ตอนที่ 2 การกลับมาของผู้พันลู่ - 1
บรรยากาศภายในห้องที่เคยเป็นดั่งนรกบนดินสำหรับเจียงเซี่ย ตอนนี้กลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนสองคน ลู่เจิงยืนตัวตรงดุจต้นสนตระหง่านอยู่กลางห้อง ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกเต็มยศ บนบ่ายศประดับดาวบ่งบอกถึงการเลื่อนขั้นเป็นพันโทแววตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องด้วยความฉงนสนเท่ห์
หนึ่งปี...
นับตั้งแต่เหตุการณ์อัปยศในคืนนั้นที่เขาถูกวางยาจนต้องจำใจแต่งงานกับหญิงร่างท้วมผู้นี้เพื่อรับผิดชอบ เขาหนีกลับค่ายทหารไปทันทีหลังจดทะเบียนสมรส ทิ้งเธอไว้ที่บ้านเกิดพร้อมกับเงินเดือนที่ส่งมาให้ทุกเดือนเพื่อตัดรำคาญ
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาได้ยินแต่ข่าวลือแย่ๆ จากจดหมายของแม่ ว่าลูกสะใภ้คนนี้เกียจคร้าน ตัวเหม็น กินล้างผลาญ และทำห้องหอสกปรกราวกับเล้าหมู แต่วันนี้วันที่เขากลับมาเพื่อทำตามหน้าที่สามีสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับตาลปัตร
พื้นไม้กระดานขัดมันวาววับผ้าปูที่นอนลายดอกไม้ปูตึงเปรี๊ยะ ไม่มีกองขยะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายลูกพีชที่ลอยมาจากร่างของภรรยาที่นั่งเช็ดผมอยู่อย่างสงบ
"คุณ..." ลู่เจิงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มลึกเจือความแปลกใจ "เปลี่ยนไปนะ"
เจียงเซี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาแตะที่มุมปาก
"คนเราต้องรู้จักโตนี่คะ ผู้พันลู่ หรือคุณชอบให้ฉันนอนจมกองขยะเหมือนเมื่อปีก่อน?"
คำย้อนของเธอทำเอาลู่เจิงชะงัก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเดินเข้ามาใกล้วางกระเป๋าเดินทางใบเขื่องลงบนโต๊ะ
"ฉันได้รับเลื่อนยศเป็นผู้พันแล้ว ทางกองทัพอนุมัติบ้านพักสวัสดิการให้พาครอบครัวติดตามไปอยู่ด้วยได้" เขาพูดเข้าประเด็นทันทีตามนิสัยทหาร "ฉันกลับมาครั้งนี้ เพื่อมารับเธอไปอยู่ที่ค่าย"
เจียงเซี่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย 'อ้อ... ที่แท้ก็มารับไปอยู่ด้วยตามหน้าที่สินะ'
"ฉันนึกว่าคุณกลับมาเพื่อจะขอหย่าเสียอีก"
"การหย่าร้างจะกระทบต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของฉัน" ลู่เจิงตอบเสียงเรียบ "ตราบใดที่เธอไม่ก่อเรื่องงามหน้า ฉันก็จะเลี้ยงดูเธอในฐานะภรรยา เตรียมเก็บของซะพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้า"
ยังไม่ทันที่เจียงเซี่ยจะตอบรับ เสียงฝีเท้าตึงตังและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังลั่นมาจากหน้าเรือน
"อาเจิงลูกแม่! กลับมาแล้วเหรอ!" ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ทันได้เคาะ หญิงชราผมขาวโพลนในชุดเสื้อคอกระเช้าเก่าๆ ถลันเข้ามากอดหมับเข้าที่แขนของลู่เจิง
แม่เฒ่าลู่มารดาผู้หวงลูกชายยิ่งกว่าไข่ในหิน ตามมาด้วยสะใภ้ใหญ่จางชุนฮวาที่อุ้มลูกชายตัวน้อยมายืนชะเง้อคออยู่ด้านหลัง
"แม่..." ลู่เจิงประคองมารดา "ผมเพิ่งมาถึงครับ"
"แม่ดีใจเหลือเกิน" แม่เฒ่าลู่บีบน้ำตา "นึกว่าแกจะทิ้งแม่ไปซะแล้ว ทำงานงกๆ อยู่ชายแดนตั้งปีนึง ไม่กลับมาเยี่ยมบ้านช่อง แล้วนี่" นางตวัดสายตามามองเจียงเซี่ยด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเห็นมูลสุนัขกองโตอยู่กลางห้อง
"นังตัวซวยนี่มันยังลอยหน้าลอยตาอยู่อีกเหรอ! แม่บอกให้แกหย่ากับมันตั้งนานแล้ว แกก็ไม่เชื่อ ดูซิ เลี้ยงมันไว้ก็เปลืองข้าวสุก!"
"แม่ครับ ผมเลื่อนยศแล้ว" ลู่เจิงเอ่ยตัดบท "ผมจะมารับเจียงเซี่ยไปอยู่ที่ค่ายทหารด้วย"
"อะไรนะ!!" แม่เฒ่าลู่และสะใภ้ใหญ่ร้องประสานเสียงพร้อมกันจนบ้านแทบแตก
"แกจะพามันไปเสวยสุขงั้นเรอะ ไม่ได้ แม่ไม่ยอม!" แม่เฒ่าลู่กระทืบเท้าเร่าๆ
"มันทั้งขี้เกียจ ทั้งตะกละ วันๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่นอนอืด พามันไปก็ขายขี้หน้าลูกน้องเปล่าๆ สู้แกเอาเงินเดือนส่วนของมันมาให้แม่เก็บไว้ แล้วให้มันอยู่ที่นี่ทำงานใช้หนี้ค่าน้ำนมแม่ดีกว่า!"
เจียงเซี่ยที่นั่งฟังอยู่นาน ลอบแค่นหัวเราะในใจ 'นี่กะจะใช้งานฉันเยี่ยงทาส แถมยังจะยึดเงินเดือนผัวฉันอีกเหรอ? ฝันไปเถอะย่ะมนุษย์ป้า!'
"แม่คะ" เจียงเซี่ยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "ที่แม่บอกว่าฉันวันๆ เอาแต่นอนอืด แม่เคยเดินเข้ามาดูในห้องนี้บ้างไหมคะ หรือฟังแต่คำยุยงของคนอื่น" เธอปรายตามองไปทางสะใภ้ใหญ่ จางชุนฮวาหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย
