บทที่ 4 ตัวร้ายในนิยาย หรือแค่...ชายผู้มีหัวใจคนหนึ่ง 1
แสงแดดอ่อนของรุ่งสางทอผ่านผ้าม่านเข้ามาในกระโจม สะท้อนเงาละมุนบนผิวกายของหลงอวิ๋นเฉินกำลังกกกอดร่างเล็กเอาไว้
หลงอวิ๋นเฉินลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ พลันรู้สึกถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของตน แขนข้างหนึ่งของเขาชาเนื่องจากศีรษะของสตรีในอ้อมกอดกำลังนอนหนุนอย่างสบายอารมณ์
ใบหน้าหวานของหญิงสาวยังคงหลับใหลสนิท ริมฝีปากนุ่มเผยอเพียงเล็กน้อย เหมือนกำลังละเมอพึมพำบางอย่างออกมา
อ๋องเจ็ดขมวดคิ้วด้วยความฉงน พลางคาดเดาว่านางคงกำลังฝันร้ายอยู่กระมัง ริมฝีปากหยักแย้มยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย กระชับอ้อมแขนเพื่อโอบกอดร่างเล็กให้แน่นขึ้น ความรู้สึกประหลาดแม้แต่ตัวเขาเองยังมิกล้าปฏิเสธความอบอุ่นในใจที่เพิ่งปรากฏขึ้นยามมีนางในอ้อมกอด
มันคือ...อะไร
“เจ้ากำลังฝันถึงสิ่งใดกัน”
ปลายนิ้วหยาบลูบไล้กลางหน้าผากมนของหลินหลัน
หลงหลินกำลังตกอยู่ในห้วงนิทรา นางกำลังใช้ชีวิตที่ตอนเองนั้นวาดฝันเอาไว้ เสียงกระซิบของมัจจุราชข้างหูปลุกให้หญิงสาวรู้ตัว
หลงอวิ๋นเฉินยกมือมาจับแก้มนุ่มนั้นเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว
ไม่รู้เพราะเหตุใดกัน เขาถึงไม่อยากปลุกนางขึ้นมา
เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อยากให้เวลาผ่านล่วงเลยไป อยากกอดนางเอาไว้นิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น
หลงอวิ๋นเฉินถอนหายใจเบา ๆ ในใจรู้สึกสับสน ทว่าสายตาคมกริบยังคงทอดมองร่างเล็กในอ้อมแขน เป็นคราแรกที่ท่านอ๋องเจ็ด มิได้เร่งเร้าลุกขึ้นไปจัดการงานราชการในยามเช้า
เขาอยากกอดนางเอาไว้เพียงชั่วครู่ เพื่อขบคิดอะไรบางอย่างในใจเพื่อความกระจ่าง อีกสักนิดก็ยังดี....
หลินหลันรู้ตัวอีกทีเมื่อปี่เป้ยเข้ามาในกระโจมเพื่อปลุกนาง พลันรู้ตัวว่าความอบอุ่นจากอกแกร่งนั้นจางหายไปแล้ว....
หลงอวิ๋นเฉินกอดนางเอาไว้ตลอดทั้งคืนอย่างนั้นหรือ คิดได้เช่นนั้นใบหน้าขาวผ่องก็แดงซ่านขึ้นมาฉับพลัน
“เจ้าไม่สบายอย่างนั้นหรือ...หลินหลัน”
ปี่เป้ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำคล้ายคนเป็นไข้หนัก
“มะ ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าแค่....เออ....หิวข้าวเพียงเท่านั้น” หลินหลันเอ่ยขึ้นมาพึมพำ
“งั้นเจ้าก็รีบไปจัดการตัวเอง ข้าเตรียมข้าวเอาไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว” ปี่เป้ยยิ้ม พลางมองหลินหลันด้วยความเอ็นดู รุ่งสางอ๋องเจ็ดเดินมาสั่งนางถึงเรือนครัว อย่าลืมเตรียมข้าวปลาให้หลินหลัน ปี่เป้ยไม่คิดเลยว่าฟ้าดินจะส่งเทพธิดาตัวน้อยเพื่อมาเปลี่ยนคนกระด้างไร้หัวใจให้รู้จักความรักกับเขาเสียที
ขณะที่กำลังชำระร่างกายริมลำธารใสเย็น หลินหลันอดคิดถึงอ้อมกอดของอ๋องเจ็ด ตัวร้ายผู้นั้น....การกระทำของเขาเมื่อคืนและในยามเช้า ห่างไกลจากการกระทำของตัวร้ายในนิยายเสียเหลือเกิน
หรือ...เขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีหัวใจเช่นเดียวกับคนทั่วไป
“หลินหลันเริ่มสงสารเขาขึ้นมาแล้วหรือ”
นางพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว หัวใจเริ่มเต้นแรงเมื่อถึงใบหน้าของหลงอวิ๋นเฉิน หลินหลันตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดของตนเองพักใหญ่
“วันนี้เจ้าว่านางจะก่อเรื่องอันใดอีก” สุรเสียงเย็นเอ่ยขึ้น ขณะที่มือวางตำรารบลงบนโต๊ะ สีหน้าดูยิ้มแย้มผิดปกติ
เหวินซ่างเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนอมยิ้ม..... จู่ ๆ ท่านอ๋องเจ็ดก็กล่าวขึ้นมาลอย ๆ เช่นนี้ คงเป็นผู้ใดไม่ได้นอกจาก แม่นางหลินหลัน เป็นแน่
“เกรงว่ามิเป็นดังเช่นที่ท่านอ๋องกล่าว ข้าน้อยให้คนตามเฝ้าสังเกตนางตามบัญชา นางคงกำลังช่วยงานครัวปี่เป้ยอยู่กระมัง”
เหวินซ่างรายงานพลางหัวเราะในลำคอขบขันในลำคอ
หลงอวิ๋นเฉินได้ยินองครักษ์คนสนิทกล่าวเช่นนั้น คิ้วเข้มทั้งสองขมวดเข้ากันเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงมองเหวินซ่านที่มีใบหน้ายิ้มแย้มราวกับหัวเราะเยาะเขาอย่างนั้น
“เจ้ากำลังหัวเราะเยาะข้าอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงนิ่งเงียบแฝงไปด้วยความกดดัน
“มิกล้า มิกล้า ขอรับ ข้าเพียงแต่ยินดีกับท่านอ๋องเท่านั้น”
เหวินซ่างรีบปฏิเสธทันที พร้อมกับพูดบางอย่างออกมาทำให้หลงอวิ๋นเฉินสงสัยเข้าไปอีกว่าองครักษ์คู่กายเขากำลังยินดีกับสิ่งใด
“เจ้าหมายถึงอะไร”
เขาถามด้วยแววตาเคลือบแคลงความสงสัย
“ข้าเพียงยินดีที่เห็นรอยยิ้มประดับบนพักตร์ของท่านเพียงเท่านั้น ตั้งแต่แม่นางหลินหลันเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ทว่ากลับสร้างรอยยิ้มให้กับท่านได้ถึงเพียงนี้ ช่างน่ายินดีนัก”
“เหวินซ่าง....เจ้า!”
สุรเสียงดังอุทานชื่อองครักษ์ผู้ชาญฉลาดออกมาเสียงดัง ผู้หยั่งรู้เท่าทันเขาไปเสียทุกอย่าง หรือไม่เหวินซ่างอาจจะรู้มากกว่าเขาเสียอีก ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยไร้อารมณ์กลับแดงซ่านขึ้นมา ไม่รู้ว่าเกิดจากอาการโกรธเกรี้ยวเหวินซ่าน หรือเพราะมีผู้ล่วงรู้ความรู้สึกบางอย่างของเขากันแน่
“ท่านอ๋องโปรดอภัย”
เหวินซ่างยกมือขึ้นประสาน พร้อมกล่าวขอโทษรัวเร็วกึ่งหัวเราะน้อย ก่อนที่เขาจะโดนลงโทษด้วยการโบย
ก่อนเขาจะรับสั่งบางอย่างออกมา
“สั่งให้คนเตรียมรถม้า และ เรียกนางมาหาข้า ข้าอยากพานางเข้าไปในเมืองเสียหน่อย”
เหวินซ่างยิ้มกว้างกับคำสั่งของท่านอ๋องเจ็ดผู้เป็นนาย ก่อนโค้งตัวรับคำสั่งเล็กน้อย และก้าวออกไปตามแม่นางหลินหลัน
หัวใจแสนเยือกเย็นของหลงอวิ๋นเฉินไม่นานคงถูกสตรีงดงามผู้นี้หลอมละลายเกาะน้ำแข็งในใจนั้นลงได้.... เขาเองก็อยากให้ท่านอ๋องเจ็ดใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเสียที
