอเห็นเขาควงสาวสวยมาแนะนำว่าเป็นแฟนเท่านั้นแหละ ถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองกำลังหลงรักเขา เธอเพิ่งมารู้ตัวตอนอายุได้สิบห้า
หลังจากอุบัติเหตุในครั้งนั้นเขาก็ดูแลเธอประหนึ่งว่าเป็นคนสำคัญ ความผูกพันค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความรักขึ้นมา เธอไม่เคยบอกให้คุณอารู้ว่าคิดเกินเลยกับเขา ทว่าพอเห็นเขากำลังโอบกอดผู้หญิงอื่นต่อหน้า จึงพลั้งปากบอกความในใจออกไป
ตอนนั้นเธออายุสิบแปดปีเต็มพอดี คิดว่าตนโตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะสารภาพรักกับเขาได้แล้ว ทว่าผลที่ได้กลับมาคือแววตาเย็นชาและท่าทีห่างเหินจากเขา ตลอดหลายปีมานี้เธอก็ยังเฝ้าฝันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าเขาจะมองตนในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง แต่ดูเหมือนว่าคุณปราบที่ใคร ๆ ต่างเกรงกลัว ยังคงมองเธอเป็นเพียงเด็กกะโปโลคนหนึ่งเท่านั้น นับตั้งแต่วันที่เธอบอกว่าจะเป็นเจ้าสาวของเขาก็ไม่เคยมองผู้ชายอื่นอีกเลย ถึงจะมีคนเข้ามาจีบแต่เธอปฏิเสธไปจนหมด
ปราบมองหญิงสาวผู้แสนดื้อรั้นตรงหน้าอย่างปลง ๆ นีรญาเสียพ่อแม่ไปตอนอายุสิบสามเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากกลับมาจากท่องเที่ยว รถตู้ของบ้านเมธารัตน์เกิดหลุดโค้งชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง พ่อของเธอเสียชีวิตคาที่พร้อมกับคุณปู่คุณย่า ส่วนนีรญาและแม่อาการสาหัส เด็กสาวพักรักษาตัวอยู่หลายเดือนกว่าจะพ้นขีดอันตราย แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาทุกคนในครอบครัวก็ได้ลาโลกนี้ไปเสียแล้ว
ตระกูลเมธารัตน์ทำกิจการร้านทอง นับได้ว่ามีฐานะพอสมควร พอเห็นว่าเด็กหญิงสูญเสียคนในครอบครัวไป ด้วยความสงสาร และไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ชีวิตคนเดียวได้ เขาจึงแวะเวียนมาดูแลเธอบ่อย ๆ มิหนำซ้ำยังช่วยดูแลกิจการให้อีกด้วย เนื่องจากนีรญาไม่มีญาติที่ไหนอีก แม่เธอเป็นลูกคนเดียว และคุณตาคุณยายของเธอก็เสียไปแล้วเช่นกัน
“ทำไมวันนี้ไม่ไปเรียน” นัยน์ตาคมดุมองคนตัวเล็กอย่างคาดคั้น
นีรญากลอกตามองบน พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “นีไม่มีเรียนแล้วค่ะ รอไปฝึกงานอย่างเดียว”
นี่เป็นเทอมสุดท้ายของเธอ ฝึกงานอีกสองเดือนก็จบ แต่ปัญหามันอยู่ที่เธอยังไม่มีที่ฝึกงานนี่สิ เพื่อนทุกคนก็กำลังวิ่งวุ่นไม่ต่างกัน ใจจริงเธออยากจะขอไปฝึกงานที่บริษัทของปราบ แต่หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้นก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย จนกระทั่งวันนี้ที่เขามาหาเธอถึงบ้าน คุณอาที่เธอหลงรักมานานเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่สาว ๆ ต่างพากันอยากพลีกายให้เขา ความสูงที่ไม่ต่างจากนายแบบนั่น และใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนพระเอกเกาหลีนี่ก็ด้วย ซ้ำยังมีความร่ำรวยนี่อีก ถึงแม้ปราบจะไม่ได้รวยติดระดับท็อปของประเทศก็เถอะ แต่ทรัพย์สินของเขาใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด
