บทที่ 2 เป็นหลินหลันไม่ง่ายเอาเสียเลย 1
“ในนิยายหลินหลันคือสตรีผู้อ่อนต่อโลก โดนบิดาลากมาขาย ท่านอ๋องเมตตาจึงรับนางเอาไว้เพื่ออุ่นเตียงเท่านั้น ขั้นแรกของการมีชีวิตรอดได้คือ..... หลินหลันต้องปรนนิบัติท่านอ๋องเจ็ด...” หลังจากช่วยงานครัวป้าเป้ย หลินหลันนึกอยากออกมาสำรวจค่ายทหารต้าเหลียง
หลงอวิ๋นเฉินชาญฉลาดยิ่งนักเลือกตั้งค่ายใกล้แหล่งน้ำและหุบเขา และตั้งเวรยามหนาแน่น
กำลังคิดเรื่องราวของหลงอวิ๋นเฉินอย่างเพลินจิต เสียงของแหล่งน้ำเรียกความสนใจจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี ฝีเท้าเร่งออกแรงไปตามเสียงของสายนทีอย่างรัวเร็ว ทหารสองนายที่ถูกท่านอ๋องสั่งให้ตามติดนางทุกฝีเท้าก็เร่งย่องเบาตามไม่ขาด
“ตามอยู่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ.... การมีชีวิตรอดสำคัญกว่า”
“เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใดอยู่...” เสียงของหญิงชราที่หลินหลันเพิ่งขออนุญาตออกมาเดินสำรวจค่าย นางเห็นป้าเป้ยกำลังซักเสื้อผ้าของใครบางคนที่คุ้นตาเหลือเกิน
“ป้าเป้ย...”
“ข้าเองน่ะสิ เจ้าคิดอยากหนีไปจากที่นี่อีกแล้วอย่างนั้นหรือ” คำถามของปี่เป้ยทำเอาหลินหลันได้ยินเช่นนั้นถึงกลับเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าเหมือนแมวที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
“ไม่ได้คิดหนีเสียหน่อยเจ้าค่ะ” หลินหลันเดินไปหาป้าเป้ยพร้อมทำท่าทางออดอ้อน
“คิดได้เช่นนั้นก็ดี” ปี่เป้ยส่ายหน้ากับท่าทางไร้เดียงสา ก่อนถอนหายใจแล้วเอ่ยต่อ “ถ้าเจ้ารู้จักใช้ท่าออดอ้อนท่านอ๋องได้อย่างที่อ้อนข้า เห็นทีชีวิตเจ้าคงไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้หรอก”
“แล้วท่านป้าเป้ยมีวิธีช่วยข้าหรือไม่เจ้าคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ขอแค่มีชีวิตรอดและท่านอ๋องเมตตาไม่ฆ่าหลินหลันตายในตอนต้นเรื่องก็คงดีไม่น้อย
หญิงชราส่ายหน้ากับความคิดของสตรีผู้นี้ ช่างแสนซนเสียจริง
ปลายนิ้วออกดีดแรงใส่หน้าผากมนของหลินหลันทันที
“โอ๊ย....ป้าเป้ย...”
“ความคิดของเจ้าช่างซุกซนเสียจริง ข้าหมายถึง หากเจ้าอยากให้ท่านอ๋องเมตตาเจ้า เจ้าควรหัดเอาอกเอาใจเขา”
ปี่เป้ยหัวเราะในลำคอ มองหลินหลันที่ลูบหน้าผากของตัวเอง ก่อนนางจะยื่นตะกร้าผ้าให้หลินหลัน
“อย่างแรกหน้าที่ชายาที่ดีควรพึ่งกระทำต่อผู้เป็นสามี”
ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ หลินหลันส่ายหน้ารัวเร็ว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยซักเสื้อผ้าให้ใคร แล้วไยต้องมาทำให้ท่านอ๋องผู้นี้เล่า.....
“แล้วตำราท่ายาก หรือ ยาเสน่ห์ไม่มีหรือเจ้าคะ”
“อย่างแรกที่เจ้าควรทำคือ ซักผ้า...”
ปี่เป้ยอมยิ้มเอ็นดู มองหญิงสาวที่ใบหน้าของนางในยามนี้ไม่พอใจอย่างยิ่งที่ต้องมาซักชุดเกราะให้ท่านอ๋อง
“ละ...แล้วตำราท่ายาก หรือไม่ก็.....ยาเสน่ห์แบบพิเศษก็ไม่มีหรือเจ้าคะ” หลินหลันยังไม่ลดความพยายามรบเร้าป้าเป้ย
ปี่เป้ยหัวเราะกับคำพูดไร้แก่นสารของนางจนไหล่สั่น และเอ่ยออกมาด้วยท่าขำขันเสียงดัง...
“หากเจ้าไม่อยากตายก่อนถึงมือท่านอ๋องละก็...เริ่มจากซักผ้าเถิด เด็กน้อย”
เสียงหัวเราะของหญิงชราดังมากพอที่ทหารสองนายนำความไปแจ้งแก่อ๋องเจ็ด มารแห่งแคว้นต้าเหลียงเงยหน้าหลังจากอ่านตำราพิชัยสงคราม มุมปากยกยิ้มด้วยความประหลาดใจยิ่ง
“นางคิดจะทำอันใด.. จับตาดูนางเอาไว้อย่าให้คาดสายตา หากนางเป็นอะไรไป พวกเจ้าย่อมรู้ดีว่าต้องเจอกับสิ่งใด” หลงอวิ๋นเฉินสั่งด้วยน้ำเสียงเข้ม แม้แต่ตัวของเขาเองคงไม่ได้ทันสังเกตตั้งแต่แม่นางหลินหลันกลับมา
หลงอวิ๋นเฉินก็เผลอยิ้มมุมปากมากกว่าปกติ คงมีเพียง เหวินซ่าง องครักษ์หนึ่งเดียวของท่านอ๋องเจ็ดมองเห็นสิ่งนี้ เขาอยู่รับใช้หลงอวิ๋นเฉินมานานมีหรือจะไม่หยั่งรู้ว่า หัวใจบุรุษแม้จะห้าวหาญเพียงใดย่อมต้องการน้ำฝนมาชโลมใจเช่นแม่นางหลินหลัน
“เจ้ายิ้มอันใด เหวินซ่าง” สุรเสียงดังขึ้นถามองครักษ์คู่ใจที่ยามนี้กำลังยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย อ๋องเจ็ดมองแล้วนึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ
“ขออภัยขอรับ ข้าเพียงขำขันเรื่องของแม่นางหลินหลันเพียงเท่านั้น กระต่ายตัวน้อยพยายามเพียงใดคงไม่มีทางรอดน้ำมือเสือร้ายไปได้”
“เจ้าว่าข้าเป็นเสือร้ายอย่างนั้นหรือ” หลงอวิ๋นเฉินนึกไม่พอใจกับคำพูดของเหวินซ่าง เหวินซ่างไม่เพียงแต่รู้ใจเขาไปเสียทุกอย่าง... เหวินซ่างอ่านความปรารถนาของเขาได้อย่างปรุโปร่ง
“มิกล้า มิกล้าขอรับ....”
“หลินหลันผู้นี้แปลกนัก....” หลงอวิ๋นเฉินเอ่ยขึ้นลอย ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบราบ นัยน์ตาทอดมองไปยังด้านนอกที่มิอาจซ่อนความสงสัยในตัวของสตรีผู้นั้นลงได้
