บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 นิมิตหมายที่ดี

ร่างกลมกลึงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างกำลังก้มลงเขียนจดหมายอย่างใจจดใจจ่อ ชาติที่แล้วนอกจากหลิวลู่หลินจะเป็นแม่ที่ไม่เอาไหนแล้ว นางยังเป็นลูกอกตัญญูอีกด้วย ทอดทิ้งบิดาไว้ที่ฉางฉาเพียงลำพังโดยมิเคยส่งข่าวกลับไปอีกเลย หญิงสาวพับจดหมายแล้วใส่เข้าไปในซองอย่างเบามือ หวังว่าท่านพ่อจะดีใจที่เห็นจดหมายฉบับนี้

"บ่าวนึกว่านายหญิงลืมนายท่านหลิวเสียแล้ว" เสี่ยวเหยาแอบค่อนขอดผู้เป็นนาย ตั้งแต่เกิดเรื่องที่โรงเตี้ยมคราวนั้นนายหญิงของนางก็ไม่เอ่ยถึงบิดาอีกเลย ได้แต่พร่ำเพ้อถึงคุณชายจางผู้นั้นไม่ขาดปาก

"ผู้ใดจะลืมบิดาผู้ให้กำเนิดได้ลงคอเล่า ข้าก็แค่ยังไม่หายเคืองท่านพ่อเท่านั้น" หลิวลู่หลินเอ่ยน้ำเสียงเจือความเสียใจ

หญิงสาวโกรธบิดาที่ยอมยกตนให้หลี่จวิ้นเฉินอย่างง่ายดาย โดยไม่เอ่ยถามนางแม้เพียงครึ่งคำ นางอุตส่าห์กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่บิดาของนางกลับไม่ยอม บอกว่าข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกแล้วแถมยังมีผู้คนมากมายเห็นเหตุการณ์อีก หลิวเจียเหลียงจึงใช้ตำแหน่งนายอำเภอฉางฉาเข้าพบแม่ทัพบูรพาและคว้าตำแหน่งฮูหยินเอกมาให้บุตรสาวจนได้ในที่สุด

"นายท่านหลิวทำเพื่อคุณหนูเจ้าค่ะ" เด็กสาวเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว

"ลืมที่ท่านพ่อสั่งเอาไว้สิ้นแล้วหรือ? ไยจึงกลับไปเรียกคุณหนูอีกเล่า?" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

"โถ่! นายหญิงเองก็รู้ว่าเอ่ยถึงนายท่านหลิวทีไร บ่าวมักลืมตัวทุกที" เสี่ยวเหยาทำปากขมุบขมิบ

หลิวลู่หลินมองออกไปยังนอกหน้าต่างในทิศทางที่นางจากมา ด้วยความรู้สึกปวดแปลบในอก ที่ตรงนั้นหญิงสาวมีทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งครอบครัวที่อบอุ่นและชีวิตที่อิสระเสรี

หลิวเจียเหลียง บิดาของนางมีบุตรสาวที่ฉลาดแต่กลับไม่เฉลียว แค่การเลือกคบสหายที่ดีนางยังทำไม่ได้เลย ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าคุณหนูหลิวลู่หลินที่งดงามและฉลาดหลักแหลม มีความสามารถมากมายรอบด้านกลับต้องมาตกม้าตายเพราะคนใกล้ตัว

เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ และดวงตาที่มืดบอดมองเห็นแต่ความดีจอมปลอมที่จางอี้ปินบรรจงสร้างขึ้นมา จึงมิได้สนใจเสียงเตือนจากผู้เป็นบิดาแม้แต่น้อย มาคิดๆแล้วก็รู้สึกเสียดายความรู้ความสามารถของตนอยู่ไม่น้อย หากนางรู้ว่างูพิษอย่างจางอี้ปินจะแว้งกัดตนภายหลัง หลิวลู่หลินจะไม่นั่งหลังขดหลังแข็งสอนตำราให้เขาร่วมหลายเดือนเด็ดขาด เจ้าคนสมองทึบนั่นสอบติดจอหงวนเพราะนางแท้ๆ พอถึงฝั่งกลับถีบหัวนางส่งอย่างไม่ไยดี

คงคิดว่านางหมดประโยชน์แล้วสินะ!

