บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ภรรยาตามสืบ

ถึงแม้ว่าการหย่าของไอยราจะล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะยอมแพ้และปล่อยให้เวลาเสียเปล่า ก่อนหน้านี้หลังจากที่รู้ตัวว่าได้ย้อนเวลากลับมา เธอไม่รอช้ารีบจดรายละเอียดของนักฆ่าคนนั้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ชายคนนั้นมีรูปร่างสูงและผอม ไม่ได้มีกล้ามเนื้อมากแต่แรงเยอะเป็นบ้า แถมยังสวมใส่ชุดปกปิดร่างกายมิดชิดมีแค่ดวงตาเท่านั้นที่เผยออกมาให้เห็น นั่นแหละคือสิ่งที่ยากเกินกว่าจะพิสูจน์ตัวตนได้

แต่อย่างไรซะไอยราก็ไม่อาจลืมแววตาของมันได้ลงจริง ๆ เพียงแค่คิดถึงสายตาคู่นั้นที่กำลังมองมาทางเธอ หญิงสาวก็รู้สึกแพนิกขึ้นได้ไม่ยาก

นักฆ่ามองมาที่เธอราวกับสัตว์กระหายเลือด เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง โรคจิตและใจเย็นในเวลาเดียวกัน ถ้าหากได้เจอกันอีกครั้งไอยรามั่นใจว่าต้องจำสายตาคู่นั้นของมันได้อย่างแน่นอน

แต่ปัญหาคือเธอจะไปหาสายตาแบบนั้นได้จากที่ไหน

ระหว่างที่พยายามนึกถึงเรื่องในอดีต ไอยราก็จำอีกหนึ่งเบาะแสสำคัญขึ้นมาได้ เธอจึงไม่รอช้ารีบจดลงกระดาษเพิ่ม

“น้ำเสียงแหบแห้งเป็นเอกลักษณ์”

เมื่อทุกรายละเอียดถูกจดลงบนกระดาษจนมั่นใจ เธอจึงพับสมุดเล่มนั้นเก็บไว้ใต้เตียงที่นอนอยู่ทุกวัน หากไม่จดก็กลัวว่าวันหนึ่งเธอจะเผลอลืมรายละเอียดบางอย่างไปเท่านั้นเอง

“เราจะต้องตามหานักฆ่าคนนั้นให้ได้”

นักฆ่าคนนั้นคือมืออาชีพแน่ไม่ผิด เพราะมันคงไม่ใช่ฆาตกรรับจ้างส่ง ๆ ทั้งดูใจเย็นไม่รีบร้อนอะไร แถมยังลงมือได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนว่าเคยทำงานแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้นไม่มีทางที่มันจะเป็นแค่มือสมัครเล่น

ยิ่งเธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้ามากเท่าไหร่ ทุกความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นก็หวนกลับมาให้รู้สึกอีกครั้ง ราวกับว่าความทรมานตอนถูกคมมีดกระหน่ำแทง ยังทำให้เธอรู้สึกเจ็บกับมันอยู่เลย

“จะว่าไปแล้วคืนที่เราถูกฆ่า คืนนั้นเขาพาเราไปงานการกุศลนี่ แล้วตึกนั้นดันเกิดไฟไหม้พอดีใช่ไหมนะ? เราถึงต้องรีบกลับมาที่รถตามที่เขาสั่ง”

เธอรีบจนไม่ทันได้สังเกตเพราะเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่รู้เลยว่าคนขับรถไม่ใช่คนเดิมแล้ว แต่เป็นคนที่ไล่ฆ่าเธอในคืนนั้น อันดับเหตุการณ์เริ่มถูกเรียบเรียงอีกครั้ง พร้อมกับเนื้อตัวของไอยราที่เริ่มสั่นเทา

รถที่เธอนั่งกลับมาเริ่มออกนอกเส้นทาง และคนขับบอกว่าจะพาไปทางลัดที่สามารถไปถึงได้เร็วกว่า ตอนนั้นเธอเองก็รู้สึกเป็นกังวลเพราะไม่ยักรู้ว่ามีทางแบบนั้นอยู่ด้วย แต่ก็ห่วงคุณภูมินทร์มากกว่าเลยไม่ทันได้คิดอะไรมาก

เมื่อรถคันที่นั่งมาเลี้ยวเข้าถนนเส้นเปลี่ยว คนขับรถกลับหันมาแสยะยิ้มให้ ไอยราถึงได้รู้ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าคนที่ขับพาเธอมาไม่ใช่คนของเธอ...

‘วิ่งสิ’

นั่นคือคำพูดของมันหลังจากที่หญิงสาวพยายามจะเปิดประตูรถยนต์ออก เมื่อเปิดได้ก็รีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ส่วนนักฆ่าก็ใจดีต่อให้เธอได้วิ่งออกนำไปก่อน

รอบตัวของไอยราตอนนั้นมีเพียงป่าและฝนที่ตกหนัก จึงไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของเธอที่ตะโกนออกมาตลอดทางที่วิ่งหนี จนสุดท้ายก็หนีคนคนนั้นไม่พ้นอยู่ดี และต่อให้เธอจะพยายามอ้อนวอนขอร้อง แต่มันก็ไม่คิดจะเมตตาทั้งยังหยิบมีดเล่มโปรดของสามีของเธอออกมาโชว์

ก่อนที่มีดเล่มนั้นจะแทงเข้าที่ร่างของเธอนับแผลไม่ถ้วน และเธอก็หมดลมหายใจไปในที่สุด

“เฮือก!”

ไอยราเริ่มหายใจติดขัดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงช่วงเวลาในตอนนั้น ก่อนพยายามบังคับลมหายใจของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ

“นักฆ่าคนนั้นบอกว่าเขาเป็นคนสั่ง ขนาดใกล้จะตายอยู่แล้วเรายังไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเขาจะทำแบบนั้นจริง ๆ ทำไมถึงโง่งมขนาดนี้ไอยรา”

ไอยราจิกมือตัวเองแน่น ต่อให้เล็บจะจิกเข้าไปในผิวหนังมากเพียงใด แต่นั่นกลับไม่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บเท่าการถูกหักหลังจากเขาเลยสักนิด

ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง อีกไม่นานคนเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นภูมินทร์หรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลัง คงจะเป็นฝ่ายลงมือก่อนอยู่ดี

“เราไม่มีทางยอมถูกฆ่าซ้ำสองแน่” หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองอย่างมาดมั่น เหลือแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นสำหรับเวลาของเธอ

เจ้าของร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เพื่อเตรียมความพร้อมจะออกเดินทางไปที่บริษัทของภูมินทร์ คนที่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธออยู่ในขณะที่กำลังเดินทาง เธอก็ได้หวนนึกถึงการแต่งงานของตัวเองและเขา งานแต่งที่จัดขึ้นเป็นเพียงงานเล็ก ๆ มีแขกสำคัญไม่กี่คน และจัดขึ้นอย่างกะทันหัน

บุคคลภายนอกจึงไม่มีใครรู้ว่าเธอและเขาแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว แม้แต่คนในบริษัทก็เพิ่งมารู้ว่าท่านประธานมีภรรยาเมื่อไม่นานมานี้เอง ในเวลานั้นจึงไม่แปลกใจ ที่จะมีข่าวลือของเขากับมีนาว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่

แต่ในช่วงนั้นข่าวลือกลับดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคนจิตใจฟุ้งซ่านแบบเธอพยายามตอแยเขาตลอดเวลา เพราะกลัวว่าข่าวลือจะเป็นความจริง

‘ฉันนี่มันตามเกมไม่ทันจริง ๆ’

ไอยราคิดในใจไม่กล้าพูดออกเสียง คนขับรถที่รับใช้เธออยู่ยังคงเป็นคนของภูมินทร์ และเธอจะไม่วางใจใครทั้งนั้น

แถมในตอนนั้นเธอยังระเบิดอารมณ์ใส่ และหักหน้าเขาต่อหน้าคนอื่น ๆ ในบริษัท นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ภูมินทร์ทนไม่ไหว

หรือบางทีเขาอาจจะต้องการสานสัมพันธ์กับมีนา และประกาศตัวกับอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการเลยคิดจะกำจัดเธอออกให้พ้นทาง โดยจ้างนักฆ่าคนนั้น

และเพื่อที่จะทำให้เธอรู้สึกถึงการถูกหักหน้าหรือถูกหักหลังเหมือนอย่างที่เขาโดน ภูมินทร์เลยมอบมีดเล่มนั้นให้กับนักฆ่า เพื่อให้ไอยราได้รู้ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง นั่นอาจจะเป็นความสังเวชที่เขามอบให้เธอก่อนตายก็ได้

คิดแล้วก็ทำเอาเธอปวดหัว ทั้งที่แค่ขอหย่าก็จบแล้วหรือเปล่า จะต้องทำให้เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน?

ไม่กี่นาทีต่อจากนั้น รถที่นั่งมาก็ตบไฟและเลี้ยวถึงบริษัทของสามีพอดี ทำให้ไอยราหยุดคิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้แค่นั้น หลังจากลงรถแล้วเธอก็ไม่ได้พูดอะไรกับใคร เดินขึ้นลิฟต์ก่อนกดไปยังชั้นที่ท่านประธานอยู่ในทันที

“คุณไอยราครับ ท่านประธานยังไม่ว่างนะครับ...”

ดนัยเลขาหน้าห้องห้ามเอาไว้ไม่ทัน ไอยราตรงดิ่งเข้ามาเหมือนกำลังมีเรื่องร้อนใจอะไรประมาณนั้น พอเธอดื้อรั้นเข้ามาในห้องทำงานของเขาได้สำเร็จ ภูมินทร์จึงออกคำสั่งให้ดนัยออกจากห้องไปก่อน

“เธอมาทำอะไรที่นี่?”

นั่นคือคำทักทายยามที่สามีเห็นภรรยามาหาที่ทำงานของเขาเลยล่ะ

“ก็มาทำหน้าที่ภรรยาไงคะ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเราต้องตกนรกด้วยกันก่อน”

ชายหนุ่มยังไม่ไว้วางใจ เพราะเมื่อเช้าเธอยังพูดถึงเรื่องหย่าอยู่เลย ตอนนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกแล้ว ไม่นานถุงกระเป๋าใส่กล่องข้าวก็ถูกยกขึ้นมาวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา

“ไม่ยักรู้ว่าขุมนรกมีอาหารมาส่งถึงที่ด้วย”

“เป็นบริการพิเศษจากคุณภรรยาคนสวยค่ะ เผื่อบุญกุศลจะทำให้ขึ้นสวรรค์เร็ว ๆ น่ะค่ะ”

ถ้อยคำเสียดสีของเธอทำให้เขาเผลอยิ้มมุมปาก ไม่รู้ว่านี่คือนิสัยจริง ๆ ของเธอ หรือว่าเจ้าหล่อนเพิ่งค้นพบมันกันแน่ “ทานเลยไหมคะ ฉันเตรียมให้คุณดีกว่านะ”

กระเป๋าใบเดิมถูกรั้งกลับไป ก่อนที่เธอจะเดินไปหย่อนตัวนั่งกับชุดโซฟากลางห้อง และจัดการแกะกล่องข้าวออกมาเรียงอยู่บนโต๊ะต่ำด้านหน้า เหลือแต่รอให้เจ้าของห้องทำงานนี้ลงมานั่งทานมันเท่านั้น ไม่นานภูมินทร์ก็เดินมานั่งอยู่ตรงข้าม และเริ่มจัดการกับอาหารที่เธอเตรียมมาให้

“ไม่ทานด้วยกันเหรอ?”

ปกติเคยพลาดที่ไหนเวลาที่จะได้ทานข้าวด้วยกันแบบนี้ ความจริงเขาก็พอจะสังเกตได้จากอาหารที่มีน้อยเพียงพอสำหรับคนเดียวทาน แต่ที่ถามเพราะต้องการคำยืนยันเท่านั้น “ไม่ค่ะ อัยย์ทานจากที่บ้านมาแล้ว เลยขอให้แม่บ้านห่อมาเผื่อคุณที่นี่ด้วย”

“เธอไม่ได้ทำเองงั้นเหรอ?”

“ตอนนี้อัยย์ไม่ชอบทำแล้ว อีกอย่างคุณก็ไม่เคยทานฝีมืออัยย์เลยนี่คะ ไม่เห็นต้องสนใจว่าใครเป็นคนทำ หรือคุณจะบอกว่าอยากลองอาหารฝีมืออัยย์ขึ้นมาบ้างแล้ว”

“อย่าเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลยคุณไอยรา”

“งั้นก็ทานไปสิคะ เอาแต่พูดอยู่ทำไม?”

แม้จะแปลกใจกับพฤติกรรมของภรรยา แต่ภูมินทร์ก็ยอมทานอาหารเที่ยงที่เธอหิ้วมาฝาก จนกระทั่งดนัยเข้ามาพร้อมกับเรื่องด่วน

“ขอโทษครับคุณท่าน ซัปพายเออร์รายใหญ่ขอเลื่อนนัดกะทันหัน ทำให้ตอนนี้เข้ามารออยู่ที่ห้องประชุมแล้วครับ คาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน เพราะเรื่องสัญญาอะไรก็เรียบร้อยหมดแล้ว”

“อือ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ทำให้ภูมินทร์ในฐานะประธานบริษัทต้องรีบออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ยังไม่ทันได้ทานข้าวในกล่องหมดด้วยซ้ำ

“ไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวอัยย์รออยู่ที่นี่” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจจะตอบกลับอะไรเธอ นอกจากลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที นิสัยเมินเฉยที่มีให้กันของเขานี่มันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ

เมื่อทางสะดวกแล้ว เจ้าของร่างบางไม่รอช้ารีบลุกขึ้นตรงไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้เป็นสามี แต่เมื่อลองค้นดูกลับไม่เจออะไรผิดปกติ จนกระทั่งปลายตาเหลือบไปเห็นว่าเขารีบจนเผลอลืมโทรศัพท์ไว้ที่นี่

‘รหัสอะไร’ สมองเริ่มประมวลผลอย่างถี่ถ้วน

“คนอย่างเขาคงไม่มีทางยอมใช้ตัวเลขง่าย ๆ ทั่วไปแน่ แต่เพื่อจะหลอกตบตาคนอื่น เขาก็ไม่มีทางใช้ตัวเลขยากจนเกินไปด้วย”

เมื่อคิดได้แบบนั้นไอยราจึงลองกดตัวเลขสามถึงหกย้อนหลัง กลับกลายเป็นว่ามันสามารถปลดล็อกเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ของเขาได้จริง ๆ

“ง่ายชะมัด”

เธอฉีกยิ้มดีใจ หากแต่เมื่อเลื่อนดูไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติเลยนี่นา แม้แต่ข้อมูลของพนักงานบริษัทที่เธอแอบดูในคอมพิวเตอร์เมื่อครู่นี้ ทุกคนที่ทำงานให้เขาไม่มีส่วนคล้ายคลึงกับนักฆ่าคนนั้นเลยสักนิดเดียว

‘หรือว่าคุณภูมินทร์จะให้เลขาเป็นคนติดต่อ? แบบนี้ก็อาจจะเป็นไปได้’

เมื่อลองหาข้อมูลทั้งในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์แล้วก็ยังไม่ได้ผล จึงคิดเดินหน้าหาแหล่งข้อมูลใหม่ เธอนั่งรอภูมินทร์อยู่สักพักจนกระทั่งเขากลับมา และตอนนั้นเธอก็วางโทรศัพท์ของเขาคืนให้ที่เดิมแล้วด้วย

“จะไปไหน?”

เพราะระหว่างที่เขากำลังเดินเข้ามา แต่เธอกลับลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ก่อนคว้าเอากระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมาสะพาย และทำทีว่าจะออกไปจากที่นี่ตอนนี้เวลานี้เลย

“กลับบ้านค่ะ”

“กลับบ้าน? ทำไมรีบกลับ”

ไอยราเดินเข้ามาใกล้คนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม “ไม่รู้เลยนะคะเนี่ย ว่าคุณสามีอยากให้อยู่ด้วยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ งั้นลองขอร้องคุณภรรยาดูไหมคะ เผื่ออัยย์จะอยากอยู่ที่นี่ต่อ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel