บท
ตั้งค่า

บทที่ 5: แผนร้ายของพี่สะใภ้

"กรี๊ดดดดดดด!"

เสียงกรีดร้องของหลินหว่านดังก้องสะท้านไปทั่วลานหลังบ้าน ร่างบางของเธอเสียหลักถลาไปข้างหน้าตามแรงผลักอันมุ่งร้าย เบื้องหน้าคือขอบบ่อน้ำที่ก่อด้วยหินหยาบและพื้นน้ำแข็งอันเย็นยะเยือก

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง

หลินหว่านเบิกตากว้าง มองเห็นความตายที่กำลังรออยู่ตรงหน้า สมองของเธอขาวโพลน แต่จิตใต้สำนึกกลับสั่งการให้เธอรีบงอตัวและเอามือกุมหน้าท้องไว้โดยสัญชาตญาณ ลูก!

ถ้าเธอล้มกระแทกพื้นด้วยความเร็วขนาดนี้ เด็กในท้องไม่มีทางรอดแน่!

"ระวัง!"

เงาสีเขียวสายหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ

ฟึ่บ!

ลำแขนแกร่งดุจคีมเหล็กตวัดรวบเอวของเธอไว้อย่างแม่นยำ แรงกระชากมหาศาลดึงร่างของเธอให้เบี่ยงออกจากทิศทางมรณะ แต่ด้วยแรงเฉื่อยจากการล้ม ทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปด้วยกัน

ชายหนุ่มพลิกตัวกลางอากาศอย่างชำนาญ ใช้แผ่นหลังกว้างของตนเองเป็นเบาะรองรับ แล้วดึงร่างของหญิงสาวเข้ามากดแนบกับอก ปกป้องเธอไว้ในอ้อมกอดราวกับไข่มุกในอุ้งมือ

ตุ้บ!

อึก!

เสียงร่างกายกระแทกกับพื้นดินแข็งที่จับตัวเป็นน้ำแข็งดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

หลินหว่านหลับตาปี๋ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับกลองรบ แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนเลย พื้นที่เธอทับอยู่ไม่ใช่น้ำแข็งที่เย็นเฉียบ แต่เป็นอกอุ่นๆ ที่คุ้นเคย

เธอลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าคมเข้มของ โจวเฉิง ที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ ใบหน้าหล่อเหลานั้นซีดเผือด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ

"โจวเฉิง! คุณ"

"เจ็บตรงไหนไหม?" เขาถามเสียงพร่า กัดฟันข่มความเจ็บปวด ดวงตาสีรัตติกาลกวาดสำรวจร่างกายเธออย่างร้อนรน "กระแทกโดนท้องหรือเปล่า?"

คำถามนั้นทำให้หลินหว่านน้ำตาไหลพราก เธอส่ายหน้าอย่างแรง "ฉันไม่เป็นไร แต่คุณ.. คุณเจ็บไหม?"

เธอรู้ดีว่าพื้นดินในฤดูหนาวนั้นแข็งราวกับหิน และเมื่อกี้เสียงกระแทกมันดังมาก เขาเอาตัวมารับน้ำหนักเธอไว้ทั้งตัวแบบนี้ กระดูกจะไม่หักหรือไง?

โจวเฉิงถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัย เขาพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาจากแผ่นหลังทำให้เขาต้องสูดปาก

"แค่ถลอกนิดหน่อย ไม่เป็นไร" เขาตอบเสียงเรียบ เพื่อไม่ให้เธอกังวล

แต่หลินหว่านไม่ได้โง่ เธอเห็นสีหน้าเขาบิดเบี้ยววูบหนึ่งตอนขยับตัว

"นิดหน่อยที่ไหนกัน!" เธอร้องเสียงหลง จะเข้าไปประคองเขา

ทว่าสายตาของโจวเฉิงกลับเปลี่ยนไป จากความอ่อนโยนเมื่อครู่ กลายเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี เขาหันขวับไปมองทางต้นเหตุของเรื่องนี้

ที่มุมกำแพงใกล้บ่อน้ำ จางชุ่ยฮวา หรือ พี่สะใภ้ใหญ่ ยืนตัวแข็งทื่อ หน้าซีดเผือดราวกับศพ มือที่เคยก่อเหตุยังค้างอยู่กลางอากาศ กะละมังผักหล่นเกลื่อนพื้น

นางไม่คิดว่าโจวเฉิงจะโผล่มา! นางกะจังหวะตอนที่เขาไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไม ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้!

เมื่อกี้โจวเฉิงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ จึงเดินออกมาตามหาภรรยา แต่ภาพที่เขาเห็นคือจางชุ่ยฮวาย่องเข้าไปข้างหลังแล้วผลักหลินหว่านเต็มแรง!

นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันคือการพยายามฆ่า!

"พี่สะใภ้ใหญ่"

โจวเฉิงเอ่ยชื่อเธอช้าๆ น้ำเสียงนั้นต่ำลึกและเยือกเย็นจนน่าขนลุก ราวกับเสียงเรียกจากยมทูต เขาค่อยๆ พยุงหลินหว่านให้ยืนขึ้นอย่างมั่นคง แล้วก้าวเท้าเดินตรงไปหาจางชุ่ยฮวา

ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนหิมะ แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนอากาศแทบจะหายใจไม่ออก นี่คือกลิ่นอายของทหารผ่านศึกที่เคยผ่านความเป็นความตายมาแล้วจริงๆ

จางชุ่ยฮวาขาสั่นพับๆ นางก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว จนแผ่นหลังชนกับกำแพงดิน หมดทางหนี

"มะ ไม่ใช่นะ น้องรอง ฟังพี่ก่อน" จางชุ่ยฮวาละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ "มันเป็นอุบัติเหตุ! มะ เมียแก หลินหว่านเธอลื่นเอง! พี่จะเข้าไปช่วยคว้า แต่คว้าไม่ทัน!"

"ลื่นเอง?" โจวเฉิงทวนคำ มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "พี่เห็นผมตาบอดเหรอ?"

"จ... จริงๆ นะ! พื้นมันลื่น! ใครจะไปกล้าผลักคนลงบ่อน้ำกันล่ะ!" เธอยังคงแถสีข้างถลอก เหงื่อแตกพลั่ก

"งั้นเหรอ" โจวเฉิงหยุดยืนตรงหน้านาง ร่างสูงใหญ่ค้ำหัวเธอจนมิดเงา "พื้นตรงนั้นแห้งสนิท ไม่มีน้ำสักหยด แต่รอยเท้าของพี่ที่ย่องตามหลังเมียผมมันชัดเจนมาก แล้วเมื่อกี้ ท่าทางของพี่คือ 'ผลัก' ไม่ใช่ 'คว้า' สัญชาตญาณทหารของผมไม่เคยพลาด"

เขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้โวยวาย แต่ทุกคำพูดเหมือนค้อนที่ตอกตะปูลงฝาโลง

"พี่รู้ไหมว่าถ้าผมมารับไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น?" เขาถามเสียงเบา แต่เน้นหนักทุกพยางค์ "หัวเธออาจจะฟาดขอบบ่อ จมน้ำตาย พี่กำลังพยายามฆ่าคน!"

เขานึกถึงท่าทางของหลินหว่านที่กุมท้องแน่นเมื่อครู่ ไฟโทสะในอกลุกโชนจนแทบเผาไหม้สติสัมปชัญญะ

ผู้หญิงคนนี้ กล้าแตะต้องภรรยาและลูกของเขา!

"น้องรอง! แกอย่ามาใส่ร้ายพี่นะ! แม่! แม่ช่วยด้วย! อาเฉิงจะตีฉัน!" จางชุ่ยฮวากรีดร้องเรียกตัวช่วยเมื่อเห็นท่าไม่ดี

"ร้องสิ" โจวเฉิงแสยะยิ้ม "ร้องให้ดังกว่านี้ ให้คนทั้งหมู่บ้านมาดูความระยำของพี่"

พูดจบ เขาก็เอื้อมมือออกไปคว้าข้อมือขวาของจางชุ่ยฮวา มือข้างที่นางใช้ผลักหลินหว่าน

"มือนี่ใช่ไหมที่ทำ?"

"แกจะทำอะไร! ปล่อยนะ! เจ็บ!" จางชุ่ยฮวาดิ้นพล่าน พยายามแกะมือแกร่งดุจคีมเหล็กออก แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงทหารฝึก

"คนทำผิดต้องรับโทษ ในเมื่อพี่กล้าใช้มือนี้ทำร้ายเมียผม งั้นมือนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้!"

สิ้นเสียงคำราม โจวเฉิงก็ออกแรงบิดข้อมือนั้นทันที!

กร๊อบ!

เสียงกระดูกเคลื่อนและเส้นเอ็นฉีกขาดดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ

"อ๊ากกกกกกกกกกกก!"

จางชุ่ยฮวากรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจ ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส นางกุมข้อมือที่ห้อยรุ่งริ่งผิดรูป ร้องไห้คร่ำครวญเหมือนหมูถูกเชือด

หลินหว่านยกมือปิดปาก มองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง โจวเฉิง เขาหักมือพี่สะใภ้จริงๆ! เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว!

เสียงกรีดร้องทำให้ประตูบ้านเปิดผัวะ แม่เฒ่าโจว วิ่งหน้าตื่นออกมา พร้อมกับไม้เรียวในมือ

"เกิดอะไรขึ้น! ตายแล้ว! สะใภ้ใหญ่!"

แม่เฒ่าโจวเห็นสภาพลูกสะใภ้คนโปรดนอนดิ้นทุรนทุราย ก็รีบปรี่เข้ามาดู "ใครทำ! ใครทำแก!"

"แม่จ๋า! ช่วยด้วย! น้องรอง น้องรองหักมือฉัน! ฮืออออ มันจะฆ่าฉัน!" จางชุ่ยฮวาฟ้องทันที ใส่ไข่ใส่สีเต็มที่

แม่เฒ่าโจวหันขวับมามองลูกชายคนรองด้วยสายตาเกรี้ยวกราด เธอเงื้อไม้เรียวขึ้นฟาดลงไปที่ไหล่ของโจวเฉิงเต็มแรง

เพียะ!

"ไอ้ลูกทรพี! แกบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นพี่สะใภ้แกนะ! แกกล้าทำร้ายคนในครอบครัวได้ยังไง! แกมันไม่ใช่คน! แกมันปีศาจ!"

โจวเฉิงยืนนิ่ง ไม่หลบ ไม่สะดุ้งรับไม้เรียวนั้น เขามองแม่ของตัวเองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย

"แม่ถามพี่สะใภ้หรือยังว่าทำไมผมถึงทำ?" เขาถามกลับเสียงเรียบ

"ไม่ว่ายังไงแกก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายพี่สะใภ้! เธอเป็นคนตระกูลโจว เธอคลอดหลานชายให้ตระกูลเรา!" แม่เฒ่าโจวตะโกนอย่างไม่ฟังเหตุผล

"แล้วหลินหว่านไม่ใช่คนตระกูลโจวเหรอครับ?"

โจวเฉิงชี้มือไปที่ภรรยาที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง "เมื่อกี้พี่สะใภ้ผลักหลินหว่านลงบ่อน้ำ! ถ้าผมมารับไม่ทัน ป่านนี้แม่คงได้จัดงานศพสะใภ้รองสมใจแม่แล้ว!"

"อะ อะไรนะ?" แม่เฒ่าโจวชะงัก หันไปมองหลินหว่านสลับกับจางชุ่ยฮวา

"โกหก! มันโกหกค่ะแม่!" จางชุ่ยฮวารีบปฏิเสธทั้งน้ำตา

"หลักฐานอยู่ที่พื้น" โจวเฉิงชี้ไปที่รอยเท้า "และหลักฐานก็อยู่ที่ตัวผม" เขาหันหลังให้แม่ดู เผยให้เห็นเสื้อกล้ามทหารที่ขาดวิ่นและรอยเลือดซึมออกมาจากแผลถลอกขนาดใหญ่ที่กลางหลัง

"นี่คือแผลที่ผมได้จากการเอาตัวเข้ารับหลินหว่าน แม่คิดว่าผมลงทุนเจ็บตัวขนาดนี้เพื่อใส่ร้ายพี่สะใภ้เหรอครับ?"

แม่เฒ่าโจวอ้ำอึ้ง เธอรู้ดีว่าลูกชายคนนี้ไม่เคยโกหก แต่จะให้ยอมรับว่าสะใภ้ใหญ่พยายามฆ่าคน มันก็

"มัน... มันอาจจะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ก็ได้ แกก็ทำเกินกว่าเหตุ! หักมือพี่สะใภ้แบบนี้ แล้วใครจะทำงานบ้าน! ใครจะดูแลหลานแก!"

ความอดทนเส้นสุดท้ายของโจวเฉิงขาดผึง

"แม่ครับ"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกคนขนลุกซู่

"จำคำพูดผมไว้นะ ใครที่กล้าแตะต้องหลินหว่าน ไม่ว่าจะเป็นคนนอก หรือคนในบ้าน จุดจบมันจะไม่ใช่แค่ข้อมือหักแน่"

ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงจนแม่เฒ่าโจวผงะถอยหลัง ขาอ่อนจนเกือบล้ม เธอไม่เคยเห็นลูกชายในมุมที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน นี่ไม่ใช่ลูกชายหัวอ่อนที่เธอเคยโขกสับได้อีกแล้ว

"และถ้าใครคิดว่าผมพูดเล่น ก็ลองดู"

เขากวาดสายตามองทุกคน ทั้งแม่ ทั้งจางชุ่ยฮวา และโจวเสี่ยวเป่าที่แอบมองอยู่หลังประตู ทุกคนก้มหน้าหลบสายตาเขาด้วยความหวาดกลัว

โจวเฉิงหันหลังเดินกลับไปหาหลินหว่าน เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนทันที

"เจ็บตรงไหนอีกไหม?"

"ไม่.. ไม่เจ็บ" หลินหว่านตอบเสียงเบา เธอยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลวาบเข้ามาในหัวใจ

นี่เป็นครั้งแรก ที่เขาลุกขึ้นมาปกป้องเธอ และจัดการคนที่รังแกเธออย่างสาสม โดยไม่ต้องให้เธอร้องขอ

"ไปทำแผลเถอะค่ะ" หลินหว่านแตะแขนเขาเบาๆ มองรอยเลือดที่หลังเขาด้วยความเป็นห่วง

โจวเฉิงพยักหน้า เขาโอบไหล่เธอประคองเดินเข้าบ้าน โดยไม่หันกลับไปมองจางชุ่ยฮวาที่นอนร้องโอดโอย หรือแม่เฒ่าโจวที่ยืนด่าทอไล่หลังแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเข้ามาในห้องและปิดประตูลง โลกที่วุ่นวายภายนอกก็ถูกตัดขาด

โจวเฉิงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง สีหน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดที่อดกลั้นไว้เริ่มแสดงอาการ

"คุณถอดเสื้อออกเดี๋ยวนี้ ฉันจะดูแผลให้" หลินหว่านสั่งเสียงเข้ม รื้อค้นหากล่องปฐมพยาบาล

โจวเฉิงยอมถอดเสื้อกล้ามออกอย่างว่าง่าย เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง แต่บัดนี้กลับมีรอยถลอกยาวเหวอะหวะ มีเลือดไหลซึม และเริ่มมีรอยช้ำม่วงขนาดใหญ่จากการกระแทก

หลินหว่านสูดหายใจเข้าลึก น้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง เธอใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดรอบปากแผลให้อย่างเบามือ

"ทำไมต้องทำขนาดนี้" เธอถามเสียงสั่น "ทำไมต้องเอาตัวมารับ ทำไมต้องหักมือพี่สะใภ้ คุณไม่กลัวชาวบ้านนินทาเหรอ?"

โจวเฉิงหันหน้ามามองเธอเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแววแน่วแน่

"เพราะคุณเป็นภรรยาของผม"

เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับภูผา

"ผมเป็นทหาร หน้าที่คือปกป้องประเทศชาติ แต่ถ้าแม้แต่ผู้หญิงของตัวเอง ผมยังปกป้องไม่ได้ แล้วผมจะมีหน้าไปปกป้องใครได้?"

