ตอนที่ 4 เปิดบ้านแสดงงิ้ว
"เรียนนายหญิง ฮูหยินรองมาขอพบเจ้าค่ะ ให้มาแจ้งว่ามีน้ำแกงสูตรพิเศษมามอบให้ท่าน สามารถช่วยบำรุงครรภ์ได้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ"เสี่ยวเหยาวิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งเจ้านายสาว
"รีบไปเชิญเข้ามาเร็ว ข้าอยากลองชิมน้ำแกงของนางจะแย่แล้ว" หลิวลู่หลินเอ่ยด้วยแววตาสั่นระริก
ในที่สุดก็ถึงเวลาแสดงงิ้วเสียทีสินะ มิเสียแรงที่นางอุตส่าห์ซุ่มซ้อมมาหลายวัน
"แต่นายหญิง เสี่ยวเหยาไม่ไว้ใจฮูหยินรองเลยเจ้าค่ะ ดูเหมือนวันนี้นางจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษด้วย" เด็กสาวเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างปิดไม่มิด
"อย่าห่วงเลย ข้ามิใช่หลิวลู่หลินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว รีบไปเถิด" ผู้เป็นนายเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เสี่ยวเหยาเข้ามาพร้อมกับผู้มาใหม่อีกสองคน นั่นคือฮูหยินรองถานจินหรงและสาวใช้นามซือซือ
"คารวะพี่หญิง จินหรงตั้งใจเคี่ยวน้ำแกงสูตรพิเศษเพื่อนำมามอบให้ท่าน" ถานจินหรงส่งสัญญาณให้สาวใช้ยกน้ำแกงไปให้ฮูหยินใหญ่
"ความจริงเจ้ามิต้องลำบากก็ได้ ตัวข้าเองได้รับน้ำแกงบำรุงจากท่านพี่ทุกวันอยู่แล้ว แต่เอาเถิดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ข้าจะรับเอาไว้ก็แล้วกัน" หลิวลู่หลินให้เสี่ยวเหยารับน้ำแกงชามนั้นมาวางไว้ตรงหน้านาง
คำพูดของคนตรงหน้าทำเอาถานจินหรงถึงกับหัวคิ้วกระตุกด้วยความริษยา น้ำแกงจากท่านพี่เช่นนั้นหรือ? หลิวลู่หลินมีสิทธิ์อะไรมาแย่งความโปรดปรานไปจากนาง
มือเรียวสวยค่อยๆบรรจงตักน้ำแกงขึ้นอย่างตั้งใจและทำทีอ้าปากกินน้ำแกงเข้าไป แต่จู่ๆนางกลับทิ้งช้อนลงพื้นแล้วโวยวายเสียงดัง
"พิษ! น้ำแกงนี่มียาพิษ ถานจินหรงเจ้ากล้าวางยาข้าเช่นนั้นหรือ? ผู้ใดอยู่ด้านนอกบ้างรีบไปตามพ่อบ้านหูมาตรวจสอบเร็วเข้า" นายหญิงของเรือนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
ทันทีที่นางตะโกนเรียกเสียงดัง เหล่าทหารยามที่คอยเฝ้าอยู่หน้าเรือนเหมยฮวารีบวิ่งกรูเข้ามาในเหตุการณ์ทันที
"พี่หญิงใหญ่ ได้โปรดใจเย็นลงก่อน ข้าสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้" ถานจินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน
แผนการของนางไร้ช่องโหว่ พิษที่ใส่ลงในน้ำแกงไร้สีไร้กลิ่น อีกทั้งผู้ถูกพิษยังไม่แสดงอาการใดๆอีกด้วย พ่อบ้านหูไม่มีทางตรวจเจออย่างแน่นอน
"น้องหญิง! ถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ? จิตใจของเจ้าทำด้วยอะไร เหตุใดจึงได้อำมหิตถึงเพียงนี้" หลิวลู่หลินมีสีหน้าผิดหวังรุนแรง พลางเอ่ยสั่งเหล่าทหารยามต่อว่า
"พวกเจ้าไปตามนายท่านผู้เฒ่ามาด้วย เกรงว่าเรื่องนี้คงต้องให้ท่านลุงช่วยตัดสินเสียแล้ว"
"ขอรับอูหยินใหญ่" ชายร่างใหญ่สองคนรับคำก่อนจะเดินออกจากเรือนไปอย่างรวดเร็ว
ถานจินหรงก้มลงมองชามน้ำแกงของตนแล้วถึงกับหน้าซีดตัวสั่น
เป็นไปได้อย่างไร?
ไยน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรสีเหลืองทองของนางกลับกลายเป็นสีดำสนิทไปได้
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ สมาชิกทุกคนมานั่งรวมตัวพร้อมหน้าพร้อมตากันที่เรือนเหมยฮวา ขาดเพียงแต่หลี่จวิ้นเฉินเท่านั้นที่ยังคงไม่กลับจากวังหลวง
หลี่ชิงหยุน ประมุขของจวนสกุลหลี่กำลังนั่งสอบสวนเค้นความจริงจากปากของหลานสะใภ้รองอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกคนที่นี่ทราบดีว่าผู้อาวุโสหลี่ชิงหยุนเป็นคนเด็ดขาดแค่ไหน และให้ความสำคัญต่อทายาทสายตรงสกุลหลี่เพียงใด แม้ชายชราจะปล่อยให้หลานชายเป็นผู้ปกครองจวนและประกาศว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องต่างๆภายในจวนอีก แต่กระนั้นบารมีของอดีตแม่ทัพก็ยังเป็นที่น่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย
"จินหรงไม่ทราบจริงๆเจ้าค่ะ ว่าน้ำแกงเปลี่ยนเป็นสีดำได้อย่างไร?" ถานจินหรงยังคงให้การปฏิเสธ
"หลานสะใภ้ใหญ่เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร? ในเมื่อลองใช้เข็มเงินจุ่มลงไปในน้ำแกงแล้ว แต่เข็มกลับไม่เปลี่ยนสีเลย" ประมุขของจวนเอ่ยถามเจ้าของเรือน
"เรียนท่านลุง ลู่หลินยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าน้ำแกงชามนี้มีพิษเจือปนอยู่จริงเจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
"จริงหรือ? เช่นนั้นรีบจัดการเลย" เสียงทรงอำนาจเอ่ยสนับสนุน
"พ่อบ้านหูรบกวนท่านช่วยให้บ่าวไพร่ไปจับแม่ไก่กับลูกเจี๊ยบแรกเกิดมาให้ข้าที" หลิวลู่หลินหันไปไหว้วานพ่อบ้านชรา
"ได้ขอรับนายหญิง" พ่อบ้านหูรับคำแล้วเดินออกไปกำกับบ่าวไพร่ด้วยตัวเอง
ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ของหลี่จวิ้นเฉินที่ยังคงอยู่ในชุดทำงานก็กลับมาถึง ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งข้างผู้เป็นลุงด้วยความร้อนใจ
"อาเฉินมาได้จังหวะพอดีเลย เจ้ามาเร็วกว่าที่ลุงคิดไว้เสียอีก" ชายชราส่งม้าเร็วไปแจ้งข่าวหลี่จวิ้นเฉินที่วังหลวงทันทีที่ทราบเรื่อง กรณีนี้เป็นเรื่องหลังบ้านของชายหนุ่ม เขาต้องมีส่วนในการตัดสินโทษผู้กระทำผิด
"มาแล้วขอรับนายหญิง แม่ไก่และลูกเจี๊ยบที่ท่านต้องการ" พ่อบ้านหูเดินนำหน้าบ่าวชายที่กำลังอุ้มแม่ไก่กับลูกเจี๊ยบอยู่
"ขอบคุณมากพ่อบ้านหู เสี่ยวเหยาตักน้ำแกงป้อนให้แม่ไก่และลูกเจี๊ยบกิน" หลิวลู่หลินหันไปสั่งสาวใช้ข้างกาย
"เจ้าค่ะนายหญิง" เสี่ยวเหยาไม่รอช้ารีบทำตามคำสั่งทันที
ผู้คนในห้องต่างประหลาดใจกับการกระทำของฮูหยินใหญ่ แต่กลับมิมีผู้ใดเอ่ยทักท้วง ตรงกันข้ามพวกเขาต่างจับตามองสัตว์ทั้งสองตัวอย่างไม่กะพริบตา
หลังจากแม่ไก่กินน้ำแกงเข้าไปแล้วยังคงมีท่าทางปกติไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ลูกเจี๊ยบกลับตัวสั่นชักดิ้นชักงอและแน่นิ่งไปในที่สุด
"นั่น! ไม่นะ! พี่หญิงข้าไม่เคยคิดจะวางยาท่านเลยนะเจ้าคะ ท่านพี่ได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่จินหรงด้วย" ถานจินหรงดวงตาเบิกโพลงนางมีสีหน้าตื่นกลัว รีบถลาเข้าไปกอดขาหลี่จวิ้นเฉินเอาไว้แน่น
"นี่หมายความว่าอย่างไรกัน?" หลี่จวิ้นเฉินมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ
"ถูกของน้องหญิง เจ้ามิได้คิดจะวางยาข้า แต่เจ้าตั้งใจวางยาบุตรในครรภ์ของข้าต่างหาก เจ้ามันใจคอโหดเหี้ยม ฆ่าได้แม้กระทั่งทารกที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเดือดดาล ส่งสายตาอาฆาตไปยังสตรีที่นั่งตัวสั่นกอดขาสามีแน่นจนแทบจะสิงเข้าไปอยู่แล้ว
"อาเฉิน หลานเอาสตรีใจบาปหยาบช้าเช่นนี้มาทำเมียได้อย่างไร ลุงผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ" หลี่ชิงหยุนเอ่ยด้วยสีหน้าผิดหวัง
"หลานจะจัดการเรื่องนี้เองขอรับ" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความละอายใจ
"ไม่! เจ้าอยู่เฉยๆให้หลานสะใภ้ของข้าเป็นคนจัดการแทน ลู่หลินลุงยกนางให้เจ้า" ประมุขของจวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ ในเมื่อนางจงใจวางยาบุตรของข้าๆก็จะใช้วิธีเดียวกัน มอบยานารีรำพึงให้นาง แล้วลดตำแหน่งให้เหลือเพียงอนุเท่านั้น" หลิวลู่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ
"ไม่นะ! ท่านพี่ช่วยจินหรงด้วย ยานั่นจะทำให้ข้าไม่สามารถมีบุตรชั่วชีวิต ฮือๆ" ถานจินหรงร่ำไห้อ้อนวอนผู้เป็นสามี หากนางต้องเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ สู้ฆ่านางทิ้งเสียดีกว่า
แม่ทัพบูรพามีสีหน้าลำบากใจ การกระทำเช่นนั้นออกจะโหดเหี้ยมไปหน่อยหรือไม่?
