บทที่ 3 บัวลอยสร้างเรื่อง 2
หลงอวิ๋นเฉินเดินมาหยุดตรงหน้า มองดวงหน้างดงามอย่างพินิจ
“เจ้าเรียกการแสดงหักแขกหักขาของเจ้าว่า วิชาอุ่นเตียงอย่างนั้นหรือ”
หลินหลันแทบร้องออกมาในใจ
คนเขาพยายามแท้ ๆ กลับมาดูถูกกันเช่นนี้
“ขะ ข้า ก็พยายามแล้ว...”
หญิงสาวโพล่งออกไปด้วยความจริงใจ คนตรงหน้าถึงกลับเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความฉงน
“ดี....เช่นนั้นคืนนี้ ข้าก็อยากพิสูจน์ว่า เจ้าเหมาะจะเป็นสาวอุ่นเตียงของข้า ได้หรือไม่” น้ำเสียงของเขาทั้งเย็นยะเยือกและหยอกเย้าในเวลาเดียวกัน
“ข้ายังฝึกไม่เสร็จเลย” หลินหลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระอึกกระอัก ใบหน้าขัดเขินเล็กน้อย สิ่งที่เผลอพูดออกไป หลงอวิ๋นเฉินคงได้ยินหมดแล้ว เหลือเพียงหาข้อแก้ตัวโดยการเถียงข้าง ๆ คู ๆ ก็เท่านั้น
“ถ้า หะ ให้.... ท่านให้ข้าฝึกสักเจ็ดวันดีไหมเจ้าคะ” อย่างน้อยก็หลินหลันก็มีเวลารอดอีกเจ็ดวัน
“นานเกินไป”
น้ำเสียงเด็ดขาดเอ่ยขึ้นสั้น ๆ
ริมฝีปากเม้มเน้น เงยหน้าสบตาคมกริบที่มองกลับมาอย่างไร้ความเมตตา
“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ หลินหลันเมื่อครู่เจ้าก็ให้ทหารนำบัวลอยใส่เกลือมาให้ข้ากิน คิดจะฆ่าเช่นนั้นหรือ”
“ใส่เกลือ!!!” หลินหลันเบ้ปาก สะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าผงขาวที่ใส่บัวลอยไปในตอนกลางวันจะคือเกลือ สรุปที่เขาบุกมาที่กระโจมแห่งนี้ก็เพื่อมาคาดโทษนางอย่างนั้นหรือ
“ใช่ มาครานี้เจ้ายังมาทำท่าทางประหลาดต่อหน้าข้า” มือหนายื่นมาจับปลายคางของสตรีตรงหน้า เพ่งมองใบหน้างามเด่นชัด ๆ พลางหัวเราะในลำคอ ผุดรอยยิ้มบางเบาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
หลงอวิ๋นเฉินมองกระต่ายน้อยในมือของเขา ไม่คิดเลยว่าสตรีที่ถูกขายมาอย่างไร้ค่าจะสร้างความเพลิดเพลิน
“ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ท่านอ๋อง ได้โปรดอภัยให้หลินหลัน”
“อภัยอย่างนั้นหรือ”
หลงอวิ๋นเฉินยอมปล่อยใบหน้างดงาม เอ่ยทวนสิ่งที่นางเพิ่งพูดออกมา ถ้าเป็นคนอื่นคงถูกเขาสั่งโบยไม่ต่ำกว่าร้อยไม้แล้ว
คำพูดสั้น ๆ แล้วนิ่งเงียบมันทำให้หญิงสาวแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
“ใช่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยทำอาหารเลยสักครั้ง ท่านกินอาหารฝีมือป้าเป้ยก็ดีอยู่ มาอยากกินบัวลอยฝีมือข้าได้อย่างไรกัน ถ้าเช่นนั้นท่านก็สมควรแล้ว”
ท่านอ๋องเจ็ดส่ายหน้าเบา ๆ ท่าทางต่างจากหลินหลันคนเดิมลิบลับ เขามีเวลามากพอในการเฝ้าดูการแสแสร้งของนาง
“ปากดี”
น้ำเสียงเข่นเขี้ยวออกมาอย่างไม่พอใจ ก่อนลำแขนวงกว้างโอบกอดร่างบางเอาไว้แน่น
“ทะ ท่านอ๋อง ปล่อยข้า” หลินหลันตกใจเมื่อจู่ ๆ วรกายใหญ่โตก็กอดรัดนางเอาไว้แน่นจนแทบกระดิกหนีไปไม่ได้
“เจ้าปากดีนัก ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะทำหน้าที่อุ่นเตียงได้ดีเพียงใด” ชั่วพริบตาเดียวร่างกายบางของหลินหลันถูกอุ้มลอยขึ้นมากลางอากาศ
ดวงตาคมกริบจ้องมองเตียงนอนของนาง เขารีบเร่งพานางมายังเตียงนอน ขาทั้งสองกำลังก้าวย่างอย่างมั่นคง ใบหน้างดงามแนบชิดกับทรวงอกแกร่ง เสียงหัวใจของเขาเต้นอย่างสม่ำเสมอความร้อนผ่าวแผ่ซ่านเข้ามาในใจของหลินหลัน
ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของตัวร้ายอย่างอ๋องเจ็ด
แก้มขาวนวลทั้งสองแดงระเรื่อด้วยอาการขวยเขินอย่างห้ามไม่อยู่
ตุ๊บ!
ร่างเล็กถูกโยนลงบนเตียงอย่างแรง หญิงสาวยังไม่ทันได้พลิกตัวก็ถูกท่านอ๋องเจ็ดคร่อมร่างนางเอาไว้อยู่เบื้องบน
“หลงอวิ๋นเฉิน...ท่าน” เสียงหวานร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ
“อยู่นิ่ง ๆ ไม่ต้องกลัว ข้ามิคิดทำเช่นนั้นกับเจ้า หากเจ้าขยับตัวเพียงนิด ข้าอาจเปลี่ยนใจก็เป็นได้” คำพูดของเขาแฝงไปด้วยความกดดัน พร้อมแรงโอบกอดจากวงแขนทำให้หลินหลันนอนแน่นิ่ง
ไม่รู้ว่าเหตุใดกัน ในใจของเขาอบอุ่นอย่างประหลาดที่ได้กอดนาง ความรู้สึกที่เขาไม่เคยพบพานมาก่อนชั่วชีวิต
พอได้ยินคำสั่งแสนเผด็จการของตัวร้ายอย่างอ๋องเจ็ด หลินหลันไม่กล้าแม้แต่ขยับตัวในอ้อมกอดแข็งแกร่งของเขา
ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันถึงเพียงนี้ เสียงลมหายใจเข้าออกของหลงอวิ๋นเฉินบ่งบอกว่าเจ้าของร่างที่กอดนางเอาไว้หลับใหลไปแล้ว หลงอวิ๋นเฉินยามนี้ไร้พิษภัย เขาไม่ใช่ตัวร้ายที่เข่นฆ่าผู้คนนับร้อยเพื่ออำนาจและความยิ่งใหญ่
หลินหลันพลิกตัวใช้แขนข้างหนุนศีรษะ แล้วหันมองใบหน้าคมคายของหลงอวิ๋นเฉิน อดคิดถึงหนทางของอ๋องเจ็ดในภายภาคหน้า..... เขาถูกสร้างมาเพื่อเป็นตัวร้ายจุดจบของเขาถูกรัชทายาทประหาร ส่วนหลินหลันตามเนื้อเรื่องถูกหลงอวิ๋นเฉินปลิดชีพไปตั้งแต่เรื่อง
ทว่า....ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
หลินหลันรอดมาถึงวันนี้แล้ว หากเป็นเช่นนั้นแล้วหลินหลันไม่อยากให้อ๋องเจ็ดมีจุดจบโหดร้ายดังเดิมตามเนื้อเรื่อง
แม้อยู่ในร่างนี้ไม่นาน หลินหลันพลางคิดทบทวนตนเอง นางกำลังสงสาร...หลงอวิ๋นอย่างนั้นหรือ
ภายใต้ดวงจันทร์ส่องแสง....เปลือกตาทั้งสองเริ่มหนักอึ้งก่อนค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ หลินหลันผล็อยหลับภายในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาโดยไม่รู้ตัว
