ย้อนเวลาเพื่อร่ำรวยกับสามีปากแข็ง

87.0K · อัพเดทล่าสุด
อิ๋นเยว่
32
บท
149
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชาติก่อน 'หลินหว่าน' ตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาล ท่ามกลางความหมางเมินของสามีและการโขกสับของแม่ผัว ส่วน 'โจวเฉิง' แม้จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของกองทัพ แต่กลับต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิดที่ดูแลเธอไม่ได้ แต่เมื่อสวรรค์เมตตา ให้โอกาสทั้งคู่ย้อนเวลากลับมาในปี 1976 อีกครั้ง! เขา กลับมาเพื่อชดใช้ จาก 'มัจจุราชหน้าตาย' ผู้เย็นชา เปลี่ยนโหมดกลายเป็น 'สามีสายเปย์' ที่เทิดทูนเมีย ใครกล้ารังแกเธอ? เขาพร้อมจะใช้ยศผู้พันบดขยี้มันให้จมดิน! งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ไม่เว้น แม้แต่ซักผ้าอ้อมหรือล้างจาน ท่านนายพลก็ทำถวายหัว! เธอ กลับมาเพื่อรวย ในเมื่อได้โอกาสมีชีวิตใหม่ หลินหว่านคนนี้จะไม่ยอมเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาอีกต่อไป! งัดสูตรอาหารพลิกฟื้นฐานะ จากแม่ค้าบะหมี่รถเข็น สู่ประธานเครือภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตั้งใจจะขอหย่าไปใช้ชีวิตสวยๆ รวยๆ แต่ทำไมอีตาคุณสามีเฮงซวยคนนั้น ถึงได้ทำตัวน่ารักน่ากิน เอ้ย! น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ล่ะ? ความลับที่ซ่อนเร้น: ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาเพียงลำพัง จึงพยายามเก็บงำความลับเอาไว้ คนหนึ่งพยายาม 'จีบใหม่' ให้ติด อีกคนพยายาม 'สร้างตัว' ให้รอด มาร่วมลุ้นไปกับตำนานรักบทใหม่ในยุค 70 ที่ครบรส! ทั้งความมันส์ระดับ "ฟาดหน้าตัวร้าย"

ยุค70เกิดใหม่ข้ามมิตินิยายย้อนยุคการแต่งงานผู้ชายอบอุ่นทหารจีบเมียเก่าฟินๆ

บทที่ 1: การตื่นรู้ท่ามกลางพายุหิมะ

ลมหนาวในเดือนสิบสองเปรียบเสมือนมีดดาบน้ำแข็งที่มองไม่เห็น มันกรีดผ่านผิวหนังชั้นนอกทะลุทะลวงเข้าไปกัดกินถึงไขกระดูก

หลินหว่าน รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่คุ้นเคยบริเวณปลายนิ้วมือ ความรู้สึกแสบร้อนสลับกับชาด้านทำให้เธอต้องก้มลงมองมือของตนเอง มือคู่นั้นบวมแดงจนน่าเกลียด เต็มไปด้วยแผลแตกจากความเย็นกัด ที่ซ้อนทับกันทั้งแผลเก่าและแผลใหม่ ในมือยังกำเสื้อนวมตัวเก่าที่ขาดวิ่นของใครบางคนจุ่มอยู่ในกะละมังซักผ้า

น้ำในกะละมังเย็นจัดจนจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ สะท้อนภาพใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดของผู้หญิงคนหนึ่ง

นี่มัน ปี 1976?

ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบคือความเจ็บปวดเจียนตายบนเตียงในโรงพยาบาลที่ไร้ญาติขาดมิตร เธอมองดูเพดานสีขาวด้วยความโดดเดี่ยว สามีที่เป็นทหารเสียชีวิตในหน้าที่ไปก่อนหน้านั้นหลายปี ส่วนเงินชดเชยทั้งหมดถูกแม่สามีและพี่สะใภ้ฮุบเอาไปจนหมด ปล่อยให้เธอที่ป่วยหนักต้องนอนรอความตายอย่างน่าสมเพช

ความเคียดแค้นชิงชังที่สุมอยู่ในอกปะทุขึ้นมาราวกับลาวาใต้ภูเขาไฟ

"สวรรค์ คุณให้โอกาสฉันกลับมาอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?"

หลินหว่านพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบแห้งราวกระดาษทรายขัดไม้ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานบ้านตระกูลโจว บ้านดินมุงหญ้าคาที่คุ้นตา กองฟืนที่สุมไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ และเสียงกรนสนั่นที่ดังลอดออกมาจากห้องฝั่งตะวันออก

ชาติก่อน เธอคือ 'วัวควาย' ของบ้านตระกูลโจว เธอแต่งงานกับ โจวเฉิง ทหารหนุ่มอนาคตไกลตามคำสั่งเสียของพ่อแม่ แต่เพราะเขาต้องกลับไปประจำการที่ชายแดนทันทีหลังแต่งงาน แม้จะกลับมาบ้างและช่วงเวลานั้นเธอก็จะได้การปรนนิบัติดีจากสามีและครอบครัวของเขา แต่หากเมื่อใดที่เขากลับไปทำหน้าที่ชายแดนอีก ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม เธอต้องอยู่รับใช้ครอบครัวของเขาที่บ้านเกิด ยอมก้มหัวทำงานหนักยิ่งกว่าทาส เพื่อแลกกับคำชมจอมปลอมว่า "สะใภ้รองเป็นเด็กดี"

แต่ผลตอบแทนที่ได้รับคืออะไร? คือความตายที่โดดเดี่ยว!

"ปัง!"

เสียงกะละมังใบน้อยถูกเตะคว่ำอย่างแรง น้ำซักผ้าที่สกปรกและเย็นเฉียบสาดกระจายไปทั่วลานหิมะสีขาวโพลน เสื้อนวมตัวนั้นกระเด็นไปตกที่หน้าเล้าไก่

หลินหว่านยืนขึ้น ร่างกายผอมแห้งของเธอโงนเงนเล็กน้อย แต่แววตาที่เคยหม่นหมองและขลาดกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยประกายตาที่แข็งกร้าวและเย็นชายิ่งกว่าหิมะรอบกาย

"พอที.. ชาตินี้ฉันจะไม่ยอมเป็นวัวเป็นควายให้ใครโขกสับอีกแล้ว!"

เสียงท้องร้องดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ความหิวโหยที่แสบไส้ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่เช้ามืดเธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด ในขณะที่คนอื่นๆ ในบ้านกินโจ๊กธัญพืชจนอิ่มแปล้

หลินหว่านเดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องครัว ประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกลงกลอนจากด้านนอก นี่เป็นฝีมือของ แม่เฒ่าโจว แม่สามีจอมตระหนี่ที่กลัวว่าสะใภ้รองจะแอบขโมยของกิน จึงล็อคกุญแจทุกครั้งก่อนจะออกไปจับกลุ่มนินทากับเพื่อนบ้าน

"คิดว่ากุญแจแค่นี้จะขวางฉันได้งั้นหรือ?"

หลินหว่านแสยะยิ้มเย็น เธอเดินไปหยิบขวานผ่าฟืนที่วางอยู่ข้างกำแพง สูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมแรงทั้งหมดที่มี แล้วฟาดสันขวานลงไปที่แม่กุญแจสนิมเขรอะนั่นเต็มแรง

เคร้ง!

แม่กุญแจหลุดกระเด็นออกไป ประตูครัวเปิดอ้าออก กลิ่นหอมจางๆ ของอาหารลอยมาแตะจมูก

ภายในครัวเงียบสงบ บนเตาที่ไฟมอดลงแล้วยังมีไออุ่น หลินหว่านเปิดฝาหม้อใบใหญ่ เห็นเพียงก้นหม้อที่ว่างเปล่า พวกเขากินกันหมดไม่เหลือแม้แต่น้ำข้าว

แต่สัญชาตญาณความทรงจำจากชาติก่อนเตือนเธอ แม่เฒ่าโจวมักจะแอบซ่อน 'ของดี' ไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อลูกชายคนเล็กสุดที่รักอย่าง โจวเสี่ยวเป่า กลับมาบ้าน

เธอรื้อค้นในตู้กับข้าว ในที่สุดก็เจอชามเคลือบใบหนึ่งวางซ่อนอยู่หลังไหผักดอง เมื่อเปิดฝาครอบออก ควันร้อนๆ ก็พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

มันคือ 'ไข่ตุ๋นเนื้อละเอียด' โรยหน้าด้วยน้ำมันงาและหอมซอย

ในยุค 70 ที่ข้าวยากหมากแพง ไข่ไก่เป็นของล้ำค่าที่ต้องเก็บไว้แลกเกลือหรือของใช้จำเป็น การที่แม่เฒ่าโจวตุ๋นไข่ฟองโตขนาดนี้ แสดงว่าเตรียมไว้ขุนลูกชายคนเล็กที่แสนขี้เกียจของนางแน่ๆ

"ขอบคุณที่เตรียมไว้ให้นะคะ คุณแม่" หลินหว่านพูดลอยๆ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอไม่รอช้า หยิบช้อนขึ้นมาตักไข่ตุ๋นคำโตเข้าปาก

รสสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น ความหอมของน้ำมันงาและความเค็มปะแล่มของซีอิ๊วแผ่ซ่านไปทั่วปาก ความอุ่นร้อนไหลลงสู่กระเพาะที่ว่างเปล่า ราวกับสายฝนชโลมผืนดินที่แตกระแหง

เธอตักกินคำแล้วคำเล่าอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงสองนาที ไข่ตุ๋นในชามก็เกลี้ยงเกลา เลียจนแทบไม่ต้องล้าง

ในขณะที่เธอกำลังวางชามลง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยเสียงดังก็แว่วมาจากหน้าบ้าน

"สะใภ้รอง! แกตายไปแล้วหรือยังไง? ผ้าซักเสร็จหรือยังฮะ!?"

เสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่เฒ่าโจวดังมาก่อนตัว ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของ พี่สะใภ้ใหญ่

หลินหว่านยืนนิ่งอยู่กลางห้องครัว มือขวากระชับด้ามมีดทำครัวที่วางอยู่บนเขียงแน่น

ประตูครัวถูกกระชากเปิดออก

"ว้าย แม่คะ ดูนี่สิ!" พี่สะใภ้ใหญ่ร้องเสียงหลงเมื่อเห็นสภาพแม่กุญแจที่พังยับเยิน

แม่เฒ่าโจวรีบถลันเข้ามาในครัว เมื่อเห็นหลินหว่านยืนอยู่หน้าตู้กับข้าว และชามไข่ตุ๋นที่ว่างเปล่าในมือ ดวงตาของนางก็เบิกกว้างจนแทบถลนออกมา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด

"นังตัวดี! นังหัวขโมย! นั่นมันไข่ตุ๋นของเสี่ยวเป่า! หล่อนกล้าดียังไงถึงกินมันเข้าไป!"

แม่เฒ่าโจวปรี่เข้ามาเงื้อมือขึ้นสูง หมายจะตบหน้าสะใภ้ตัวดีให้หน้าหันเหมือนทุกครั้ง

แต่ทว่า ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม

ฟึ่บ!

หลินหว่านไม่ได้หลบ แต่เธอยกมีดปังตอในมือขึ้นมาวางกระแทกลงบนเขียงไม้อย่างแรง

ปัง!!!

เสียงมีดกระทบไม้ดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้กระเด็นว่อน ปลายมีดคมกริบฝังลึกลงไปในเนื้อไม้ ห่างจากมือของหลินหว่านเพียงไม่กี่เซนติเมตร

การกระทำที่ดุดันและคาดไม่ถึงทำให้แม่เฒ่าโจวชะงักค้างกลางอากาศ มือที่เงื้อค้างไว้สั่นระริก

หลินหว่านค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามี แววตาของเธอสงบนิ่งทว่าลึกล้ำราวกับบ่อน้ำโบราณที่มองไม่เห็นก้นบ่อ ไม่มีแววตาของความหวาดกลัวหรือยอมจำนนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

"แม่คะ" หลินหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงรังสีอำมหิตที่ทำให้คนฟังขนลุก "ฉันแค่หิว ทำงานหนักมาทั้งวัน ข้าวมื้อเช้าก็ยังไม่ได้ตกถึงท้อง กินไข่แค่ฟองเดียวคงไม่ทำให้ตระกูลโจวล่มจมกระมัง?"

"แก...แก" แม่เฒ่าโจวอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เธอไม่เคยเห็นสะใภ้รองเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติแค่ถลึงตาใส่ หลินหว่านก็ตัวสั่นงันงกแล้ว

พี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบยุยง "แม่ดูมันสิคะ! มันกล้าเถียงแม่ แถมยังถือมีดขู่ด้วย! แบบนี้มันอกตัญญูชัดๆ ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ!"

"อกตัญญู?" หลินหว่านทวนคำเสียงสูง มุมปากยกยิ้มหยัน "พี่สะใภ้ใหญ่ เงินเดือนของโจวเฉิงส่งมาที่บ้านทุกเดือน เดือนละ 30 หยวน มากพอจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านได้ด้วยซ้ำ แต่ฉันที่เป็นเมียเขากลับได้กินแต่น้ำข้าวต้มใสๆ ในขณะที่พวกพี่กับน้องสามีกินไข่กินเนื้อ ถามหน่อยเถอะว่าใครกันแน่ที่เนรคุณ?"

คำพูดของหลินหว่านจี้ใจดำอย่างจัง เงินเดือนทหารของลูกชายคนรองคือท่อน้ำเลี้ยงหลักของบ้านนี้ แต่แม่เฒ่าโจวเก็บเรียบและเอาไปปรนเปรอหลานชายคนโตกับลูกชายคนเล็กจนหมด

"หุบปากนะ! เงินนั่นลูกชายฉันกตัญญูต่อแม่ หล่อนเป็นแค่คนนอก เกี่ยวอะไรด้วย!" แม่เฒ่าโจวตะคอกแก้เก้อ แต่ขาเริ่มก้าวถอยหลังเมื่อเห็นหลินหว่านดึงมีดออกจากเขียงมาช้าๆ

หลินหว่านใช้นิ้วลูบคมมีดเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองแม่สามีและพี่สะใภ้ "คนนอกเหรอ? ได้ ในเมื่อเห็นฉันเป็นคนนอก งั้นต่อไปนี้งานบ้านทุกอย่างก็ทำกันเองแล้วกัน เสื้อผ้าที่กองอยู่ข้างนอกนั่น ไปซักกันเอาเอง ฉันไม่ทำ!"

"แกกล้าเหรอ! ถ้าแกไม่ทำ ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องเจ้าลูกชายที่ชายแดน ว่าเมียมันขี้เกียจสันหลังยาว!" แม่เฒ่าโจวงัดไม้ตายออกมาขู่

ในชาติก่อน... หลินหว่านกลัวสิ่งนี้ที่สุด เธอกลัวว่าโจวเฉิงจะเกลียดเธอ กลัวว่าเขาจะหย่า

แต่ชาตินี้….

"เอาสิ เขียนเลย!" หลินหว่านตะโกนสวนกลับทันควัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "เขียนไปบอกเขาเลยว่าแม่เลี้ยงดูเมียเขายังไง! บอกเขาด้วยว่าเงินเดือนที่เขาส่งมาแลกด้วยชีวิต มันหายไปไหนหมด! หรือจะให้ฉันเป็นคนเขียนไปเล่าให้ผู้บังคับบัญชาเขาฟังเองดีไหมว่า ครอบครัวทหารปฏิบัติต่อภรรยาทหารเยี่ยงทาส!"

คำว่า 'ผู้บังคับบัญชา' และ 'ภรรยาทหาร' เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ในยุคนี้ หากเรื่องรู้ไปถึงกองทัพว่าครอบครัวรังแกภรรยาทหารที่สามีปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า โทษทัณฑ์ทางสังคมนั้นรุนแรงจนตระกูลโจวอาจจะไม่มีที่ยืนในหมู่บ้าน

แม่เฒ่าโจวหน้าซีดเผือด นางไม่คิดว่าสะใภ้หัวอ่อนจะกล้าพูดจาฉะฉานและรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมขนาดนี้

"แก....แกผีเข้าหรือไง!"

หลินหว่านก้าวเท้าเข้าไปหาแม่สามีหนึ่งก้าว ในมือยังกระชับมีดแน่น รัศมีกดดันแผ่ออกมารอบตัว "ใช่ ฉันคงผีเข้า ผีที่ตายเพราะความอดอยากและความโง่เขลามันสิงฉันอยู่ จำเอาไว้นะคะแม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าใครกล้ารังแกฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ชีวิตนี้ฉันตายมาแล้วรอบหนึ่ง ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว!"

พูดจบ เธอก็ปาชามเปล่าลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่น ก่อนจะเดินชนไหล่พี่สะใภ้ใหญ่จนเซถลา แล้วเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูกระแทกใส่หน้าคนทั้งสองอย่างไม่ไยดีทิ้งให้แม่เฒ่าโจวและพี่สะใภ้ใหญ่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางเศษถ้วยชามและความตกตะลึง

ภายในห้องนอนที่มืดสลัวและหนาวเหน็บ หลินหว่านทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเตา (เตียงคัง) ที่เย็นชืด น้ำตาเม็ดโตไหลรินลงมาอาบแก้ม ไม่ใช่น้ำตาแห่งความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาแห่งการระบายความอัดอั้น

มือของเธอยังคงสั่นเทาจากการเผชิญหน้าเมื่อครู่ แต่ในใจกลับรู้สึกสะใจอย่างประหลาด

"โจวเฉิง ชาติก่อนคุณดีกับคนทั้งโลก แต่ปกป้องภรรยาตัวเองไม่ได้ ชาตินี้ฉันจะไม่รอให้คุณมาปกป้องอีกแล้ว และฉันจะหย่ากับคุณให้ได้!"

หลินหว่านกัดฟันแน่น ตั้งปณิธานแน่วแน่