ตอนที่ 4 สหายร่วมทางบนรถไฟ - 2
"กินสิลูก ซาลาเปาเหลาชื่อดังในอำเภอเลยนะ ย่าอุตส่าห์ไปเข้าคิวซื้อมา"
เด็กชายกัดซาลาเปาคำหนึ่งแล้วบ้วนทิ้ง "แหวะ! เย็นชืด แข็งโป๊ก ไม่กิน ย่าอยากกินขนมอยากกินช็อกโกแลต!"
"โอ๋ๆ ไม่มีช็อกโกแลตนะลูก กินสาลี่แทนนะ" ผู้เป็นย่าพยายามปลอบ แต่เด็กชายเริ่มกรีดร้องดิ้นพราดๆ บนเตียง
เจียงเซี่ยเห็นได้จังหวะ เธอแสยะยิ้มมุมปาก 'ได้เวลาเอาคืน'
เธอทำทีเป็นล้วงมือเข้าไปในย่ามใบเก่า แต่จิตวิญญาณเชื่อมต่อกับมิติห้างสรรพสินค้านำหมูแผ่นอบน้ำผึ้งเกรดพรีเมียม และบ๊วยเค็มไร้เมล็ดออกมา มืออวบอูมดึงห่อกระดาษไขออกมา ทันทีที่เธอคลี่กระดาษออก กลิ่นหอมของหมูแผ่นอบน้ำผึ้งที่ผ่านการย่างด้วยเตาถ่านจนส่งกลิ่นหอมไหม้นิดๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศพริกไทยดำ ก็ระเบิดตัวออกในห้องแคบๆ มันหอมฟุ้งตลบอบอวลจนกลบกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของคุณนายจอมเย่อหยิ่งจนมิด
"หอม... หอมจัง" เด็กชายหยุดร้องไห้ทันที จมูกฟุดฟิดเหมือนลูกหมา
เจียงเซี่ยไม่สนใจ หยิบหมูแผ่นแผ่นบางกรอบ สีน้ำตาลแดงแวววาวราวกับกระจกแก้ว ขึ้นมากัดดัง กร๊อบ เสียงเคี้ยวที่บ่งบอกความกรอบร่วงกราว และท่าทางเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยของเธอ คืออาวุธทำลายล้างชั้นดี
"อื้ม อร่อยจริงๆ" เจียงเซี่ยแกล้งพูดยั่ว "หมูแผ่นเจ้านี้ใช้น้ำผึ้งป่าแท้ๆ อบจนเข้าเนื้อ หวานเค็มกำลังดี คุณลองชิมสิคะลู่เจิง"
เธอยื่นหมูแผ่นไปจ่อที่ปากสามี ลู่เจิงมองภรรยาอย่างรู้ทัน แต่ก็ยอมอ้าปากรับไปเคี้ยว รสชาติหวานหอมกลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วปาก เนื้อหมูชุ่มฉ่ำไม่แห้งแข็งเหมือนเนื้อตากแห้งทั่วไป ลู่เจิงตาโต
"อร่อยมาก ดีกว่าเนื้อแห้งเสบียงทหารเยอะเลย"
"ย่า! จะกิน จะกินอันนั้น" เด็กชายชี้มือมาที่หมูแผ่น "เอาเนื้อมา เอามาเดี๋ยวนี้"
"เอ่อ..." คุณนายเฉินหน้าเสียหล่อนกลืนน้ำลายเอือก มองหมูแผ่นในมือเจียงเซี่ยด้วยความอยากได้ "นี่แม่คุณ หลานฉันอยากกิน แบ่งให้เด็กมันสักชิ้นสิ เป็นผู้ใหญ่ใจดำหรือไงกินยั่วเด็กแบบนี้"
เจียงเซี่ยเลิกคิ้ว "อ้าว เมื่อกี้ป้ายังว่าฉันเป็นคนรับใช้บ้านนอกอยู่เลยนี่คะ คนรับใช้อย่างฉันไม่มีเงินซื้อของดีๆ แบบนี้มาแจกฟรีหรอกค่ะ"
"ฉันขอซื้อก็ได้" คุณนายเฉินควักเงินออกมา 5 เหมาอย่างวางก้าม "ขายมา 2 แผ่น!"
