บทย่อ
เรื่องที่ 1 อ้อนรักคุณอาข้างบ้าน คำโปรย เธอเป็นเพื่อนบ้านที่แอบหลงรักเขามานาน แต่แล้ววันหนึ่งกลับถูกคู่ขาของเขาสบประมาทว่า เป็นได้แค่มดแดงแฝงมะม่วงเท่านั้น มองให้ตายยังไงก็ไม่มีวันได้กิน คอยดูเถอะ มดแดงตัวนี้จะสอยมะม่วงลงมากินให้ดู ***** ปราบรวบร่างบอบบางขึ้นมาพาดบ่า แล้วตรงไปยังห้องนอนของหญิงสาว ก่อนจะโยนคนลงไปบนเตียงนุ่ม “โอ๊ย! นี่คุณอาบ้าไปแล้วเหรอคะ โยนมาได้ นีเจ็บนะ” นีรญาถลึงตาใส่ ลุกขึ้นหมายจะเข้าไปตีคนอีกครั้ง แต่กลับถูกรวบแขนแล้วกดลงติดเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเขาขึ้นมาทาบทับตัวเธอไว้ “ไหนลองด่าอีกทีสิ เมื่อก่อนฉันคงใจดีกับเธอมากไปสินะ” พูดจบก็แสยะยิ้มร้าย นัยน์ตาดุจนักล่าจ้องมองเหยื่อสาวอย่างหื่นกระหาย “คุณอาจะทำอะไรคะ ปล่อยนีเดี๋ยวนี้นะ ไหนว่าไม่คิดเอานีทำเมียไง มาขึ้นคร่อมนีอย่างนี้หมายความว่ายังไง” นีรญาสบสายตาเขานิ่งงัน อย่างต้องการค้นหาว่าปราบกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมคนที่เย็นชาใส่เธอมาตลอดหลายปี อยู่ ๆ ก็จับเธอโยนขึ้นเตียงอย่างนี้ เรื่องที่ 2 ห่มรักในคืนหนาว คำโปรย เพราะเงินสามล้านที่พี่ชายไปกู้มาเป็นเหตุ ฉันเลยกลายมาเป็นลูกหนี้ของพ่อเลี้ยงหนุ่มสุดหล่ออย่างช่วยไม่ได้ ทว่าหัวใจของฉันมันกลับไม่รักดีดันไปหวั่นไหวกับเจ้าหนี้เสียอย่างนั้น แล้วแบบนี้จะทำยังไงล่ะ จับกดเลยดีไหม? ******* “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ กลัวเหรอ” เขาถามกลั้วหัวเราะ จับมือฉันไปจับน้องชายของเขาแล้วรูดขึ้นลง “ไม่ต้องกลัวนะ มันเป็นมิตร ไม่ทำร้ายออยหรอก” โอ้ว !ไม่นะ... มันยังขยายได้อีกเหรอ แค่นี้มือฉันก็กำไม่รอบแล้ว หากใหญ่ขึ้นอีกมันจะใส่น้องสาวฉันได้เหรอ “น้องชายของพี่นี่เป็นมิตรกับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าคะ รวมถึงดอกสร้อยด้วยไหม” ฉันประชดถาม พ่อเลี้ยงคชาเลิกคิ้วมองก่อนหัวเราะออกมา ตอบเสียงอ่อนโยนว่า “น้องชายพี่เป็นมิตรกับออยคนเดียวเท่านั้น” “เหรอคะ” ฉันแกล้งตามน้ำไป “ทีนี้จะให้น้องชายพี่ได้ทำความรู้จักสนิทสนมกับน้องสาวออยได้หรือยังครับ”
เรื่อง อ้อนรักคุณอาข้างบ้าน (บทนำ)
“โตขึ้นนีจะเป็นเจ้าสาวค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงวัยห้าขวบเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นได้เป็นอย่างดี รวมถึงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย
“หนูนีรู้หรือเปล่าว่าเจ้าสาวคืออะไร” ผู้เป็นย่าถามด้วยน้ำเสียงอารี ส่ายศีรษะเบา ๆ ให้กับความไร้เดียงสาของทายาทคนเดียวแห่งบ้านเมธารัตน์
เด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิด มองเจ้าสาวที่กำลังยิ้มแย้มอยู่บนเวทีซึ่งกำลังทำพิธีแต่งงาน “เจ้าสาวคือผู้หญิงที่แต่งตัวสวย ๆ ค่ะ โตขึ้นหนูนีอยากสวยแบบนั้น” คำตอบไร้เดียงสาที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเรียกเสียงขบขันจากคนที่ได้ฟังอีกครั้ง
“หนูนีฟังย่านะลูก เจ้าสาวไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่แต่งตัวสวย ๆ แต่เป็นผู้หญิงที่กำลังจะเป็นภรรยาของผู้ชายคนหนึ่งจ้ะ และในอนาคตก็ต้องเป็นแม่คน”
“ภรรยาคืออะไรคะคุณย่า” เด็กหญิงนีรญายังคงถามอย่างใคร่รู้ จ้องคุณย่าตาแป๋วเพื่อรอคอยคำตอบ
หญิงชราโคลงศีรษะเบา ๆ อย่างอ่อนใจในความช่างสงสัยของหลานรัก “อืม...ภรรยาก็เหมือนคุณแม่ของหนูนียังไงล่ะจ๊ะ คุณแม่เป็นภรรยาคุณพ่อ แล้วก็มีหนูนีที่น่ารักมาให้ย่ายังไงล่ะ”
“เหมือนคุณแม่” ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นหากนีเป็นภรรยา ก็จะมีคนใจดีเหมือนคุณพ่ออยู่ด้วยกันทุกวันสิคะ ดีจังเลย”
“เด็กโง่เอ๊ย!” เสียงต่อว่าอย่างไม่จริงจังของชายหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ ส่งผลให้นีรญาหันมองค้อนขวับเข้าให้ แก้มขาว ๆ พองลมอย่างน่ารัก เธอจ้องชายหนุ่มที่อายุมากกว่าตัวเองถึงสิบสองปีเขม็ง เขาเป็นคุณอาข้างบ้านของเธอนั่นเอง
“ใครโง่คะคุณอา นีฉลาดจะตาย คุณครูยังชมเลย”
ปราบยิ้มขัน ดูยายเด็กช่างจ้อนี่สิ ตั้งแต่มาถึงงานแต่งก็เอาแต่ถามนั่นถามนี่ไม่หยุด ไม่เหนื่อยบ้างหรืออย่างไรกันนะ บ้านเมธารัตน์และบ้านสหัสพิทักษ์ของเขาค่อนข้างสนิทกัน นอกจากจะรั้วบ้านติดกันแล้ว คุณปู่คุณย่าของนีรญายังเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแม่เขาอีกด้วย เขาเป็นลูกหลงที่เกิดห่างจากพี่สาวถึงสิบสี่ปี พ่อของเด็กน้อยเองก็ดีกับเขาเหมือนน้องชายแท้ ๆ มีอะไรก็ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด
“คุณอาว่านีโตขึ้นจะเป็นเจ้าสาวได้ไหมคะ” มือเล็กเขย่าแขนเด็กหนุ่มไม่หยุดหากเขาไม่ยอมตอบคำถามเธอ
“ก็ต้องดูก่อนว่าจะมีผู้ชายคนไหนทนความช่างจ้อของหนูนีได้ไหม แต่อาว่าคงไม่มีหรอก” สิ้นคำปากจิ้มลิ้มของคนตัวเล็กก็เบะออกเหมือนจะร้องไห้ ปราบลนลานรีบแก้ตัว “อาล้อเล่น หนูนีน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ โตขึ้นต้องได้เป็นเจ้าสาวแน่นอน”
เสียงร้องไห้ของนีรญาเป็นอะไรที่น่าปวดหัวที่สุดสำหรับเขา หากไม่รีบโอ๋เธอคงได้แหกปากร้องลั่นกลางงานแต่งเป็นแน่ แล้วเขาก็คงถูกพ่อกับแม่ด่าเสียยกใหญ่แน่นอน
“ปราบ พาหนูนีออกไปเล่นข้างนอกไปลูก” คุณผู้หญิงแห่งบ้านสหัสพิทักษ์สั่งลูกชาย ในงานแต่งของญาติครั้งนี้มีแต่แขกที่มีฐานะทางสังคมทั้งนั้น หากเด็กน้อยร้องไห้ในงานคงวุ่นวายน่าดู
“ครับ” ชายหนุ่มรับคำ พลางยื่นมือไปให้เด็กหญิงจับ “ไปกันเถอะ เดี๋ยวอาพาไปกินไอศกรีม อยู่ในนี้มันอึดอัด”
นีรญาตาโตเมื่อได้ยินคำว่าไอศกรีม สองแขนชูขึ้นไปหาชายหนุ่ม “อุ้ม”
ปราบถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วจึงอุ้มร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมแขน เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดแบบเขาแทนที่จะได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนในวันหยุด กลับถูกแม่ลากมาร่วมงานแต่งที่แสนจะน่าเบื่อ หนำซ้ำเขายังต้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้ยายเด็กตัวกลมนี่อีก
“คุณอาคะ นีจะเป็นเจ้าสาวของคุณอาค่ะ” พูดจบก็จุ๊บแก้มเขาเบา ๆ ในสายตาของนีรญานั้นเห็นปราบเป็นดั่งพ่อคนที่สอง แม้ปากเขาจะชอบบ่นเธอแต่ก็ยังใจดีด้วยเสมอ และไม่เคยขัดใจเธอเลยสักครั้ง ดังนั้นหากเธออยากเป็นภรรยาเหมือนคุณแม่ ก็ต้องมีผู้ชายใจดีแบบพ่อนี่แหละอยู่เคียงข้าง ซึ่งปราบก็คือผู้ชายคนนั้นของเธอ
ชายหนุ่มไม่ได้รู้ความคิดของคนที่ตนกำลังอุ้มอยู่เลยสักนิด จึงตอบไปอย่างไม่คิดอะไร “หากหนูนีอยากเป็นเจ้าสาวของอา ก็รอให้โตกว่านี้ก่อนแล้วกันค่ะ”
“โตแค่ไหนคะ” เธอถามอย่างกระตือรือร้น
ร่างสูงโครงศีรษะทำทีเป็นครุ่นคิด “รอหนูนีเรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ ค่อยมาเป็นเจ้าสาวของอาก็แล้วกัน”
“สัญญานะคะ” นิ้วก้อยเล็ก ๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าชายหนุ่ม
“สัญญาครับ”
ปราบตอบแบบขอไปทีเกี่ยวก้อยสัญญาอย่างไม่คิดอะไร เพราะไม่อยากฟังเสียงร้องไห้ของอีกฝ่าย เขาคิดว่าอีกไม่กี่วันเด็กน้อยคงลืมเรื่องเหล่านี้ไป แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่านีรญานั้นคิดจริงจังเพียงใด เธอมาดหมายไว้ในใจไปเสียแล้วว่านอกจากปราบแล้วเธอจะไม่เป็นภรรยาของใครอีก