หึ! ยังหรอก

ความแค้นระหว่างเรากำลังเริ่มต้น จางอี้ปิน ถ้าไม่ติดว่าข้าเป็นสตรี ตำแหน่งจอหงวนบ้าบอนั่นเป็นของหลิวลู่หลินคนนี้ไปนานแล้ว หญิงสาวขบเคี้ยวเขี้ยวฟันด้วยความโมโห

"นายหญิงจะเตรียมชุดให้คุณชายน้อยเมื่อไรเจ้าคะ บ่าวว่าช้ากว่านี้จะไม่ทันการเจ้าค่ะ" เสียงเรียกของเสี่ยวเหยาทำให้เจ้านายสาวหลุดจากภวังค์

"จริงสิ! เจ้าเอาใบรายการนี่ไปยื่นให้พ่อบ้านหูนะ เดี๋ยวเขาจะจัดผ้ามาที่เรือนเหมยฮวาเอง" นางยื่นกระดาษใบเล็กให้เด็กสาว

"เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปรีบมา นายหญิงนั่งจิบชารอไปก่อนนะเจ้าคะ" สาวใช้ตัวน้อยรีบวิ่งถือกระดาษออกไปอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ผ้าต่างๆก็ถูกนำมาวางเรียงรายเต็มพื้นห้องไปหมด หลังจบเรื่องของถานจินหรงไปแล้ว หลิวลู่หลินก็จิตใจปลอดโปร่งขึ้นมาก นางตั้งใจว่าจะเตรียมชุดให้เจ้าก้อนแป้งน้อยเยอะๆ ตอนที่ยังเป็นเพียงดวงวิญญาณหญิงสาวสังเกตเห็นว่าเฉิงเออร์เหมาะกับชุดสีแดงเป็นที่สุด เด็กชายตัวอ้วนกลมมีผิวขาวราวกับหิมะเมื่อตัดกับสีแดงสดแล้วช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน

"นายหญิงจะให้คุณชายน้อยสวมชุดแดงทุกวันเลยหรือเจ้าคะ บ่าวว่าควรต้องมีชุดสีอื่นบ้าง มิเช่นนั้นหากโตขึ้นคุณชายน้อยคงต้องสวมชุดสีอื่นแทนชุดมงคลในวันแต่งงานแล้วเจ้าค่ะ" เสียวเหยาเสนอความเห็น

"อ้าว! ไยจึงต้องสวมชุดมงคลสีอื่นด้วยเล่า?" หญิงสาวไม่เข้าใจในความคิดของเสี่ยวเหยา

"ก็คุณชายน้อยสวมชุดแดงทุกวัน วันแต่งงานก็ต้องสวมอีกเป็นบ่าวๆไม่ยอมเจ้าค่ะ ดูไม่มีความพิเศษใดๆเสียเลย"

หลิวลู่หลินยกยิ้มให้กับความคิดอันพิลึกพิลั่นของเสี่ยวเหยา

"เอาล่ะ เตรียมสีอี่นบ้างก็ได้ สีฟ้าดีหรือไม่ เอฺ..ว่าแต่ฟ้าแบบไหนดีนะ ฟ้าเข้มหรือฟ้าอ่อน หรือเอาทั้งสองสีเลย เสี่ยวเหยายกผ้ามาให้ข้าที" สองนายบ่าวช่วยกันเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กอย่างขมักเขม้น

"อะแฮ่ม!" เสียงที่ดังมาจากผู้มาใหม่ทำให้หลิวลู่หลินต้องดึงสายตาจากกองผ้าตรงหน้าแล้วหันกลับไปมอง

"ท่านพี่มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ?" หญิงสาวเอ่ยทักทายสามีด้วยความประหลาดใจ

"ที่นี่เป็นจวนของข้า ต้องมีธุระด้วยหรือจึงจะเข้ามาได้?" เสียงทุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความขัดใจ มีภรรยาที่ไหนบ้างทำตัวห่างเหินกับสามีที่ร่วมผูกผมราวกับคนแปลกหน้า

"ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ ท่านเข้าใจผิดแล้ว" อะไรของเขา จู่ๆก็โมโหขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ร้อยวันพันปีมิเคยคิดจะมา แต่แล้ววันนี้กลับโผล่มาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า จะไม่ให้นางแปลกใจได้อย่างไรเล่า?

"เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่" ดวงตาคมเหลือบมองผ้ากองโตตรงหน้าขณะเอ่ยถาม

"เตรียมเสื้อผ้าให้เจ้าก้อนแป้งเจ้าค่ะ" หลิวลู่หลินเอ่ยด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขดวงตาพราวระยับ

หลี่จวิ้นเฉินรู้สึกคันยุบยิบในอก ชายหนุ่มเห็นถึงสัญชาตญาณความเป็นมารดาอย่างเข้มข้นในตัวนาง

เขาทั้งดีใจและน้อยใจในเวลาเดียวกัน

ดีใจ ที่หลิวลู่หลินไม่นึกรังเกียจเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา และยอมอุ้มท้องทายาทสกุลหลี่ด้วยความเต็มใจ

น้อยใจ ที่แม้แต่เจ้าก้อนแป้งที่ยังไม่เคยพบหน้ายังได้รับความรักและความเอาใจใส่จากนางมากกว่าเขาผู้เป็นสามีเสียอีก

หลี่จวิ้นเฉินเป็นชายชาตินักรบ เขาถนัดแต่ทำศึกสงคราม ไม่สันทัดเรื่องของสตรีจึงไม่รู้ว่าควรเข้าหาภรรยาเช่นไร จึงจะทลายกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเขากับนางลงได้ การแต่งงานที่เกิดจากความผิดพลาดทำให้ชีวิตของชายหนุ่มยุ่งเหยิงไปหมด

เดิมทีเขายังไม่คิดเรื่องแต่งงานด้วยซ้ำ แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน จึงได้แต่งหลิวลู่หลินเข้ามาเป็นภรรยาเอก และอีกสามเดือนให้หลังหลี่จวิ้นเฉินก็แต่งถานจินหรงเข้ามาอีก เพราะต้องรับผิดชอบที่บังเอิญเห็นเรือนร่างของนางเข้าตอนที่กระโดดลงไปช่วยหญิงสาวขณะกำลังจมน้ำ

ชายหนุ่มถูกสอนมาให้เป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติสตรีซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก กอปรกับจวนสกุลหลี่มีแต่ผู้ชาย เขาจึงตามเล่ห์เหลี่ยมของเหล่าสตรีไม่ทัน

"มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?" เสียงทุ้มเอ่ยถาม

หลิวลู่หลินประเมินผู้เป็นสามีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม

"ท่านช่วยเลือกให้หน่อยว่าระหว่างสีฟ้าเข้มกับฟ้าอ่อนสีใดสวยกว่ากัน?"

ชายหนุ่มครุ่นคิดไม่นานก็ตัดสินใจเลือก

"ข้าชอบสีฟ้าเข้ม ให้ความรู้สึกสดใสและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน"

"ท่านเลือกได้ดีมาก ขอบคุณที่ช่วยเจ้าค่ะ" หญิงสาวเผยรอยยิ้มออกมาจนถึงดวงตา

หลี่จวิ้นเฉินถึงกับใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความลิงโลด เป็นครั้งแรกที่ภรรยามอบรอยยิ้มจริงใจให้เขา ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี จากนี้ไปชายหนุ่มคงจะต้องมาหานางให้บ่อยขึ้นเสียแล้ว ขนาดน้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน เขาจะค่อยๆกะเทาะเปลือกหนาที่ห่อหุ้มหัวใจของนางออก เชื่อว่าต้องมีสักวันที่เขาและนางจะสามารถเปิดใจให้กันได้อย่างแท้จริง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel