ตอนที่ 2 การกลับมาของผู้พันลู่ - 3
ทันทีที่น้ำมันหมูสัมผัสกระทะเหล็กที่ร้อนจัด กลิ่นหอมก็ระเบิดตัวออก แม้เธอจะอ้างว่าเป็นน้ำมันหมูเก่าที่ซ่อนไว้ แต่คุณภาพของน้ำมันหมูเกรดเอจากอนาคตนั้นส่งกลิ่นหอมหวนชวนดมยิ่งกว่าน้ำมันหมูเหม็นหืนของยุคนี้หลายเท่า
เจียงเซี่ยเทข้าวสวยลงไปผัด ข้าวหอมมะลิเม็ดเรียวสวยเมื่อโดนความร้อนก็ดีดตัวผสานกับไข่ไก่ เธอใช้เทคนิคการสะบัดกระทะของเชฟมือโปร เร่งไฟแรงๆ ให้เปลวไฟเลียก้นกระทะจนเกิดกลิ่นหอมไหม้กระทะ ปรุงรสด้วยเกลือและซอสปรุงรสฝาเขียวที่แกะฉลากแล้ว ก่อนจะเหยาะพริกไทยป่นตบท้าย กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่ทองคำลอยตลบอบอวลไปทั่วห้อง กลบกลิ่นความขัดแย้งเมื่อครู่จนมิด
ลู่เจิงมองแผ่นหลังของภรรยาที่ง่วนอยู่หน้าเตาด้วยความสงสัย เธอซ่อนของพวกนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วทำไมข้าวเก่าเก็บถึงยังดูเม็ดสวยขนาดนั้น แต่ความหอมของอาหารตรงหน้าก็ทำลายล้างทุกข้อสงสัยในสมองเขาจนหมดสิ้น
ฝ่ายแม่เฒ่าลู่และสะใภ้ใหญ่ที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู ถึงกับจมูกกระตุกกลืนน้ำลายเอือก
"กลิ่นอะไรน่ะ หอมจัง" หลานชายตัวน้อยร้องจ้า "ย่า! หิว! จะกินไข่!"
"เสร็จแล้วค่ะ"
เจียงเซี่ยตักข้าวผัดสีเหลืองทองอร่ามใส่ชามกระเบื้องใบใหญ่สองใบ เดินถือออกมาวางบนโต๊ะกลางห้อง ภาพข้าวเม็ดเรียวสวยที่เคลือบด้วยไข่สีเหลืองทอง เป็นประกายวาววับล้อแสงไฟตะเกียง ทำเอาทุกคนในห้องตาค้าง
"ข... ข้าวขาวล้วน!" สะใภ้ใหญ่อุทานตาโต "แถมไข่ตั้งเยอะ! แกไปเอาของดีๆ แบบนี้มาจากไหน"
"เงินสินสอดที่แม่ให้ฉันเก็บไว้ไงคะ" เจียงเซี่ยโกหกหน้าตาย "ฉันเก็บไว้อย่างดีเพื่อรอสามีกลับมาไม่กล้ากินเองหรอกค่ะ" เธอเลื่อนชามข้าวไปตรงหน้าลู่เจิง
"กินสิคะ ผู้พันลู่ฝีมือเมียคุณเอง" ลู่เจิงมองข้าวผัดตรงหน้าสลับกับหน้าภรรยา ความหิวทำให้เขาลืมความสงสัยไปชั่วขณะ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบข้าวคำโตเข้าปาก วินาทีที่ลิ้นสัมผัสรสชาติดวงตาคมกริบของเขาก็เบิกโพลง
ความนุ่มหนึบของข้าวหอมมะลิที่ไม่เหมือนข้าวแข็งๆ ในโรงอาหารทหาร ผสานกับความหอมมันของไข่ไก่และรสชาติกลมกล่อมที่ลงตัว ทุกคำที่เคี้ยวกลิ่นหอมของกระทะจะอวลขึ้นจมูก
อร่อย! อร่อยจนอยากจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย
ลู่เจิงไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาพุ้ยข้าวเข้าปากคำแล้วคำเล่าด้วยความเร็วแสง ราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่ง
"อาเจิง..." แม่เฒ่าลู่มองลูกชายกินอย่างตะกละตะกลามด้วยความอิจฉา "แบ่งให้หลานกินสักคำสิลูก" ลู่เจิงชะงักกำลังจะยื่นชามให้หลานตามความเคยชิน แต่เจียงเซี่ยเอาตะเกียบของเธอมาขวางไว้เบาๆ
"ไม่ได้ค่ะแม่" เจียงเซี่ยพูดเสียงดุ "สามีฉันเดินทางมาเหนื่อยๆ ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ถ้าเขาป่วยขึ้นมาใครจะรับผิดชอบประเทศชาติ เด็กๆ กินข้าวต้มมันเทศก็โตได้ค่ะ แต่ทหารต้องกินของดีๆ กินต่อนะคะสามีอย่าให้เสียของ"
คำว่ารับผิดชอบประเทศชาติเป็นเกราะป้องกันชั้นดี ลู่เจิงได้สติเขารู้สึกว่าภรรยาพูดถูกและเขาก็อยากกินต่อจริงๆ จึงก้มหน้าก้มตากินต่อจนหมดเกลี้ยงชามในเวลาไม่ถึงสามนาที
แม่เฒ่าลู่หน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้นางสะบัดหน้าพรืด
"เออ! กินเข้าไป! หลงเมียจนลืมแม่! พรุ่งนี้รีบไสหัวไปให้พ้นๆ บ้านฉันเลยนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้านังสะใภ้อกตัญญูนี่อีก" นางลากแขนสะใภ้ใหญ่เดินกระทืบเท้าออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นหอมของข้าวผัด
ลู่เจิงวางชามเปล่าลง ถอนหายใจอย่างอิ่มเอม เขาเงยหน้ามองเจียงเซี่ยที่นั่งกินข้าวส่วนของตัวเองอย่างใจเย็น
"ขอบใจอร่อยมาก" เขาพึมพำเสียงเบา เจียงเซี่ยเงยหน้าขึ้นยิ้มจนตาหยี
"อร่อยก็ดีแล้วค่ะจำรสชาตินี้ไว้นะคะ เพราะต่อจากนี้ไปคุณจะขาดรสมือฉันไม่ได้อีกเลย" ลู่เจิงมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกประหลาด หัวใจที่เคยด้านชาของเขากระตุกวูบไหวเล็กน้อย
คืนนั้นลู่เจิงนอนบนเตียงเตาฝั่งหนึ่ง เจียงเซี่ยนอนอีกฝั่งมีเพียงความมืดและเสียงจิ้งหรีดเรไร ลู่เจิงพลิกตัวหันมามองแผ่นหลังกว้างของภรรยา พลางคิดในใจว่า
การตัดสินใจพาเธอไปค่ายทหารครั้งนี้ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเขาก็ได้
