ตอนที่ 8 ขอให้ช่วย
เช้าวันต่อมา
ไอยราเดินทางออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังบ้านอีกหลังด้วยสีหน้าไม่สู้ดี หากไม่อับจนหนทางจริง ๆ เธอคงไม่มีทางที่จะยอมก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนั้นอีกครั้ง บ้านที่เป็นเสมือนกล่องสะสมความทรงจำเลวร้ายมากมาย
“ไม่เป็นไรไอยรา แค่เข้าไปขอความช่วยเหลือแล้วเดินออกมาแค่นั้น”
เธอบอกตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ดวงตากลมโตสอดส่องมองหาเจ้าของบ้าน ทว่าทันทีที่อีกฝ่ายเห็นเธอ เขาก็เผยความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน “เธอมาทำอะไรที่นี่ บ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธอ ออกไปซะก่อนที่ฉันจะสั่งให้คนมาลากตัวของเธอออกไป!”
“พี่อัค ฟังที่อัยย์จะพูดก่อนนะคะ”
“แล้วทำไมฉันต้องฟังเธอด้วย เธอมีค่าอะไรงั้นเหรอ?”
อัคระหรือพี่ชายต่างแม่ของไอยราเอ่ยอย่างไม่สนใจไยดี และตั้งท่าจะเดินหนีไป หากแต่กลับถูกเธอคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน
เธอรู้ดีว่าพี่ชายต่างแม่คนนี้เพียงแค่อยากจะกลั่นแกล้งเธอเท่านั้น แต่เพราะจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ไอยราจึงต้องจำทนยืนอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป ทำราวกับว่าไม่สะทกสะท้านกับคำเสียดสีและท่าทางดูถูกนั้น
“ที่อัยย์มาวันนี้ เพราะมีเรื่องอยากจะขอร้องให้พี่อัคช่วยค่ะ อยากจะให้พี่ช่วยสืบเรื่องบ้านเด็กกำพร้าให้หน่อยได้ไหมคะ?”
“แล้วทำไมไม่ไปขอร้องให้สามีของเธอช่วย ทำไมถึงต้องถ่อมาถึงที่นี่ด้วยหรือว่าจะเป็นตามที่เขาลือกันงั้นเหรอ ว่าสามีของเธอกำลังแอบคบกับคนอื่นอยู่”
“.....”
“และนั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันอยู่แล้ว และอีกอย่างเธอก็คงรู้ว่าฉันไม่มีทางช่วยเหลือลูกเมียน้อยอย่างเธอเด็ดขาด”
อัคระประกาศก้องต่อหน้าน้องสาวต่างแม่พร้อมกับจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ปนดูถูกไปในเวลาเดียวกัน แค่เพียงสะบัดมือออกเล็กน้อยก็สามารถหลุดจากการเกาะกุมของเธอได้
หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้อีกฝ่าย เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องเผชิญมาตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา จนความเสียใจกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว
ไอยรารู้ดีว่าแม่ใหญ่และพี่ชายไม่ชอบเธอมากขนาดไหน เธอรับรู้ถึงความเกลียดชังได้ตั้งแต่เด็ก และตั้งแต่ที่ได้มาอยู่ในบ้านหลังนี้เธอก็เจียมเนื้อเจียมตัวมาตลอด รับรู้สถานะของตนเองเป็นอย่างดี แม้จะถูกกลั่นแกล้งสารพัดก็ไม่เคยปริปากบอกใคร
“อัยย์รู้ค่ะ ว่าพี่ไม่อยากเห็นหน้าอัยย์ แต่ขอร้องเถอะนะคะพี่อัค ช่วยอัยย์สักครั้ง แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วอัยย์จะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นและไม่กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก”
“แต่คำตอบของฉันคือไม่!”
“ถึงยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ”
“ใครบอกว่าเธอเป็นคนในครอบครัวของฉัน เธอมันก็เป็นแค่ลูกเมียน้อยที่พ่อฉันลดตัวไปยุ่งกับแม่ของเธอแค่นั้นแหละ”
“…”
“อย่าคิดจะเอาตัวเธอมาเทียบกับฉันดีกว่า เป็นลูกเมียน้อยก็อยู่อย่างเมียน้อยสิ อ๋อ หรือความจริงแล้วคนที่เป็นข่าวกับสามีเธออยู่จะไม่ใช่เมียน้อยล่ะ แต่เป็นเธอเองที่ทำนิสัยเหมือนแม่?”
คำพูดแสนโหดร้ายออกมาจากปากของอัคระไม่หยุด
สาเหตุสำคัญที่สองแม่ลูกเกลียดไอยรา เพราะว่าแม่ของเธอดันไปมีอะไรกับพ่อของอัคระจนทำให้เกิดไอยราขึ้นมาในฐานะลูกชู้ แต่ฝ่ายแม่กลับไม่มีความสามารถในการเลี้ยงดูจึงได้มอบตัวเธอให้มาอาศัยอยู่กับพ่อ ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งสูงแทน
แต่ถึงอย่างนั้นชีวิตของไอยราก็ไม่ได้สวยหรู เธอต้องทนกับคำก่นด่าและคำดูถูกมากมายจนกลายเป็นคำทักทายในทุกวัน และนั่นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไอยราไม่กล้ามีปากมีเสียง ทำได้เพียงเออออไปตามคำพูดของคนส่วนใหญ่ ไม่กล้าแม้กระทั่งพูดหรือแสดงออกความในใจ
เพราะเธอรู้ดีว่าไม่มีใครคอยปกป้องหรือชื่นชมทั้งนั้น…
“แต่ตอนนี้ตระกูลของเราเหลือแค่พี่กับอัยย์แล้วนะคะ พ่อก็จากไปนานแล้ว ส่วนแม่ใหญ่...”
“ไม่ต้องมาพูดถึงเรื่องแม่ของฉัน ต่อให้ท่านจะเสียไปนานแต่ความเกลียดชังที่มีต่อเธอก็เหมือนเดิมนั่นแหละไอยรา”
“งั้นแปลว่าพี่ไม่คิดจะช่วยหรือแม้แต่ฟังคำขอของอัยย์เลยใช่ไหมคะ”
“ตั้งแต่เด็กฉันเคยฟังเธอด้วยหรือไง ตอนเด็กเป็นยังไง ตอนโตก็เป็นอย่างนั้นนั่นแหละ”
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ การกลับมายังบ้านหลังนี้เป็นทางเลือกสุดท้ายของเธอแล้วจริง ๆ หากแต่อีกฝ่ายยังคงอคติไม่เลิก ทั้งที่เขามาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะว่าเธอยอมช่วยเหลือทั้งสิ้น
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไอยราจึงต้องยอมใช้แผนการขั้นเด็ดขาด หากไม่ถึงที่สุดจริง ๆ เธอคงไม่ทำเช่นนี้
“ได้ค่ะ ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร ว่าแต่ตอนนี้ตำแหน่งราชการของพี่เกือบจะเทียบเท่ายศของพ่อแล้วใช่ไหมคะ”
อัคระได้ยินคำเยินยอก็เผลอเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ
“แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสินะคะ โดยเฉพาะหลังช่วงที่พ่อจากไปอย่างกะทันหัน พี่กับแม่ของพี่ก็คงจะผลักดันกันยกใหญ่”
“ฉันต้องทุ่มเททำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ผู้หญิงธรรมดาแบบเธอคงไม่มีทางเข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก”
“ก็จริงอยู่หรอกค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่าอัยย์ก็เป็นหนึ่งในคนที่ผลักดันพี่จนมาถึงจุดนี้เหมือนกัน”
“นี่เธอพูดเรื่องอะไร” อัคระไม่พอใจเป็นอย่างมาก “เธอจะบอกว่าตัวเธอมีบุญคุณกับฉันงั้นเหรอ”
“งั้นที่พี่ได้เลื่อนขั้นเร็วขนาดนี้ คิดว่าเป็นเพราะความสามารถของพี่และแม่ใหญ่อย่างเดียวเหรอ อย่าลืมนะคะว่าพ่อเก่งขนาดนั้นแต่ก็ยังใช้เวลานานกว่าพี่เสียอีก แถมคนที่เอาแต่ตามหลังคนอื่นแบบพี่ คิดจริง ๆ เหรอคะว่าสามารถยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว”
“หุบปากเดี๋ยวนี้นะไอยรา!”
“รู้ไว้ด้วยว่าที่อัยย์ต้องแต่งงานกับคุณภูมินทร์ ก็เพราะเป็นคำสั่งของแม่พี่ทั้งนั้น เพื่อให้ธุรกิจของแม่ใหญ่ได้ไปต่อ และเพื่อให้พี่ได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อัยย์ต้องแต่งงานทั้งที่ไม่อยากแต่ง รู้ไหมคะว่าอัยย์ต้องเสียสละตัวเองเพื่อพี่และแม่ของพี่แค่ไหน”
“ธะ…เธอพูดเรื่องบ้าอะไร!?”