หลิวลู่หลินเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสามีแล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า
"ท่านพี่เห็นชีวิตของสตรีใจโฉดนางนี้สำคัญกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?"
"คือข้าไม่.." ชายหนุ่มละล่ำละลักตอบภรรยาแทบไม่ทัน
"ตกลงตามนี้ พ่อบ้านหูกรอกยานารีรำพึงใส่ปากนาง แล้วลากตัวนางออกไปอยู่ที่เรือนเล็กท้ายจวน" เสียงทรงอำนาจของหลี่ชิงหยุนเอ่ยขึ้น
ถานจินหรงถูกจับกรอกยาน้ำหูน้ำตาเล็ด หญิงสาวสู้อุตส่าห์วางแผนมามากมายกว่าจะมีทุกวันนี้ได้ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นนางก็จะได้ตำแหน่งฮูหยินเอกมาครองแล้ว เรื่องมันต้องไม่ลงเอยเช่นนี้สิ ร่างบอบบางถูกหิ้วออกจากห้องไปท่ามกลางสายตารังเกียจของทุกคน
"หลานสะใภ้ เจ้าทำอย่างไรน้ำแกงนั่นถึงได้เปลี่ยนเป็นสีดำ" หลี่ชิงหยุนยังคาใจเรื่องสีของน้ำแกงไม่หาย
ชายชราทราบดีว่าต้องเป็นฝีมือของหญิงสาวแน่ แต่กลับนึกวิธีการอันแยบยลของนางไม่ออกเสียที
"เรียนท่านลุง ลู่หลินทราบมาว่ายาพิษบางชนิดไร้สีไร้กลิ่น อีกทั้งยังมิสามารถตรวจสอบด้วยเข็มเงินได้ จึงคิดวิธีการขึ้นมาโดยการลองเติมสิ่งต่างๆเข้าไป ผลปรากฏว่าความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูสามารถเปลี่ยนสีของพิษได้เจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบน้ำเสียงฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ
"ดี! ดียิ่งนัก! วิธีการทดสอบของเจ้าช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ หลินเออร์! เจ้าช่างเป็นหลานสะใภ้ที่ถูกใจข้ายิ่งนัก นับจากนี้บัญชีเงินต่างๆของจวนสกุลหลี่ รวมถึงการจัดการจวนทั้งหมดมอบให้เจ้าเป็นผู้ดูแล ต้องขอโทษด้วยที่หลานชายของข้าทั้งโง่เง่าและตาถั่ว เจ้าอาจต้องเหน็ดเหนื่อยอีกเยอะ" หลี่ชิงหยุนชื่นชอบคนเฉลียวฉลาดและเด็ดขาดเที่ยงตรง จากเหตุการณ์เมื่อครู่แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินเอกจวนแม่ทัพเท่านางอีกแล้ว
หลิวลู่หลินก้มหน้าก้มตารับคำชมนั้นอย่างเต็มใจ ในที่สุดนางก็ได้หลี่ชิงหยุนเป็นพวกอีกคนแล้ว
หลี่จวิ้นเฉินมองผู้เป็นลุงกับภรรยาสลับกันไปมา ชายหนุ่มอุตส่าห์รีบกลับมาเพื่อมานั่งเป็นอากาศธาตุไร้คนสนใจเช่นนี้หรือ?
ท่านลุงก็เหลือเกิน พอได้หลานสะใภ้คนโปรดก็ลืมเขาไปเสียสิ้น ทั้งที่เมื่อก่อนยังชื่นชมเขาอยู่เลยว่าเป็นคนเก่งมีความสามารถ ได้เป็นแม่ทัพตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ
หลิวลู่หลินก็พอกัน สามีนั่งอยู่นี่ทั้งคน ไม่คิดจะถามบ้างเลยหรือว่าเหนื่อยมั้ย?
หิวข้าวหรือยัง?
มื้อเย็นอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?
สตรีใจดำ!
หญิงสาวเห็นสามีทำหน้าตาบึ้งตึงแล้วถึงกับหลุดขำพรืดออกมา นั่นยิ่งส่งผลให้ใบหน้าชายของหนุ่มยิ่งดำทะมึนเข้าไปใหญ่ ร่างสูงสุดจะทนจึงลุกขึ้นยืนและเดินผลุนผลันออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของผู้เป็นลุงและภรรยา