คำพูดของเขาเรียบง่าย ไม่มีคำหวานเลี่ยน แต่มันกระแทกใจคนฟังอย่างจัง

เขาเอื้อมมือมาจับมือเธอที่กำลังเช็ดแผล หยุดการเคลื่อนไหวของเธอไว้ สายตาเลื่อนต่ำลงไปมองที่หน้าท้องแบนราบของเธอ

"หว่านเอ๋อร์"

หลินหว่านชะงักกึก หัวใจเต้นผิดจังหวะ

"คะ?"

"ตอนที่ล้มลงไปเมื่อกี้" โจวเฉิงจ้องตาเธอลึกซึ้ง เหมือนจะค้นหาความจริงในดวงตาคู่นั้น "วินาทีนั้น คุณไม่ได้ห่วงตัวเองเลย สิ่งแรกที่คุณทำคือเอามือกุมท้อง และพยายามงอตัวเพื่อป้องกันมัน"

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย บรรยากาศในห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น

"บวกกับอาการที่คุณอาเจียนตอนเช้า และเมื่อกี้ที่หลังบ้าน"

เขาบีบมือเธอเบาๆ ถามด้วยน้ำเสียงที่ทั้งคาดหวังและหวาดหวั่น "คุณกำลัง ปิดบังเรื่องสำคัญบางอย่างกับผมอยู่ใช่ไหม?"

หลินหว่านเม้มริมฝีปากแน่น เหงื่อเย็นซึมออกมาตามฝ่ามือ เธอไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในวินาทีเฉียดตายนั้น

ผู้ชายคนนี้ สัญชาตญาณน่ากลัวเกินไปแล้ว!

"ถ้า.. ถ้าฉันบอกว่าใช่ แล้วคุณจะทำยังไง?" หลินหว่านลองหยั่งเชิง "ถ้าฉันท้องจริงๆ แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อแม่คุณเกลียดฉันขนาดนี้ และฉันก็..."

"ผมจะดูแลเอง" โจวเฉิงสวนขึ้นมาทันทีก่อนที่เธอจะพูดจบ

เขาดึงมือเธอมาแนบที่แก้มสากระคายของตน แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความจริงจังและมุ่งมั่น ไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าใครจะพูดยังไง เด็กคนนี้คือลูกของผม"

เขาหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังข่มอารมณ์บางอย่าง "เมื่อคืนผมฝัน ฝันร้ายมาก ฝันว่าผมกลับมาไม่ทัน ฝันว่าผมเสียคุณและลูกไป ฝันว่าที่ผ่านมาหลายปีครอบครัวผมทำอะไรกับคุณลับหลังผมไปบ้าง ความรู้สึกในฝันมันเจ็บปวดจนผมไม่อยากตื่น"

เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำสนิทสะท้อนเงาของเธอเพียงผู้เดียว

"ดังนั้น ผมจะไม่ยอมให้ฝันร้ายนั่นกลายเป็นจริงเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต หรือต้องแตกหักกับใครหน้าไหน ผมก็จะรักษาคุณกับลูกไว้ให้ได้"

หลินหว่านมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

คำพูดของเขาดูเหมือนคนธรรมดาที่หวงแหนครอบครัว แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ความฝันงั้นเหรอ? หรือว่าเขารู้อะไรมากกว่านั้น?

แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร สิ่งที่เธอสัมผัสได้ในตอนนี้มีเพียงความอบอุ่นและความปลอดภัยที่เธอโหยหามาตลอดทั้งสองชาติภพ

"คนบ้า" เธอด่าเขาเสียงเครือ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "เจ็บขนาดนี้ยังจะมาเพ้อเจ้อเรื่องความฝันอีก"

เธอแกะมือเขาออก แล้วก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เขาต่อ แต่ใบหูของเธอแดงก่ำ และมือที่ทายาก็เบามือลงกว่าเดิมมาก

ในขณะที่ข้างนอกบ้าน เสียงแม่เฒ่าโจวกำลังตะโกนด่าทอสาปแช่งไม่หยุดหย่อน แต่น่าแปลก ที่หลินหว่านกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป

เพราะตอนนี้ เธอมีกำแพงมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดคอยกันพายุให้เธอแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel