บท
ตั้งค่า

บทที่ 4: ความลับในครรภ์

"อุ๊บ!"

ความรู้สึกคลื่นเหียนที่ตีตื้นขึ้นมาจากกระเพาะอาหาร ทำให้ หลินหว่าน ต้องรีบยกมือปิดปาก ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วเซถลาไปพิงผนังห้อง เธอพยายามกลั้นอาการอาเจียนอย่างสุดความสามารถ แต่รสเปรี้ยวขมในลำคอกลับไม่ยอมปรานี

โจวเฉิง ที่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้นดีดตัวลุกขึ้นทันทีราวกับสปริง ความโศกเศร้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก "หว่านเอ๋อร์! เป็นอะไร? ไม่สบายตรงไหน?"

มือหนาของเขาเอื้อมมาประคองไหล่เธอไว้ แต่หลินหว่านเบี่ยงตัวหลบด้วยความรังเกียจผสมความหวาดระแวง เธอผลักอกเขาออกแล้วรีบวิ่งไปที่ถังไม้สำหรับบ้วนปากที่มุมห้อง

"อ้วก"

เสียงโอกอากดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หลินหว่านอาเจียนเอาน้ำย่อยออกมาจนหมดไส้หมดพุง ร่างกายสั่นเทาด้วยความทรมาน น้ำตาไหลพรากเพราะแรงดันจากการอาเจียน

โจวเฉิงรีบเทน้ำอุ่นจากกาใส่แก้วแล้วส่งให้เธอ มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะลูบหลังให้เธออย่างแผ่วเบา สายตาของเขาจับจ้องไปที่แผ่นหลังบอบบางนั้นด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำที่หลินหว่านมองไม่เห็น

ในใจของชายหนุ่มเต้นระรัว อาการนี้ หรือว่า?

เขาจำได้แม่นยำ ในชาติก่อนช่วงเวลานี้หลินหว่านก็มีอาการป่วยออดๆ แอดๆ แต่ทุกคนในบ้านรวมถึงตัวเขาเองต่างคิดว่าเธอแค่ "สำออย" หรือไม่ก็ป่วยการเมืองเพราะไม่อยากทำงานหนัก จนกระทั่งวันที่เธอตกเลือดและแท้งลูกไป หมอถึงบอกว่าเธอท้องได้สองเดือนแล้ว

แค่นั้นยังไม่พอแม่และครอบครัวของเขาต่างใส่ร้ายว่าเธอคบชู้ จนทำให้เขาเข้าใจผิดแล้วหายไปเลยตลอดสามปี จนกระทั่งเขากลับมาเห็นภาพนั้น..แต่คำเอ่ยลาก็ไม่มี

ความรู้สึกผิดที่เหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจทำให้โจวเฉิงกัดฟันแน่น ชาตินี้... เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด!

หลินหว่านบ้วนปากเสร็จ หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เธอเงยหน้าขึ้นมองโจวเฉิงที่ยืนทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้อยู่ข้างๆ

"ฉัน... ฉันแค่กินอาหารไม่ตรงเวลา โรคกระเพาะคงกำเริบ" เธอโกหกหน้าตาย พยายามซ่อนพิรุธ

เธอเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าประจำเดือนขาดไปเกือบสองเดือนแล้ว แต่ด้วยความเครียดและขาดสารอาหารทำให้เธอไม่ได้สนใจ แต่ในสถานการณ์ที่เธอกำลังขอหย่า การมี "ห่วง" ผูกคอแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ถ้าตระกูลโจวรู้ว่าเธอท้อง พวกเขาไม่มีทางยอมให้เธอหย่าและพาลูกจากไปแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะแย่งลูกไปแล้วเขี่ยเธอทิ้ง

"โรคกระเพาะเหรอ?" โจวเฉิงทวนคำเสียงเบา เขาไม่ได้เปิดโปงคำโกหกของเธอ แต่กลับพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "เข้าใจแล้ว คุณพักผ่อนเถอะ คืนนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ผมจะจัดการเอง"

เขาประคองเธอไปนอนบนเตียง ห่มผ้าให้จนถึงคอ แล้วนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ยอมไปไหน จนกระทั่งหลินหว่านทนความเพลียไม่ไหวผล็อยหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกล ปลุกให้หลินหว่านตื่นจากภวังค์ เธอลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัวของยามเช้าตรู่ ปกติแล้วเวลานี้เธอต้องลุกไปก่อไฟ หุงข้าว และตักน้ำใส่โอ่ง แต่ร่างกายนี่กลับหนักอึ้งจนไม่อยากขยับ

ทันใดนั้น กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งนึ่งก็ลอยมาแตะจมูก

เธอหันไปมองที่หัวเตียง พบว่ามีซาลาเปาแป้งขาวลูกอวบอ้วนวางอยู่บนจานสังกะสีใบเล็ก ข้างๆ กันมีไข่ต้มปอกเปลือกแล้วหนึ่งฟอง และแก้วน้ำผสมน้ำตาลทรายแดงอุ่นๆ

"ตื่นแล้วเหรอ?"

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากหน้าประตู โจวเฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับกะละมังน้ำอุ่นและผ้าขนหนู เขาสวมเสื้อกล้ามทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามแข็งแรงที่มีเหงื่อเกาะพราว ดูเหมือนเขาจะตื่นมาทำงานบ้านแทนเธอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

"นี่มันอะไร?" หลินหว่านชี้ไปที่อาหาร "บ้านเรามีของพวกนี้ด้วยเหรอ?"

ซาลาเปาแป้งขาวล้วนไม่ผสมธัญพืชหยาบ และน้ำตาลทรายแดง เป็นของหายากและราคาแพง ปกติแม่เฒ่าโจวจะล็อคกุญแจเก็บไว้ในตู้หัวเตียงของตัวเองเท่านั้น

"ผมแอบเอาออกมาให้" โจวเฉิงตอบหน้าตาเฉย ราวกับว่าการขโมยของแม่ตัวเองไม่ใช่เรื่องใหญ่ "กินซะตอนที่ยังร้อนๆ แล้วอย่าให้ใครเห็น"

หลินหว่านมองหน้าเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา "ถ้าแม่คุณรู้"

"ช่างแม่เถอะ" เขาตัดบทสั้นๆ แล้วบิดผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเดินเข้ามาเช็ดหน้าให้เธอ "คุณต้องกิน เพื่อตัวคุณเอง และเพื่อ..."

เขาชะงักคำพูดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "เพื่อสุขภาพของคุณ กินเสร็จแล้วก็นอนพัก วันนี้ผมบอกแม่แล้วว่าคุณไม่สบาย ผมจะทำงานบ้านส่วนของคุณเอง"

หลินหว่านอยากจะปัดมือเขาออก อยากจะปฏิเสธความหวังดีจอมปลอมนี้ แต่ท้องเจ้ากรรมดันร้องประท้วงเสียงดัง โครกคราก และกลิ่นหอมของซาลาเปาก็ยั่วน้ำลายจนทนไม่ไหว

ช่างเถอะ กินให้อิ่มก่อนค่อยคิดบัญชี ลูกในท้องต้องใช้สารอาหาร

เธอคว้าซาลาเปามากัดคำโต แป้งนุ่มหวานละมุนลิ้นทำให้น้ำตาเธอแทบไหล ชาติก่อนเธอไม่เคยได้กินดีอยู่ดีแบบนี้เลยสักมื้อจนกระทั่งตาย

โจวเฉิงมองดูภรรยากินอาหารด้วยแววตาอ่อนโยน เขาเผลอยิ้มออกมาบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมาวางข้างๆ

"นี่บ๊วยเค็ม เผื่อคุณคลื่นไส้อีก"

หลินหว่านชะงักการเคี้ยว เธอเงยหน้ามองเขาตาขวาง "ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นโรคกระเพาะ"

"อืม ผมรู้" โจวเฉิงพยักหน้าหงึกหงัก "บ๊วยเค็มแก้โรคกระเพาะได้ ผู้หมวดที่ค่ายบอกมา"

บ๊วยเค็มที่ไหนแก้โรคกระเพาะ?

แต่ยังไม่ทันที่หลินหว่านจะถามว่าเขาทำไมแปลกไป เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าโจวก็ดังทะลุผนังเข้ามา

"อาเฉิง! ตื่นหรือยังลูก! มาช่วยแม่ดูฟืนหน่อย ทำไมวันนี้ไฟไม่แรงเลย!"

โจวเฉิงถอนหายใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที "คุณกินต่อเถอะ ผมจะออกไปดูแม่เอง จำไว้นะ อย่าออกไปข้างนอกถ้าไม่จำเป็น ถ้าใครมาเรียกให้เปิดประตู ก็ไม่ต้องเปิด"

เขากำชับหนักแน่นเหมือนสั่งทหาร ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หลินหว่านนั่งจ้องซาลาเปาในมือด้วยความสับสน

ผู้ชายคนนี้ ใช่โจวเฉิงคนเดิมที่เธอรู้จักจริงๆ เหรอ? ทำไมเขาถึงดู 'รู้ทัน' ไปเสียทุกอย่าง และทำไมแววตาของเขาถึงดูเจ็บปวดขนาดนั้น?

ช่วงสายของวัน..

แม้โจวเฉิงจะสั่งห้าม แต่หลินหว่านก็ทนนั่งอุดอู้อยู่ในห้องไม่ได้ เธอแอบเอาเปลือกไข่และเศษอาหารไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนจะเดินออกมาสูดอากาศที่หลังบ้าน

บ้านตระกูลโจวตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ด้านหลังติดกับแปลงผักและบ่อน้ำสาธารณะ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การสงบสติอารมณ์

แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน กลิ่นเหม็นเน่าของปุ๋ยหมักที่เพื่อนบ้านกำลังขนมาเทลงแปลงผัก ลอยตามลมมาปะทะจมูกอย่างจัง

"อุ๊บ!"

ข้าวมื้อเช้าที่เพิ่งกินเข้าไปทำท่าจะขย้อนออกมา หลินหว่านรีบวิ่งไปที่พุ่มไม้หลังเล้าไก่ โก่งคออาเจียนอย่างหนัก

"อ้วก... แหวะ"

เธออาเจียนจนหมดเรี่ยวแรง ต้องนั่งทรุดตัวลงกับพื้นหิมะ มือลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเบาๆ

"เจ้าเด็กดื้อ" เธอบ่นพึมพำทั้งน้ำตา "จะแกล้งแม่ไปถึงไหน"

ในขณะที่เธอกำลังเช็ดปากอยู่นั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่า มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอผ่านรอยแตกของรั้วไม้ไผ่

จางชุ่ยฮวา หรือ พี่สะใภ้ใหญ่ ยืนแอบอยู่ตรงมุมกำแพง ดวงตาตี่เล็กของนางหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในมือถือกะละมังผักที่ทำทีว่าจะเอามาล้าง

นางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่หลินหว่านวิ่งหน้าตื่นมาที่หลังบ้าน ท่าทางโก่งคออาเจียน และมือที่ลูบท้อง

"นังสะใภ้รอง" จางชุ่ยฮวาแสยะยิ้มที่มุมปาก "มิน่าล่ะ ถึงได้ทำตัวสำออย อ้างว่าป่วย ที่แท้ก็..."

สมองอันชาญฉลาดในทางชั่วร้ายของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว

ถ้าหลินหว่านท้อง แล้วคลอดออกมาเป็นลูกชาย สถานะในบ้านของนางจะสั่นคลอนทันที แม่เฒ่าโจวที่บ้าเห่อหลานชายอาจจะเปลี่ยนไปโอ๋บ้านรอง และที่สำคัญ เงินเดือนของโจวเฉิงที่นางหวังจะฮุบไว้ใช้จ่ายเพื่อลูกของตัวเอง ก็จะต้องถูกแบ่งไปเลี้ยงลูกของหลินหว่าน!

ไม่ได้การ! เงินนั่นต้องเป็นของลูกชายนางคนเดียว! บ้านตระกูลโจวต้องเป็นของบ้านใหญ่เท่านั้น!

"แกท้องได้ ก็แท้งได้เหมือนกัน"

จางชุ่ยฮวาพึมพำกับตัวเอง สายตาจับจ้องไปที่พื้นหิมะลื่นๆ ริมบ่อน้ำที่หลินหว่านกำลังพยุงตัวลุกขึ้นยืน

แผนการชั่วร้ายผุดขึ้นในหัวของนางทันที

นางวางกะละมังผักลงเงียบๆ แล้วเดินย่องเข้าไปใกล้หลินหว่านจากทางด้านหลัง ฝีเท้าของนางเบากริบราวกับแมวขโมย

หลินหว่านที่กำลังหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะ ไม่ทันได้ระวังตัว เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปที่บ่อน้ำเพื่อจะตักน้ำมาล้างปาก

อีกนิดเดียว จางชุ่ยฮวาคิดในใจ แค่ผลักเบาๆ ทีเดียว อุบัติเหตุลื่นล้ม ใครก็ช่วยไม่ได้

นางเดินเข้าไปประชิดตัว เงื้อมือขึ้นเตรียมจะผลักเข้าที่กลางหลังของน้องสะใภ้

"ตายซะเถอะ นังตัวมาร!"

จางชุ่ยฮวาออกแรงผลักเต็มรัก!

ทว่า

ในวินาทีเฉียดตายนั้น สัญชาตญาณบางอย่างทำให้หลินหว่านรู้สึกถึงอันตรายด้านหลัง หรืออาจเป็นเพราะเงาที่ทาบทับลงมาบนพื้นหิมะ เธอหันขวับกลับไปมอง

"พี่สะใภ้ใหญ่?!"

แต่สายเกินไปแล้ว ร่างของเธอเสียหลักถลาไปข้างหน้าตามแรงผลัก เบื้องหน้าคือขอบบ่อน้ำที่ทำจากหินหยาบและพื้นน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก!

"กรี๊ดดดดดดด!"

เสียงกรีดร้องของหลินหว่านดังลั่นไปทั่วบริเวณ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel