
บทย่อ
หลินซูเหยาคือภรรยาเอกผู้ถูกสามีเมินเฉย ปล่อยให้อนุรังแกจนสิ้นลมหายใจ แต่สวรรค์กลับให้โอกาสนางได้ย้อนเวลากลับมาในวันที่ยังไม่สายเกินไป ชีวิตใหม่นี้นางจะไม่มีวันยอมเป็นคนโง่เหมือนชาติก่อน!
บทที่ 1
บทที่ 1
จวนรองเสนาบดีถ้ามองจากภายนอกใครที่ได้อยู่ที่นี่ช่างเป็นคนที่โชคดีมีวาสนา ไม่ว่าผู้ใดก็พูดกันว่าหลินซูเหยาเป็นสตรีที่วาสนาดีได้แต่งงานกับคนอย่างเซียวหานเฟิง
มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้มันคือนรกบนดินดีๆนี่เอง เบื้องหน้าที่สวยหรูกลับซ่อนความเน่าเฟะไว้มากมาย
นางแต่งกับบุรุษผู้นี้มาสองปีกว่า แรกๆอะไรก็ดูเหมือนจะดีไปเสียทุกอย่าง แต่ช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นช่างสั้นนัก แต่งเข้ามาได้สองเดือนทั้งพ่อแม่สามีและอนุของสามีต่างพากันรังแกนางทุกทาง
เพียงแค่นางยอมให้คนพวกนั้นหยิบยืมสินเดิมของนางพวกเขาก็แสดงความละโมบออกมาอย่างไม่ปิดบัง และเพียงแค่สองปีพวกเขาก็นำสินเดิมของนางไปใช้จนหมด
ชีวิตการเป็นอยู่ของหลินซูเหยาในจวนของสามีนั้นลำบากยิ่งกว่าขอทานข้างถนน เมื่อนางหมดประโยชน์ทุกคนก็พากันเหยียบย่ำ ไม่มีใครให้เกียรตินาง แม้กระทั่งบ่าวก็ยังกล้าพูดจาไม่ดีและทำร้ายร่างกาย
จะกินข้าวนางยังต้องหาซื้อวัตถุดิบมาทำกินเอง ถูกบังคับให้มาอยู่เรือนหลังที่ห่างจากเรือนหลักค่อนข้างมาก แต่ถึงแม้นางจะถูกย้ายให้มาอยู่ในเรือนเก่าๆซอมซ่อนี่แล้วแต่เรื่องเลวร้ายก็ยังไม่หยุดยั้ง
สิ่งที่หลินซูเหยาเกลียดที่สุดในที่สถานที่แห่งนี้คืออนุของสามี เขาแอบเลี้ยงนางเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่แต่งงาน พานางเข้ามาอยู่ในจวนอย่างเปิดเผยตั้งแต่แต่งงานได้ไม่ถึงสามเดือน สร้างความอับอายให้ซูเหยาจนนางไม่กล้าออกไปข้างนอก
การแต่งงานที่ไม่ได้มีความรักเป็นพื้นฐาน ย่อมพบกับหายนะ ถ้าเลือกได้ตอนนั้นคงลองขัดใจผู้ใหญ่ในครอบครัวดูสักครั้ง ชีวิตต่อมาอาจจะมีความสุขมากกว่านี้
เขาพาอนุผู้นั้นออกหน้าออกตาราวกับภรรยาเอก ทุกคนในจวนให้ความเคารพแม้จะเป็นแค่อนุ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในจวนสตรีผู้นั้นก็เป็นคนจัดการทั้งหมด เงินไม่เคยเหลือแล้วยังมาแย่งสินเดิมของซูเหยาอย่างหน้าด้านๆ
ตลอดเวลาสองปีหลินซูเหยาแทบจะเอาชีวิตไม่รอด นางได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถหนีออกไปจากนรกแห่งนี้ได้ และได้รับอิสระคืน แต่ฝันของนางก็ต้องดับสลายเมื่อเมิ่งเสวี่ยหลิง อนุของสามีมาหานางในช่วงเวลาที่ทุกคนในจวนเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ต่างเมือง
หลินซูเหยาโดนจับขังในกรงไม้ขนาดพอดีตัวไม่อาจขยับร่างกายได้ ก่อนที่กรงนั้นจะถูกคนโยนลงไปกลางสายน้ำเย็นจัด กรงไม้แคบแน่นนั้นรัดร่างหลินซูเหยาไว้จนแทบหายใจไม่ออก ความเย็นของน้ำที่ซัดกระแทกเข้ามาทำให้ชาไปทั้งร่าง
กรงไม้ถูกน้ำพัดไปลงไปในน้ำ มีบางช่วงเวลาที่มันโผล่พ้นน้ำนางจึงตะโกนร้องขอชีวิตจนเสียงแหบแห้งแต่ไม่มีใครเลยสักคนที่ยอมปล่อยนางออกมา ไม่นานกรงไม้นั้นก็ถูกน้ำซัดจนไปอยู่ในจุดที่ลึกที่สุด น้ำเข้าทั้งตาและจมูกจนซูเหยาหมดแรง
นางไม่สามารถร้องเรียกให้ใครช่วยได้อีกแล้ว แม้แต่จะลืมตายังทำได้ยาก ในห้วงเวลานั้นหลินซูเหยารับรู้ได้ทันทีว่านางไม่มีโอกาสรอด
สิ่งเดียวที่ซูเหยาเห็นในความคิดของนางมีเพียงท่านพ่อท่านแม่และบุรุษที่นางเคยรักเขามาตลอดหลายปี นางไม่มีโอกาสจะได้เจอพวกเขาอีกแล้ว ช่างน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้บอกลา
นางหยุดดิ้นเมื่อเริ่มแน่นในอก หลับตายอมรับชะตากรรมของตนเอง ในเมื่อไม่อาจฝืนได้หลินซูเหยาก็ตัดสินใจปล่อยให้ใจนางได้สงบเป็นครั้งสุดท้าย
เพียงไม่กี่อึดใจทุกอย่างรอบด้านก็มืดดับไร้แสง ในอกปวดแน่นแต่ก็ยังฝืนร่างกายให้ไม่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอีกต่อไป บางทีการที่นางได้จากไปเช่นนี้อาจจะดีกว่าการต้องมีชีวิตอย่างทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิต
อย่างน้อยภาพสุดท้ายที่ได้เห็นในความทรงจำก็ยังทำให้หลินซูเหยายิ้มได้ ภาพที่บิดามารดาและชายผู้เป็นที่รักกำลังส่งยิ้มให้นางเป็นครั้งสุดท้าย
ร่างบางไม่รับรู้สิ่งใดอีก จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดและว่างเปล่าใต้ลำน้ำอันเหน็บหนาว
ในช่วงเวลาที่ซูเหยาคิดว่านางกำลังจะหมดลมหายใจแล้วก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น ใต้ลำธารแห่งนี้เหตุใดจึงได้ยินเสียงของซูลี่สาวใช้ของนางได้เล่า
“คุณหนู! ตื่นเถิดเจ้าค่ะ” เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจนั้นช่างคุ้นเคยยิ่งนัก ต้องเป็นเสียงของซูลี่แน่นอน
“คุณหนูอย่าทำให้บ่าวกลัวสิเจ้าคะ ฮือ บ่าวจะทำอย่างไรดี”
คิ้วเรียวขมวดด้วยความประหลาดใจ ไม่ได้มีแค่เสียง แต่ซูเหยารู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังโดนอีกฝ่ายเขย่าอย่างแรง
“ฮึก คุณหนูของซูลี่เหตุใดชีวิตของท่านถึงได้อาภัพเช่นนี้”
ซูเหยารับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นที่ฝ่ามือ แม้ร่างกายจะอยู่กลางน้ำแต่ก็ยังรู้สึกได้งั้นหรือ ด้วยความสงสัยหลินซูเหยาจึงได้ค่อยๆลืมตาขึ้น และสิ่งที่เห็นก็ทำให้นางต้องตกใจจนเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือด
“ซูลี่! เหตุใด...” หลินซูเหยาอ้าปากพะงาบๆไม่เชื่อในสิ่งที่ได้เห็น
เมื่อครู่นางยังอยู่กลางแม่น้ำอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงได้มานอนอยู่บนเตียงได้เล่า นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ หรือว่านี่คือภาพลวงตาที่นางสร้างขึ้นมาก่อนตาย
“คุณหนู! ท่านฟื้นแล้ว” ซูลี่ร้องดีใจสุดขีด กระโดดกอดเจ้านายด้วยความดีอกดีใจที่เจ้านายของนางยังมีชีวิตอยู่
“นี่มัน...”
ซูเหยามองไปรอบตัวด้วยแววตาที่ทั้งตกใจและไม่อยากเชื่อ คิดว่ามันคือภาพลวงตาที่นางสร้างขึ้นมาแต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อความเจ็บที่ข้อมือกำลังประท้วง
ซูเหยามองข้อมือที่มีรอยกรีดเด่นชัดราวกับว่าพึ่งเกิดแผลนี้ได้ไม่นาน สิ่งที่เห็นทำให้ซูเหยาขนลุกไปทั้งร่าง นี่นางย้อนกลับมาเมื่อสองปีก่อนได้อย่างไรกัน
เหตุการณ์ในอดีตยังคงชัดเจนในความทรงจำ นางอนุอสรพิษมันเล่นละครโกหกว่าตัวมันนั้นเจ็บป่วยหนักต้องใช้โลหิตของหญิงบริสุทธิ์และต้องเป็นหญิงชั้นสูงเพื่อเป็นตัวยาสำคัญในการรักษา
หลังจากนั้นสามีหน้าโง่ของหลินซูเหยาก็บังคับให้นางกรีดโลหิตให้อนุผู้นั้นทุกๆสามวัน เพียงแค่สามครั้งร่างกายของนางก็เริ่มทนไม่ไหวเกือบเอาชีวิตไม่รอด
โดนเอาโลหิตไปทุกสามวัน ข้าวปลาอาหารก็แทบไม่ได้กินนางจะรอดชีวิตได้อย่างไร ถ้าซูลี่ไม่แอบไปตามท่านหมอคนอื่นมาและพิสูจน์ว่าเมิ่งเสวี่ยหลิงไม่ได้ป่วยหนัก ซูเหยาคงตายตั้งแต่แต่งงานได้ครึ่งปี
กลอุบายในครั้งนี้ของเมิ่งเสวี่ยหลิงนั้นเรียกได้ว่าวางแผนครั้งเดียวได้ผลประโยชน์หลายทาง เรื่องนี้มันทำให้เซียวหานเฟิงสามีของซูเหยาไม่แตะต้องนางเพราะจะต้องรักษาความบริสุทธิ์ของนางเอาไว้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มียารักษาเมิ่งเสวี่ยหลิง และในอีกทางเมิ่งเสวี่ยหลิงก็ยังได้โอกาสทำร้ายร่างกายของซูเหยาอย่างเปิดเผย
ร่างกายที่อ่อนแอไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้ หากในอนาคตเมิ่งเสวี่ยหลิงมีบุตรชายก็จะไม่มีผู้ใดแย่งตำแหน่งทายาทกับบุตรชายของนาง
ซูเหยาไม่เข้าใจว่าเมิ่งเสวี่ยหลิงไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจนเองจะมีบุตรชาย
“คุณหนูพวกเราหนีออกไปจากที่นี่กันเถิดเจ้าค่ะ อย่าทนลำบากอีกต่อไปเลยนะเจ้าคะ”
ซูลี่ทั้งขอร้องทั้งอ้อนวอนให้เจ้านายของนางลุกขึ้นสู้ แต่หลินซูเหยาในอดีตนั้นตรอมใจกับชีวิตไปแล้ว นางไม่มีแรงจะไปต่อสู้กับใครอีก
เคยพยายามวางแผนหย่าอยู่สองครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จจึงได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่ก็ยังแอบมีความหวังเล็กๆว่าเซียวหานเฟิงจะยอมปล่อยนางไปในตอนที่นางหมดประโยชน์ต่อเขาแล้ว
โชคดีในโชคร้ายคือ แม้จะย้อนเวลามาในตอนที่ต้องโดนบังคับเอาเลือดไปรักษาเมิ่งเสวี่ยหลิง แต่ในเวลานี้หลินซูเหยายังไม่ได้ยกสินเดิมทั้งหมดให้คนพวกนั้นไป นางยังให้ไปไม่ถึงสามส่วนด้วยซ้ำ
คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าเงินคือสิ่งสำคัญในการเอาชีวิตรอดของทุกคน
ตราบใดที่นางยังไม่หมดประโยชน์คนพวกนั้นก็จะไม่กล้ากระทำรุนแรงต่อนางมากนัก
สิ่งแรกคือจะต้องมีชีวิตรอดปลอดภัยก่อนถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ และหลินซูเหยาก็ได้เลือกแล้ว
ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้กลับมาแก้ไข นางก็จะใช้โอกาสครั้งนี้ให้คุ้มค่าที่สุด จะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไป
ต้องเลิกยอมคนพวกนั้นทุกอย่าง
สิ่งแรกที่ซูเหยาเลือกที่จะเริ่มต่อต้านคือนางจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นเอาเงินหรือของมีค่าของนางไปอีกแล้ว และนางก็จะไม่ยอมให้เมิ่งเสวี่ยหลิงเอาโลหิตของนางไปตามใจชอบอีก
