บทที่ 1 หนีจากตัวร้าย... 2
“ใช่ ข้าเอง.... เจ้ากลัวข้ามากกว่าผีขนาดนั้นเชียวหรือ ข้าควรตัดขาของเจ้าดีหรือไม่”
อ๋องเจ็ดไม่ได้แค่ขู่ เขาอยากบีบคอน้อย ๆ ของนางเสียเหลือเกิน ทว่าแววตากลมโตไร้เดียงคู่นั้นกลับทำให้อ๋องผู้ไร้หัวใจหวิวไหวจากภายในก้นบึ้งหัวใจ
ความรู้สึกนี้คืออะไรกัน
“อย่า...ทำอะไรฉันเลยนะ”
คำพูดที่หลุดออกมาจากสตรีร่างเล็กในอ้อมกอดอ๋องเจ็ด คำพูดและการกระทำของสตรีผู้นี้เขาอยากรู้เหลือเกินว่า...นางคือใคร
ตั้งแต่ทหารเจอนางนอนสงบอยู่กลางแดดไม่ไกลจากค่าย เขาสั่งให้คนพานางขึ้นหลังม้ามา รอจนนางฟื้นขึ้น หลังจากนั้นหลินหลันนางกลับไม่ใช่....สตรีอุ่นเตียงที่เขาคุ้นเคย
“เจ้าพูดอะไรออกมา กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าเช่นนั้นหรือ”
“ก็ใช่นะสิ ในนิยายคุณฆ่าหลินหลันเองกลับมือ ฉันไม่หนีก็บ้าแล้ว...”
หลงอวิ๋นเฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมดั่งอสรพิษมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความงงงวยปนสงสัยในความเป็นมานางมากขึ้น
“นิยาย” เขาทวนคำพูดของนาง น้ำเสียงเย็นเฉียบแฝงไปด้วยความสงสัย
ทันทีเฮ่อรั่วในร่างของหลินหลันกลืนน้ำลายเฮือก ก่อนยกมือขึ้นปิดปากกลับที่เผลอหลุดปากพูดบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ฮะ ฮ่า ฮ่า....ข้าแค่ฝันร้ายเท่านั้น ฝันว่าท่านฆ่าข้า ฝันไปเท่านั้น”
คำแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ แม้จะช่วยอะไรหลินหลันไม่ได้ แต่อย่างน้อยวันนี้เขาก็ยังไม่ฆ่านาง หญิงสาวหาทางรอดสุดฤทธิ์
เขาเป็นถึงท่านอ๋องเจ็ดจอมโหดผู้ทำคุณงามความดีให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงมากมาย ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงลูกที่เกิดจากสนมปลายแถวไร้ผู้หนุนหลัง พออ๋องเจ็ดเติบโตขึ้นมาเขากลับเก่งกาจเสียจนรัชทายาทยังหวั่นกลัว
“ฝันร้ายอย่างนั้นหรือ ข้าคงใจดีกับเจ้ามากเกินไปหลินหลัน ลืมสถานะของเจ้าแล้วหรือว่าเจ้าเป็นเพียงสตรีชั้นต่ำที่ข้าเก็บมาก็เท่านั้น ถ้าไม่อยากตายก็เชื่อฟังข้าซะดี ๆ”
เสียงเข้มขู่สตรีในอ้อมกอด แม้ในยามนี้เขาอยากจะบีบระหงของนางเพียงใดแต่ข่มใจเอาไว้เสียก่อน หลินหลันผู้นี้ช่างต่างคนก่อนนัก
ไม่รู้ว่ามีมารร้ายตนใดมาสิงสู่ หรือนางวางแผนเล่นงานเขาภายหลังก็อาจเป็นไปได้
หลินหลันคนใหม่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อสบตาสายตาอันน่ากลัวของหลงอวิ๋นเฉินที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงในตัวหลินหลัย
ชายหนุ่มที่กำลังกอดร่างของเธอเอาไว้ช่างเดาใจยากนัก ในนิยายเขาคือตัวร้าย มาเจอกลับตัวเขานี่แหละ ตัวร้ายตัวจริง
“ขะ ข้ารู้สถานะตนเองดีเจ้าค่ะ” เสียงของหลินหลันสั่นเครือ ไม่กล้าเงยหน้าสบตากับสายตาจ้องเธอดุงดังราชสีห์
เฮ่อรั่วท่องในใจตอนนี้เธอคือหลินหลัน อย่างไรต้องเล่นให้สมบทบาทเพื่อการมีชีวิตรอดต่อไป....เกิดมายังไม่ได้กินหม้อไฟ เธอต้องมาตายอย่างน่าอนาถในนิยายก็ไม่ถูก
“ดี คราวหน้าข้าจะไม่ใจดีกับเจ้าเช่นคืนนี้อีก”
หญิงสาวยังไม่ทันได้ตอบกลับท่านอ๋องเจ็ดผู้เอาแต่ใจ ร่างเล็กก็ถูกอุ้มให้ลอยขึ้นมาแนบอกของเขา หลินหลันหดตัวเล็กไม่ต่างจากมดตัวน้อย ใบหน้าหญิงสาวแดงซ่านหูแนบชิดกับเสื้อเกราะของเขา หลินหลันได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นสม่ำเสมอ
ท่านอ๋องก็มีหัวใจอย่างเช่นคนอื่นหรือเนี่ย....
สตรีในอ้อมแขนของหลงอวิ๋นเฉินนับวันนางยิ่งทวีความแปลกขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนได้ยินเพียงนามของเขาความกลัวก็กลืนกินหัวใจคนเหล่านั้นไปแล้ว นางต่างจากหลินหลันคนเดิมนอกจากภาษาประหลาดของนางการกระทำบ้าบิ่นของนางเรียกความสนใจจากเขาได้ไม่น้อยทีเดียว
“ข้าคือหลินหลัน อย่าเล่นนอกบท ข้าคือหลินหลัน” เสียงกระซิบอุดอู้ ชายหนุ่มยังพอจับใจความได้ ดวงตาคมกริบทอดมองริมฝีปากเล็กที่ขมุบขมิบพึมพำถ้อยคำประหลาด
“เจ้าพูดอะไรของเจ้า” อ๋องจอมโหดเอ่ยปากถามน้ำเสียงแฝงไปด้วยเย้ยหยันกระต่ายน้อยของตนที่ท่องภาวนาต่อเทพสวรรค์ราวกับคนไร้หนทางรอด
“ข้ากำลังสวดขอบคุณสวรรค์ที่ท่านเมตตาไม่ฆ่าข้าตาย”
เขาหลุบตามองนางนิ่ง ก่อนเค้นเสียงหัวเราะออกมาจากลำคอจนหญิงสาวขนลุกกับการกระทำของหลงอวิ๋นเฉิน
ชายผู้นี้เดาทางไม่ถูกเสียจริง
สายตาของหลินหลันสำรวจรวจมองทางรอบกาย ทางนี้มันไม่ใช่ทางที่เธอหนีออกมา เขาไม่ได้พานางกลับกระโจมของนางอย่างนั้นหรือ
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของหญิงสาวยังไม่ทันกระจ่าง เขาก็ออกแรงโยนเธอลงบนพื้นไร้ความเมตตา
“โอ๊ย...โอนมาได้ คนนะไม่ใช่ลูกบอล”
หลินหลันลูบสะโพกของตัวเองก่อนให้มือปัดฝุ่น เงยหน้ามองท่านอ๋องจอมโหดที่กล้าโยนเธอ ถ้าจะโยนแรงขนาดนี้ เขาไม่ควรอุ้มนางมาด้วยซ้ำ
“เจ้าเลิกพร่ำเหลวไหลเช่นนั้นได้แล้ว คำสั่งของข้าต่อจากนี้เจ้าช่วยงานครัวในค่ายแห่งนี้ ถ้าคิดหนีอีกละก็ เจ้าตายแน่หลินหลัน”
คำพูดเผด็จการถ่ายทอดคำสั่งเสียงดังฟังชัด
สตรีที่เพิ่งถูกโยนเข้ามาในเรือนครัว ปี่เป้ย สตรีวัยห้าสิบผมหงอกขาวเต็มศีรษะตกใจไม่น้อยที่เห็นสาวน้อยถูกโยนเข้ามาไม่ต่างจากสัตว์ที่ถูกท่านอ๋องล่ามา นางคือสตรีอุ่นเตียงที่ถูกขายมาราคาแพง..... ชะตากรรมของสตรีผู้นี้น่าเวทนานัก
ทางรอดเดียวของนางคือท่านอ๋องเมตตา ถ้าหากวันนั้นไม่ได้เมตตาของหลงอวิ๋นเฉิน หลินหลันคงถูกขายให้หอคณิกาไปแล้ว
ปี่เป้ยเลี้ยงลูกหลงอวิ๋นเฉินมาตั้งแต่พระสนมชิ้นพระชนม์ ไยนางจะไม่รู้ว่าท่านอ๋องเจ็ดลึก ๆ ในใจนั้นมีเมตตาเพียงใด
“ใจร้าย พอสั่งเสร็จก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไปเฉยเลย”
หลินหลันบ่นอุบ หญิงสาวพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนเห็นหญิงชรายกยิ้มให้ หลินหลันรีบเดินไปหาและนั่งลงข้างกายหญิงชราผู้นั้นทันที
“เออ....ป้าคะ ป้าคือ...” หลินหลันเอ่ยปากถามทันที ทั้ง ๆ ที่นางเพิ่งโดนหลงอวิ๋นเฉินดุไปเมื่อครู่
ปี่เป้ยยกยิ้มมุมปากเอ็นดูเด็กสาวผู้นี้ ยื่นมือของตนไปปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของนาง และใบหน้าขาวผ่องเปื้อนไปด้วยเศษดินอย่างเบามือ
“ข้าคือ ปี่เป้ย เป็นคนดูแลงานครัวของท่านอ๋อง”
“ข้าเรียกท่านว่าป้าเป้ยได้หรือไม่เจ้าคะ” หลินหลันพยายามปรับตัวให้เขากับคนที่นี่ ท่องเอาไว้ในใจ หลินหลันไม่ใช่เฮ่อรั่วอีกต่อไปแล้ว....
“ตามแต่เจ้าต้องการเถอะ”
หลินหลันยิ้มบาง พยายามทำเสียงอ่อนหวานเข้าหา พลางท่องในใจซ้ำ ๆ ว่า...
จากนี้ไป ข้าคือหลินหลัน มิใช่เฮ่อรั่วอีกต่อไปแล้ว
