ตอนที่ 5 บ้านพักสวัสดิการหมายเลข 3 - 2
ทันใดนั้น มุมปากของสะใภ้จางก็กระตุกยิ้ม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยการเหยียดหยามและดูแคลนอย่างเปิดเผย
"โอ้โห นี่หรือคะภรรยาของผู้พันลู่ ช่าง... ช่างสมบูรณ์พูนสุขสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะเนี่ย ฮ่าๆๆแหม รูปร่างแบบนี้อยู่บ้านนอกคงกินจุหน้าดู ผู้พันลู่คะเลี้ยงภรรยาอ้วนท้วนขนาดนี้ ระวังเงินเดือนทหารจะไม่พอกินเอานะคะ"
คำทักทายที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม ทำเอาบรรยากาศหน้าประตูบ้านเย็นเยียบลงทันที
ลู่เจิงขมวดคิ้วมุ่นใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นมาทันที แม้เขาจะไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวเจียงเซี่ย แต่เธอคือภรรยาที่แต่งงานถูกต้องตามกฎหมายการที่สะใภ้จางมาพูดจาฉีกหน้าภรรยาเขาถึงหน้าบ้าน มันก็เท่ากับไม่ไว้หน้าเขาเช่นกัน
"สะใภ้จางกรุณาระวังคำพูดด้วยครับ ภรรยาผมจะรูปร่างแบบไหน มันก็เป็นเรื่องในครอบครัวของผม" ลู่เจิงตวาดเสียงต่ำดุดันจนสะใภ้จางสะดุ้ง
"ต๊าย ผู้พันลู่ฉันก็แค่หยอกล้อเล่นนิดหน่อยเอง ทำเป็นอารมณ์เสียไปได้" สะใภ้จางเบ้ปาก ถ่มเปลือกแตงโมทิ้ง "ฉันก็แค่หวังดีนะคะ เห็นสภาพบ้านฝุ่นเขรอะแบบนี้ ภรรยาคุณที่ดูท่าทางอุ้ยอ้ายขนาดนี้ จะทำความสะอาดไหวเหรอคะ ระวังจะหอบกินจนล้มพับไปซะก่อนล่ะ"
เจียงเซี่ยที่ยืนฟังอยู่นาน แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอเดินนวดนาดออกมายืนเคียงข้างสามี ดวงตาเรียวรีหรี่ลง ทอประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว
"ขอบคุณที่หวังดีนะคะสะใภ้จาง แต่เรื่องงานบ้านแค่นี้ ไม่คณามือฉันหรอกค่ะ อ้อ แล้วก็ช่วยเก็บเปลือกแตงโมที่คุณถ่มทิ้งไว้หน้าประตูบ้านฉัน ไปทิ้งลงถังขยะด้วยนะคะ พอดีฉันเป็นคนรักความสะอาดน่ะค่ะ เห็นขยะเรี่ยราดแล้วมันรำคาญตา"
"นี่เธอ!" สะใภ้จางหน้าตึง โกรธจนหน้าสั่นไม่คิดว่านังอ้วนบ้านนอกจะกล้าต่อปากต่อคำกับขาใหญ่ประจำค่ายอย่างนาง แต่ก่อนที่สงครามน้ำลายจะปะทุขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"ผู้พันลู่ครับ! ท่านผู้การเรียกพบด่วนที่ศูนย์บัญชาการครับ บอกว่ามีรายงานการฝึกต้องให้ท่านเซ็นรับทราบเดี๋ยวนี้เลยครับ" สหายกู้นายทหารคนสนิทวิ่งมารายงานพร้อมกับวันทยหัตถ์
ลู่เจิงพยักหน้ารับเขากลับหลังหันมามองเจียงเซี่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลเล็กน้อย
"ฉันต้องไปรายงานตัวและจัดการธุระที่กองร้อย คงจะกลับมาอีกทีช่วงเย็นๆ เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนไม่ต้องรีบทำความสะอาดหรอก"
พูดจบชายหนุ่มก็ล้วงกระเป๋าหยิบเอาธนบัตรสิบหยวนและคูปองอาหารรวมถึงคูปองอุตสาหกรรมหลายใบยัดใส่มือเจียงเซี่ย "นี่เงินกับคูปองสำหรับเดือนนี้ ขาดเหลืออะไรก็ไปซื้อที่สหกรณ์ของค่ายก่อนนะ ล็อกประตูให้ดีด้วย"
เจียงเซี่ยกำเงินและคูปองในมือ พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "คุณไปทำงานเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ สมรภูมิรบเป็นของคุณ แต่สมรภูมิงานบ้านเป็นของฉันเอง"
ลู่เจิงมองรอยยิ้มมั่นใจของภรรยาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบวิ่งตามสหายกู้มุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการ ทิ้งให้เจียงเซี่ยเผชิญหน้ากับบ้านฝุ่นเขรอะและเพื่อนบ้านช่างเม้าท์เพียงลำพัง
เมื่อลับหลังสามี เจียงเซี่ยก็หันกลับมามองสะใภ้จางที่ยังคงยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่
"ขอตัวนะคะสะใภ้จาง พอดีฉันต้องเริ่มทำความสะอาดแล้ว ฝุ่นมันเยอะระวังจะปลิวเข้าปากตอนกำลังอ้าปากนินทาคนอื่นนะคะ"
ปัง!
เจียงเซี่ยพูดจบก็ปิดประตูไม้ใส่หน้าสะใภ้จางเสียงดังสนั่น พร้อมกับลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา ทิ้งให้คุณป้าขาเม้าท์ยืนอ้าปากค้าง กระทืบเท้าเร่าๆ อยู่หน้าบ้านด้วยความแค้นใจ
ภายในบ้านพักหมายเลข 3 ที่เงียบสงบ เจียงเซี่ยยืนเท้าเอวมองสภาพหยากไย่และฝุ่นหนาเตอะรอบห้อง ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ
"คิดว่าฝุ่นแค่นี้จะทำให้นังอ้วนคนนี้หอบกินงั้นเหรอ หึ ประเมินฉันต่ำไปเสียแล้ว สำหรับคนทำงานในครัวระดับมิชลิน ความสะอาดคือจิตวิญญาณเชฟเว้ย!"
หญิงสาวเดินไปตรวจสอบหน้าต่างทุกบาน รูดม่านที่ขาดวิ่นปิดทับอีกชั้นเพื่อไม่ให้คนภายนอกมองลอดเข้ามาได้ เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย 100% เธอจึงหลับตาลง รวบรวมสมาธิและเชื่อมต่อจิตวิญญาณเข้ากับมิติห้างสรรพสินค้าทันที
