ตอนที่ 3 เช้าวันจากลาและการทวงหนี้ศักดิ์ศรี - 2
"เหอะ! "
เสียงหัวเราะเย็นชาดังขึ้นจากลำคอของเจียงเซี่ย เธอเลิกกอดอกก้าวเท้ามายืนประจันหน้าแม่สามีด้วยท่วงท่าสง่างาม ดวงตาเรียวรีภายใต้ใบหน้าอวบอูมนั้น ฉายแววคมกริบเยือกเย็น และเต็มไปด้วยความถือดี มันคือแววตาของหัวหน้าเชฟผู้กุมอำนาจสูงสุดในครัว ที่กำลังมองดูคนไร้ความสามารถด้วยความสมเพช ไม่มีความหวาดกลัวหรือโง่เขลาแม้แต่น้อย
"แม่คะ แม่พูดอะไรตลกจัง" เจียงเซี่ยแสยะยิ้มมุมปาก "เมื่อก่อนตอนฉันยังอยู่ที่นี่ แม่ก็เห็นนี่คะว่าฉันขี้เกียจสันหลังยาวขนาดไหน ขนาดไม้กวาดฉันยังไม่จับ แล้วแม่คิดว่าทิ้งฉันไว้ตอนนี้ ฉันจะยอมก้มหน้าไปขุดดินทำนาให้แม่โขกสับงั้นเหรอ"
"แก... นัง" แม่เฒ่าลู่อ้าปากค้าง ตกตะลึงกับสายตาที่มองมามันดูมีอำนาจกดดันจนนางหายใจไม่ทั่วท้อง
"อีกอย่างนะแม่" เจียงเซี่ยพูดสวนทันที "เงินเดือนของลู่เจิงสามีฉัน เขาหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงเสี่ยงกระสุนปืน เขาก็ควรเอามาสร้างครอบครัวของเขาเอามาเลี้ยงดูเมียของเขาสิคะ" เธอก้าวเข้ามาใกล้อีกนิดจ้องตาแม่สามีเขม็ง
"ส่วนเงิน 10 หยวนที่เขาให้แม่ นั่นคือค่ากตัญญูที่ลูกพึงกระทำต่อแม่ มันมากพอสำหรับคนแก่คนเดียวแล้วค่ะ แต่แม่จะมาเรียกร้องเอาเงินส่วนที่เหลือของครอบครัวเรา ไปเลี้ยงหลานคนโตมันไม่ตลกไปหน่อยเหรอคะ" เจียงเซี่ยตวัดสายตามองไปที่สะใภ้ใหญ่ จางชุนฮวาสะดุ้งโหยงเมื่อสบเข้ากับแววตาอันดุดันนั้น
"ลูกชายคนโตแม่ก็มีมือมีเท้า พี่สะใภ้ก็ร่างกายครบไม่ได้พิการตรงไหน ทำไมไม่รู้จักทำมาหากินเลี้ยงลูกตัวเองคะ จะมารอสูบเลือดสูบเนื้อน้องชายไปถึงเมื่อไหร่ ตัวเองมีปัญญาทำลูกแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยง ต้องมาแบมือขอเงินน้องสามีไม่อายชาวบ้านเขาเหรอคะ"
"นังบ้า! แกกล้าด่าฉันเหรอ!" สะใภ้ใหญ่กรีดร้องเหมือนโดนน้ำร้อนลวก
"แกกล้ายอกย้อนฉันเรอะ!" แม่เฒ่าลู่โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เงื้อมมือจะตบสั่งสอน "วันนี้นังแก่คนนี้จะตบปากแกให้เลือดกบปาก!"
ลู่เจิงรีบขยับตัวจะเข้ามาขวาง แต่เจียงเซี่ยไวกว่าเธอคว้าข้อมือแม่สามีไว้กลางอากาศ บีบแน่นจนหญิงชราร้องโอ๊ย
"แม่คะ อย่าหาเรื่องเจ็บตัวดีกว่า" เจียงเซี่ยกดเสียงต่ำแววตาวาวโรจน์น่ากลัว "ลู่เจิงเป็นถึงผู้พัน มีหน้ามีตาในสังคม ถ้าแม่ขืนยังทำตัวบ้านนอกคอกนา รังแกสะใภ้ทหารแบบนี้ ระวังเถอะค่ะทางกองทัพรู้เข้า เขาจะส่งคนมาอบรมแม่ถึงบ้าน ถึงตอนนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
เธอกระแทกมือแม่สามีคืนให้อย่างแรง จนหญิงชราเซไปกระแทกฝาผนัง
"ไปกันเถอะค่ะลู่เจิง" เจียงเซี่ยหันมาสั่งสามีเสียงเฉียบขาด "อยู่นานไปเดี๋ยวเชื้อปลิงจะติดตัว เสียเวลาทำมาหากิน"
ลู่เจิงมองภรรยาด้วยความตะลึงงัน เขาไม่เคยเห็นเจียงเซี่ยในโหมดนี้มาก่อน ดุดันเด็ดขาดและหยิ่งยโส แต่แปลกที่เขากลับไม่รู้สึกโกรธ เธอกลับดูมีเสน่ห์และน่าเกรงขามอย่างประหลาด
"ครับ ไปกันเถอะ" ลู่เจิงรับคำอย่างว่าง่าย คว้ากระเป๋าเดินตามหลังภรรยาออกไป ทิ้งให้แม่เฒ่าลู่และสะใภ้ใหญ่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่กลางห้องด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว
"นัง... นังปีศาจ!" แม่เฒ่าลู่ก่นด่าไล่หลังเสียงสั่น "ฝากไว้ก่อนเถอะ! สักวันแกต้องซมซานกลับมา!"
ปี๊บ! ปี๊บ!
เสียงแตรถยนต์ดังลั่นมาจากหน้าหมู่บ้าน เรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมองชาวบ้านร้านตลาดต่างพากันวิ่งออกมาดูด้วยความตื่นเต้น รถจี๊ปสีเขียวทหารคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างสง่างาม ฝุ่นตลบฟุ้งกระจาย เด็กๆ วิ่งตามรถกันเป็นพรวน เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยมีรถยนต์เข้ามาในหมู่บ้านกันดารแห่งนี้
"โอ้โห! รถจี๊ปทหาร ผู้พันลู่นี่บารมีใหญ่โตจริงๆ" ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ พลขับหนุ่มนามว่าเสี่ยวเฉินกระโดดลงจากรถด้วยท่าทางทะมัดทะแมง วิ่งมาทำความวันทยหัตถ์ให้ลู่เจิง
"รายงานตัวครับผู้พัน พลขับเฉินมารับแล้วครับ"
"ลำบากนายแล้วเสี่ยวเฉิน" ลู่เจิงรับการเคารพ "ช่วยขนของขึ้นรถที" เจียงเซี่ยเดินเชิดหน้าขึ้นรถจี๊ปท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของชาวบ้านเจียงเซี่ยเดินเชิดหน้าขึ้นรถจี๊ปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของชาวบ้าน
ส่วนแม่เฒ่าลู่ที่วิ่งตามออกมาดู ได้แต่ยืนกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่หน้าเรือน มองตามรถจี๊ปด้วยสายตาเคียดแค้นและเสียดายเงินที่กำลังจะหลุดลอยไป
"หนอยนังตัวดี! อย่าให้ฉันมีโอกาสนะ จะตามไปฉีกอกให้ถึงค่ายทหารเลยคอยดู"
แต่ทว่าขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัวออกไป ความวุ่นวายระลอกใหม่ก็ปะทุขึ้น
"หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!" ร่างสองร่างกระโจนออกมาขวางหน้ารถอย่างไม่กลัวตาย เสี่ยวเฉินเหยียบเบรกจนตัวโก่ง
