บทที่ 3
บทที่ 3
“โอ๊ย! จะเสียงดังทำไมข้าแสบหู” หลินซูเหยาปิดหูเมื่อไม่อาจทนต่อเสียงหวีดแหลมนั้นได้
“หลินซูเหยา เจ้าทำอะไรสามีของข้า เหตุใดเขาถึงได้หมดสติเช่นนี้”
เมิ่งเสวี่ยหลิงรีบเข้าไปทรุดนั่งกับพื้นประคองศีรษะของสามีไว้บนตัก
“เจ้าดูแข็งแรงกว่าข้าเสียอีกนะเมิ่งเสวี่ยหลิง เจ้าโง่เซียวมันโง่จริงๆที่เชื่อคำโกหกของเจ้า”
เมิ่งเสวี่ยหลิงตัวชาไปทั้งร่างด้วยกลัวว่าเซียวหานเฟิงจะได้ยิน จะปล่อยให้สามีรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“แค่กๆ พี่หญิงท่านหมายความว่าเช่นไรเจ้าคะ เมื่อครู่ข้าแค่ตกใจเท่านั้น”
เมิ่งเสวี่ยหลิงรีบทำท่าอ่อนแอและไอสองสามที ทำสีหน้าอิดโรยเหมือนคนบอบบางขี้โรคไม่มีเรี่ยวแรง
“เจ้าโง่เซียวมันสลบอยู่เจ้าไม่ต้องเสแสร้ง ปกติเจ้าก็ชอบทำร้ายข้าอยู่แล้วเหตุใดจะต้องหลบๆซ่อนๆด้วย”
ในเมื่อเซียวหานเฟิงเชื่อทุกคำโกหกของเมิ่งเสวี่ยหลิง หลินซูเหยาคิดว่าไม่จำเป็นต้องแอบทำลับหลังเพราะถึงอย่างไรเจ้าโง่นั่นก็เชื่อนางอสรพิษนี่อยู่แล้ว
“เจ้า...” เสวี่ยหลิงกำลังจะตอบกลับด้วยถ้อยคำหยาบคายแต่สุดท้ายก็ต้องกล้ำกลืนลงไป
“หึ แทนที่จะมาพล่ามอยู่ที่นี่ เจ้ารีบพาสามีหน้าโง่ของเจ้ากลับไปดีกว่า ถ้าศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนจนโง่ไปกว่านี้ อนาคตฮูหยินใหญ่ตระกูลรองเสนาบดีของเจ้าจะจบสิ้นลงเสียก่อน”
ซูเหยาหัวเราะเหยียดอนุของสามี เป็นแค่อนุคิดจะเหยียบนางขึ้นไป ใช้ทุกวิถีทางทำร้ายนางจนนางเอาชีวิตไม่รอด ซูเหยารู้ตัวแล้วว่าเมื่อชาติก่อนนางโง่งมจริงๆที่ยอมคนพวกนี้
“พวกเจ้า เร็วเข้ารีบพาท่านพี่ของข้ากลับเรือนเดี๋ยวนี้” เสวี่ยหลิงสั่งพวกบ่าวที่นางพามาด้วยความร้อนรน
ซูเหยามองดูพวกบ่าวพากันพยุงตัวสามีของนางไปอย่างทุลักทุเล หันไปยกยิ้มให้ซูลี่ที่แอบหัวเราะอยู่มุมห้อง
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” เสวี่ยหลิงมองค้อนซูเหยาก่อนจะรีบเดินตามสามีของนางไป
“คุณหนูของซูลี่ช่างโชคร้ายนัก เป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเสนาบดีแต่กลับต้องมาทนทุกข์เช่นนี้”
“ล้วนเป็นอดีตไปแล้ว”
เรื่องในอดีตก็ให้มันเป็นอดีตไปหากนางยังจมปลักก็มิอาจฉุดตัวเองขึ้นจากหลุมลึกได้ ซูเหยาเลือกที่จะก้าวผ่าน แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะให้อภัยคนเหล่านั้น บางครั้งการแก้แค้นก็ไม่ต้องรีบร้อนนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรอดชีวิตออกไปจากที่แห่งนี้เสียก่อน ถ้าได้แต่แก้แค้นแล้วต้องมีจุดจบเช่นเดิมจะมีประโยชน์อันใด
กว่าที่พวกบ่าวจะพยุงเซียวหานเฟิงกลับมาถึงเรือนหลักก็ทุลักทุเลล้มไปถึงสามครั้ง ใบหน้าชายหนุ่มมีรอยช้ำแถมที่หน้าผากยังบวมปูดเพราะไปกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ระหว่างทาง
เมิ่งเสวี่ยหลิงมองสภาพสามีแล้วก็แอบลอบเบะปากทำท่ารังเกียจ ใบหน้าเขาเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเศษดิน ไหนจะโลหิตที่ไหลอาบที่ศีรษะด้านหลังอีก จึงทำเพียงสั่งพวกบ่าวให้ทำแผลและทำความสะอาดให้เขา
หลังจากนั้นก็ไล่พวกบ่าวออกไป กะเวลาเอาไว้แล้วว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะฟื้น
“ท่านพี่ ท่านฟื้นแล้ว” เสวี่ยหลิงแสร้งร้องดีใจรีบโผเข้ากอดสามีไว้แน่น
น้ำเสียงและการแสดงออกผิดกับก่อนหน้าราวกับคนละคน พอสามีฟื้นเมิ่งเสวี่ยหลิงก็บีบน้ำตาทำหน้าเศร้าหมอง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“อึก...เจ็บ” เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาได้อย่างยากลำบาก
“ฮึก เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ ข้าเป็นห่วงท่านจนรู้สึกเหมือนดวงใจถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ”
สะอึกสะอื้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรื่องแบบนี้นางสามารถทำได้ถนัดนัก
“โถ่ หลิงเอ๋อร์ ข้าไม่เป็นอะไร อย่าร้องไห้ไปเลยคนดี”
หานเฟิงรีบปลอบอนุของเขา สายตาทั้งเอ็นดูและรักใคร่นางเป็นยิ่งนัก
“ข้ากลัวมากเลยนะเจ้าคะ เหมือนตอนนั้นที่ท่านพี่ตกน้ำ...” นางมักจะขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดบ่อยๆเพื่อย้ำเตือนเขา
เรื่องเกิดเมื่อสองถึงสามปีก่อน ตอนนั้นเซียวหานเฟิงนั้นไม่สบายหนักเขารีบเดินจนพลาดตกน้ำ
ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเมิ่งเสวี่ยหลิงเป็นคนช่วยเขาเอาไว้ หลังจากนั้นก็ให้คำสาบานต่อนางว่าจะรักและดูแลนางไปจนสิ้นลมหายใจ แต่เพราะการหมั้นหมายที่ถูกกำหนดขึ้นเขาถึงต้องจำใจเลี้ยงนางไว้นอกจวนแรมปี
สิ่งที่เซียวหานเฟิงไม่เคยได้รับรู้คือ ความจริงนั้นคนที่ช่วยเขาไว้คือฮูหยินผู้เป็นภรรยาเอกของเขา ไม่ใช่อนุอย่างเมิ่งเสวี่ยหลิงที่วันๆเอาแต่แสร้งทำตัวอ่อนแอและใส่ร้ายว่าโดนรังแก
“ข้าไม่เป็นอะไร แต่ยาของเจ้า...” ปวดหัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าเขาไม่อาจนำยามาให้อนุของเขาได้
ทุกครั้งที่จะพูดถึงเรื่องนี้เซียวหานเฟิงมักจะหลีกเลี่ยงคำว่าเลืโลหิตของหลินซูเหยามาโดยตลอด เพราะลึกๆในใจนั้นเขาก็รู้ตัวว่าทำผิดต่อภรรยา แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจของเขาได้ ชีวิตของเสวี่ยหลิงนั้นสำคัญที่สุด ถึงอย่างไรหลินซูเหยาก็แค่บำรุงร่างกายสักนิดก็ดีขึ้น
“ถึงแม้ข้าจะเคยช่วยชีวิตของท่านพี่เอาไว้ แต่ท่านพี่ก็ไม่ควรไปบังคับฮูหยินนะเจ้าคะ ถึงอย่างไรข้ามันก็แค่อนุด้อยค่า พี่หญิงเมตตาให้ข้าใช้โลหิตของนางมารักษาก็เป็นบุญคุณมากแล้ว” เสวี่ยหลิงก้มหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและดูเจียมเนื้อเจียมตัว
ทุกคำที่พูดนั้นกระตุ้นให้หานเฟิงยิ่งรู้สึกผิดต่อนางมากกว่าเดิม และความรู้สึกผิดนั้นก็จะผลักให้หานเฟิงเกลียดชังภรรยาเอกของเขามากขึ้นทุกวัน
ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของซูเหยา แต่เมื่อเสวี่ยหลิงพูดแบบนั้นแล้วซูเหยาก็จะกลายเป็นคนที่ใจร้ายใจดำ โหดเหี้ยม หึงสามีจนหน้ามืดตามัว ไม่สนแม้กระทั่งชีวิตคน
“นางติดค้างเจ้าหลิงเอ๋อร์ เจ้ามิจำเป็นต้องไปเห็นใจนาง” ขยับมือบีบเข้าหากันระบายความอัดอั้น นางเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้เขากลับไร้ประโยชน์ช่วยอะไรนางไม่ได้
เสวี่ยหลิงพิงอ้อมอกของสามีพร้อมกับสะอื้นเป็นระยะ แต่ริมฝีปากกลับมีรอยยิ้มพอใจ ไม่ว่าเรื่องใดขอแค่ยกเรื่องเมื่อตอนนั้นมาพูดเซียวหานเฟิงก็จะหน้ามืดตามัวเชื่อนางทุกอย่าง
นางวางยาพิษตัวเองเพื่อใส่ร้ายหลินซูเหยา ทุกคนในจวนก็เชื่อกันหมดและขับไล่ฮูหยินใหญ่ของจวนไปอยู่เรือนท้ายจวนที่แม้กระทั่งพวกบ่าวยังไม่ได้ไปอยู่ แต่นอกจากนางก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่ายาพิษนั้นพิษอ่อนมากและสามารถหายดีภายในเวลาอันรวดเร็ว
เรือนไม้ผุพังเก่าๆนั่น แค่ฝนตกเบาๆข้าวของข้างในก็เปียกไปหมด เสวี่ยหลิงมักจะไปเยี่ยมเยียนคนที่นั่นบ่อยๆเพราะยิ่งเห็นฝ่ายนั้นลำบากทุกข์ใจ นางก็ยิ่งมีความสุข
ช่วยไม่ได้ที่ซูเหยาทำให้นางต้องลำบากอยู่ข้างนอกหลายปี ตอนแรกสกุลหลินไม่ยอมรับคำขอหมั้นหมายของสกุลเซียว ทำให้เสวี่ยหลิงไม่สามารถเข้าจวนมาได้ก่อนที่เขาจะแต่งภรรยาเอก และผู้อาวุโสในจวนต่างก็หวังว่าเซียวหานเฟิงจะได้แต่งกับหลินซูเหยา ทั้งเพื่ออำนาจและเงินทอง
คนที่มีปมในใจอย่างเสวี่ยหลิงต้องยอมอยู่แบบหลบๆซ่อนๆหลายปี แม้ไม่อยากทำแต่ก็เพื่ออนาคตที่รอคอย
มารดาของเมิ่งเสวี่ยหลิงนั้นเป็นแค่หญิงชาวบ้านธรรมดา ถูกบิดาของนางแอบเลี้ยงไว้นอกจวนจนนางเติบใหญ่ แต่เรื่องราวก็เลวร้ายมากขึ้นเมื่อฮูหยินของเขาจับได้ สตรีผู้นั้นพาคนมาจับตัวมารดาของเสวี่ยหลิงไปและโบยจนขาพิการเดินไม่ได้อีก มารดาของนางรับสภาพไม่ได้จึงได้ตัดสินใจเผาตัวเองทั้งเป็น
เสวี่ยหลิงที่เป็นแค่เด็กสาวนั้นต้องเร่ร่อนหนีตายจากภรรยาเอกของบิดาไปเรื่อย จนได้มาตั้งหลักที่เมืองหลวงแห่งนี้
แต่โชคชะตาช่างไม่เข้าข้างเมื่อบุรุษที่นางหมายปองนั้นไม่อาจรับนางเป็นภรรยาเอกได้ แต่เมื่อเสวี่ยหลิงได้เข้ามาในจวนนางก็รวบรวมความชอบของทุกคนไว้ทั้งหมด
พ่อแม่สามีที่เคยทำเหมือนรังเกียจกลับชอบพอในความสามารถของนาง ความสามารถนั้นคือการข่มภรรยาเอกและเอาสินเดิมของฝ่ายนั้นมาได้ตามใจ
ก่อนหน้านี้ทุกคนในจวนต่างไม่กล้าที่จะยุ่งกับสินเดิมของซูเหยา แต่เมื่อเสวี่ยหลิงสามารถเอามันมาได้ก็สร้างความชอบครั้งใหญ่
