ตอนที่ 3 เช้าวันจากลาและการทวงหนี้ศักดิ์ศรี - 3
เอี๊ยดดดด!
"ใครวะ! อยากตายรึไง!" เสี่ยวเฉินตะโกนด่าหัวเสีย
เจียงต้าเหว่ยพ่อแท้ๆ และหวังกุ้ยหลานแม่เลี้ยงใจร้ายยืนกางแขนขวางถนนหน้าตาถมึงทึงราวกับเจ้ากรรมนายเวร
"ลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง!" แม่เลี้ยงหวังตะโกน "คิดจะพาลูกสาวฉันหนีไปเสวยสุข แล้วทิ้งคนแก่ไว้ข้างหลังงั้นรึ จ่ายค่าเลี้ยงดูมาซะดีๆ"
ลู่เจิงขมวดคิ้ว "เสี่ยวเฉินนั่นพ่อตาแม่ยายฉันเอง"
"พวกคุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะไปวันนี้" ลู่เจิงถามลอดหน้าต่าง
"แม่แกนั่นแหละที่แหกปากบอกคนไปทั่ว" หวังกุ้ยหลานแสยะยิ้ม "นางบ่นตั้งแต่ไก่โห่ที่บ่อน้ำหมู่บ้าน จ่ายมาซะดีๆ ค่าชดเชยแรงงาน 200 หยวน ถ้าไม่จ่ายวันนี้อย่าหวังว่าจะได้ไป!"
ลู่เจิงถอนหายใจ "ผมให้เงินเดือนเดือนนี้แม่ไปแล้วส่วนของพวกคุณ ผมไม่มีให้"
"ไม่มีได้ยังไง!" หวังกุ้ยหลานกรีดร้องเสียงแหลม "แกเป็นถึงผู้พันเงินเดือนตั้งเท่าไหร่ จะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเลี้ยงดูพ่อตาแม่ยายงั้นรึ อย่ามางกหน่อยเลย!" นางชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหที่ไม่ได้ดั่งใจ
"ดูตัวนังอาเซี่ยสิ! ตัวใหญ่เท่าวัวควายกินจุยิ่งกว่าหมู ฉันเลี้ยงมันมาจนอ้วนพีขนาดนี้ หมดข้าวสุกไปกี่กระสอบแกรู้ไหมจะมาเอาตัวไปเฉยๆ โดยไม่จ่ายค่าน้ำนมสักแดงได้ยังไง จ่ายมาเดี๋ยวนี้"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจียงเซี่ยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอเปิดประตูรถลงไปทันที ด้วยท่าทางองอาจและดุดัน
"หยุดพล่ามสักทีเถอะน้าหวัง!" เธอตวาดเสียงดัง
"เลี้ยงฉันจนอ้วน" เจียงเซี่ยแค่นหัวเราะ สายตาจ้องมองแม่เลี้ยงด้วยความรังเกียจราวกับมองขยะเปียก
"ที่ฉันอ้วนฉุแบบนี้ ไม่ใช่เพราะกินดีอยู่ดี แต่เพราะน้าให้ฉันกินแต่ แป้งข้าวโพดราคาถูกกับ มันเทศ หัวโตๆ ทุกมื้อต่างหาก น้าจงใจขุนฉันด้วยแป้งราคาถูกเพื่อให้ฉันอิ่มท้องแล้วไปใช้แรงงานหนักๆ ส่วนไข่ไก่กับเนื้อหมูน้าเก็บไว้ให้เจียงโป๋ ลูกชายสุดที่รักของน้ากินคนเดียว"
ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มพยักหน้า เพราะมันคือเรื่องจริงที่เห็นกันชินตา ลูกสาวคนโตได้กินแต่มันเผาหัวใหญ่ๆ ส่วนลูกชายคนเล็กได้กินข้าวสวยราดแกง
"แกว่าร้ายฉัน!" หวังกุ้ยหลานหน้าซีด
"แล้วเงินสินสอด 200 หยวนเมื่อปีก่อนล่ะ?" เจียงเซี่ยรุกฆาตเสียงเข้ม
"เงินตั้ง 200 หยวน ที่น้าขูดรีดมาจากแม่สามีฉันเป็นค่าปิดปากเรื่องคืนนั้น น้าเอาไปไหนหมดน้าเอาไปสร้างบ้านหลังใหม่ให้เจียงโป๋ไว้รอแต่งเมียจนหมดเกลี้ยงไม่ใช่เหรอ"
"เงินค่าตัวฉัน น้าเอาไปสร้างอนาคตให้ลูกชายตัวเอง แล้ววันนี้ยังจะหน้าด้านมาไถเงินผัวฉันอีกความเป็นคนยังเหลืออยู่ไหมคะ" หวังกุ้ยหลานอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก
"ถ้ายังไม่หลีกทาง" เจียงเซี่ยหันไปสั่งพลขับเสียงเฉียบขาด "สหายเฉิน ขับชนเลยค่ะฉันจะเป็นพยานให้เองว่าพวกเขากระโดดตัดหน้ารถเจ้าหน้าที่เพื่อกรรโชกทรัพย์"
เสี่ยวเฉินรับมุกทันที เขาเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดังสนั่น
บรื้นนนน
เจียงต้าเหว่ยและหวังกุ้ยหลานหน้าถอดสี กระโดดหนีลงข้างทางแทบไม่ทัน เจียงเซี่ยปัดมือเชิดหน้าเดินกลับขึ้นรถอย่างผู้ชนะ
"ไปค่ะสหายเฉิน เสียเวลาทำมาหากิน" ลู่เจิงมองภรรยาด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะสั่งลูกน้อง
"ออกรถได้"
รถจี๊ปพุ่งทะยานออกไป ทิ้งฝุ่นตลบใส่หน้าคู่สามีภรรยาใจมารไว้เบื้องหลังบนรถ เจียงเซี่ยหยิบไข่ต้มใบชาออกมาปอกเปลือกยื่นให้ลู่เจิงฟองหนึ่ง
"กินรองท้องเถอะค่ะ ยังต้องนั่งรถอีกไกล" ลู่เจิงรับไข่มากัดคำหนึ่ง รสชาติเค็มๆ หอมกลิ่นชาทำให้เขาผ่อนคลายลง
"ขอบใจนะ ที่ช่วยปกป้องเงินของผม" เขาพูดเสียงนุ่ม
"เงินของคุณก็เหมือนเงินของฉันค่ะ" เจียงเซี่ยตอบหน้าตาย "ใครจะยอมให้คนอื่นมาแย่งไปง่ายๆ ล่ะคะ"
เจียงเซี่ยตอบกลับไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วเธอเพียงแค่ทนไม่ได้ที่จะเห็นพวกปลิงดูดเลือดดูดเนื้อลูกสาวตัวเองแบบนั้น อีกอย่างวิญญาณข้างในนี้ไม่ใช่เจียงเซี่ยคนเดิม เธอไม่มีความผูกพันอาวรณ์ใดๆ กับครอบครัวนี้อยู่แล้ว
ที่สำคัญต่อจากนี้เธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนนี้ในต่างเมืองที่ไม่คุ้นเคย จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการสร้างเนื้อสร้างตัว ลำพังเงินเก็บของร่างเดิมนั้นแทบไม่มีเหลือ เพราะเงินเดือนที่ลู่เจิงส่งมาตลอดหนึ่งปี ร่างเดิมก็เอาไปปรนเปรอปากท้องจนเกลี้ยง
เธอไม่รู้ว่าลู่เจิงมีเงินติดตัวอยู่เท่าไหร่ จะพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่หรือไม่ ดวงตาเรียวรีทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างครุ่นคิด
'ต่อไปฉันคงต้องหาลู่ทางทำมาหากินในเมืองใหญ่ให้ได้ เผื่อวันไหนเขาขอหย่าขึ้นมา ฉันจะได้มีทุนรอนไว้ตั้งตัว ไม่ต้องอดตายข้างถนน'