“ที่พี่ได้ตำแหน่งมาง่ายดายขนาดนี้ เพราะว่ามีคุณภูมินทร์คอยหนุนหลังต่างหากค่ะ และถ้าหากว่าวันหนึ่งไม่มีแล้วล่ะคะ?”
“…”
“ที่อัยย์เพิ่งเอาเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่าที่ผ่านมาแม่ใหญ่สั่งห้ามมาตลอด ความจริงต่อให้แม่ใหญ่จะเสียไปแล้ว อัยย์ก็ไม่คิดเอามันมาพูดอยู่ดี ถ้าพี่ยอมช่วยอัยย์ตั้งแต่แรก”
ความจริงอัคระก็รู้สึกมาตลอดนั่นแหละที่การเลื่อนตำแหน่งของเขามันราบลื่นซะจนน่าสงสัย แต่ใครจะคิดว่าเบื้องหลังจะทำเขาเจ็บแสบมากขนาดนี้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เดินมาไกลเกินกว่าจะทุบหม้อข้าวของตัวเองแล้วจริง ๆ
“ต่อให้ตอนนี้ความสัมพันธ์ของอัยย์กับสามีจะไม่ได้ดีต่อกันเท่าไหร่ แต่ถ้าหากขอร้องจริง ๆ เขาก็ทำในสิ่งที่อัยย์ต้องการอยู่แล้ว”
ไอยราเอ่ยคำโกหก ดวงตากลมไม่กะพริบเลยสักนิดเดียว ประโยคสุดท้ายที่กล่าวออกไปเป็นเพียงคำลวงของเธอทั้งสิ้น เธอไม่มีทางรู้เลยว่าภูมินทร์จะทำตามคำขอของเธอได้หรือไม่
แต่ที่พูดไปก็เพื่อจะขู่ให้ชายตรงหน้าหวาดกลัวเท่านั้น เมื่ออัคระได้ยินชื่อของภูมินทร์เข้าก็ดูท่าว่าจะได้ผล อีกฝ่ายเริ่มแสดงท่าทีอ่อนลงอย่างชัดเจน
“นี่เธอกำลังใช้เขามาขู่ฉันงั้นเหรอ!”
“เปล่าค่ะ อัยย์กำลังขอร้องให้พี่ช่วยอัยย์ต่างหาก”
“…”
“และนั่นเป็นคำขอเดียวและคำขอสุดท้ายจากอัยย์ พี่ก็รู้ว่าอัยย์ไม่เคยขออะไรเลยสักครั้ง เพราะฉะนั้นช่วยเถอะนะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วพวกเราจะไม่ต้องเจอหน้ากันอีก”
ความมุ่งมั่นในแววตาของไอยราทำให้อัคระนึกหวั่น เพราะเขาไม่เคยเห็นน้องสาวต่างแม่เป็นเช่นนี้มาก่อน จากหญิงสาวอ่อนแอและบอบบางกลับกล้าเดินทางมาต่อรองกับเขาด้วยตัวคนเดียวอย่างไม่เกรงกลัว แถมยังกล้าทวงบุญคุณและยกสามีของเธอขึ้นมาขู่
ดูท่าว่าเขาคงจะเป็นเพียงความหวังเดียว และความหวังสุดท้ายของเธอ หากไม่ยอมทำตามคำขอ เจ้าหล่อนคงไม่มีทางยอมเดินออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน
อัคระลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
“ได้ ฉันจะยอมช่วยตามสืบบ้านเด็กกำพร้าหลังนั้นสักครั้ง แต่ไม่รับรองหรอกนะว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน”
“แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณจริง ๆ นะคะ”
“งั้นก็ตามฉันไปที่ห้องทำงาน แล้วพูดรายละเอียดทั้งหมดมา”
ไอยราฉีกยิ้มอย่างมีความสุขรีบผงกหัวยกใหญ่ อย่างน้อยการกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้งก็ไม่เสียเปล่า แม้ต้องทนรับฟังคำดูถูกมากมายจากพี่ชายต่างแม่ แต่เพื่อจะรักษาชีวิตของตนเอง อัยย์ก็ต้องทำไปก่อน
เพราะเธอทำเรื่องนี้เพียงคนเดียวไม่ได้จริง ๆ จะจ้างคนนอกก็กลัวว่าเรื่องจะรู้ถึงหูสามี ในเมื่อเส้นสายของเขายั้วเยี้ยเต็มไปหมดซะขนาดนั้น