เจียงเซี่ยปรายตามองเศษเงินนั้นแล้วเหยียดยิ้ม เธอไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับ แต่กลับหยิบหมูแผ่นชิ้นใหม่ขึ้นมากัดกินหน้าตาเฉย กร๊อบ เสียงเคี้ยวที่ดังกรุบกรอบยิ่งกระตุ้นความอยากอาหาร
"ของซื้อของขายก็จริงค่ะ แต่บังเอิญว่าฉันไม่อยากขายให้ป้า" เจียงเซี่ยพูดพลางหยิบบ๊วยเค็ม เม็ดโตสีแดงฉ่ำขึ้นมาแกว่งไปมาโชว์อีกอย่าง "เนื้อก็อร่อย บ๊วยก็ชุ่มคอ เสียดายจังเลยน้า"
ภาพของกินล่อตาล่อใจบวกกับกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ทำเอาเด็กชายน้ำลายสอจนความอดทนขาดผึง
"แงงงงง ย่า! ย่าไม่รักผม ย่าไม่เอาเนื้อให้ผมกิน! แงงงงง" เด็กชายลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นพรม ร้องไห้จ้าลั่นตู้รถไฟ
เจียงเซี่ยยิ้มเย็น "เก็บเงินของป้าไว้เถอะค่ะ ของพวกนี้หาซื้อทั่วไปไม่ได้หรอก แต่ถ้าอยากให้หลานหยุดร้องฉันมีข้อเสนอ"
"ข้อเสนออะไร" คุณนายเฉินถามเสียงสั่น แข่งกับเสียงร้องไห้จ้าของหลานชาย
"ป้าต้องหุบปากเงียบๆ ตลอดการเดินทางที่เหลือ ห้ามค่อนขอด ห้ามดูถูกฉันอีกแม้แต่คำเดียวและต้องขอโทษที่ว่าฉันเมื่อกี้ด้วย ทำได้ไหมคะ"
"แกจะให้ฉันขอโทษคนอย่างแก"
"งั้นก็ตามใจค่ะ" เจียงเซี่ยหยิบหมูแผ่นอีกชิ้นมาโบกไปมา "หมูแผ่นกร๊อบกรอบน้ำผึ้งฉ่ำๆ"
"แงงงงงง ย่า! ขอโทษเร็วๆ ผมหิวผมจะกินเนื้อ!" หลานชายทุบตีป้าตัวเองดิ้นรนจะเอาให้ได้หญิงวัยกลางคนกัดฟันกรอด ด้วยความอับอายและทนเสียงร้องของหลานไม่ไหว หล่อนจำใจก้มหัวลงนิดหนึ่ง
"เออ! ขอโทษ ฉันปากเสียเองพอใจหรือยัง"
เจียงเซี่ยยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอหักหมูแผ่นชิ้นเล็กๆ ยื่นให้เด็กชาย พร้อมบ๊วยเค็ม 1 เม็ด
"ดีมากค่ะ จำไว้นะหนู" เจียงเซี่ยสอนมวยเด็กน้อย "คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะพูดจาดีๆ ได้ ปากดีไม่มีของกิน ปากหวานได้กินของอร่อย เข้าใจไหม"
เด็กน้อยรีบพยักหน้าหงึกๆ หยิบหมูแผ่นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความฟิน ลืมความเอาแต่ใจไปชั่วขณะ คุณนายจอมหยิ่งนั่งหน้าบอกบุญไม่รับ หุบปากเงียบกริบตลอดทาง เพราะกลัวหลานจะอดกินของดีอีก
ลู่เจิงมองภรรยาที่จัดการสถานการณ์ได้อย่างชาญฉลาดโดยไม่ต้องใช้กำลัง เขาหยิบกระบอกน้ำส่งให้เธอ สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความทึ่งและแปลกใจเหมือนที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน
'เมียผมนอกจากจะทำกับข้าวอร่อยแล้ว ยังฉลาดเป็นกรดอีกด้วยแฮะ'
เขาเริ่มรู้สึกว่า การเดินทางไกลครั้งนี้ คงจะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเสียแล้ว
