ตอนที่ 5 ขอหย่า
ในคืนนั้นหลังจากที่ไอยราเดินหนีไป และเมื่อตั้งสติได้อีกครั้งแล้วภูมินทร์จึงลงมือทำต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ระหว่างที่ในหัวก็เอาแต่นึกถึงคำพูดและการกระทำของภรรยาสาวไม่หยุด และเมื่อกลับไปยังห้องนอนก็พบว่าเธอหลับไปแล้ว เขาจึงต้องเบียดเสียดตัวเองขึ้นไปบนเตียงด้วยความขุ่นเคืองใจ
‘พรุ่งนี้เช้าฉันต้องคุยให้ชัดเจน’
เขานึกในใจก่อนจะหลับเปลือกตาลง ตอนนี้เลยเวลานอนปกติของภูมินทร์ไปมาก การที่เขาจะล้มหัวลงหมอนไปไม่นานแล้วผล็อยหลับทันที เลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่นานทั้งสองคนบนเตียงก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยความเงียบงันในยามราตรีที่เข้าแทรก
เช้าวันต่อมา ภูมินทร์ตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอภรรยาแล้ว พื้นที่บนเตียงอีกข้างว่างเปล่ามีเพียงความอุ่นของเธอที่เหลืออยู่เลือนราง ดวงตาคมกวาดมองไปยังนาฬิกาเห็นว่าเวลานี้ก็ยังเช้าอยู่มาก เขาจึงแสยะยิ้มและหลงผิดไปว่าเธอคงจะคิดได้แล้ว เลยตั้งใจลงไปทำอาหารเช้าให้สามีอย่างเขาเหมือนทุก ๆ ครั้ง
“คิดว่าจะผยองได้มากกว่านี้”
ชายหนุ่มรีบลุกออกจากที่นอนเพื่อไปอาบน้ำในทันที อยากเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเจ้าหล่อนกับตาเสียหน่อย
ทว่าหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเขาก็ลงมาชั้นล่างตามปกติ หากแต่ภูมินทร์ก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหารแล้วพบว่าไอยรากำลังทานมื้อเช้าอยู่ โดยไม่รอเขาด้วยซ้ำ
“จะยืนอีกนานไหมคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงเรียบระหว่างที่ดวงตากลมโตยังคงมองอาหารบนจานตรงหน้า ไร้ความสนใจคนที่กำลังสนทนา
“เธอไม่รอฉันเหรอ?”
“คุณเป็นเด็กหรือไง ที่นี่บ้านนะไม่ใช่บริษัทถึงจะต้องรอให้ท่านประธานมากล่าวเปิดงาน”
ชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ตั้งแต่กลับมาที่นี่มีครั้งไหนบ้างที่ภูมินทร์จะไม่รู้สึกว่าไอยราขวางหูขวางตาเขา ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“อีกอย่างคุณก็เป็นคนมาสายเอง เรื่องนี้คงจะโทษอัยย์ไม่ได้หรอกค่ะ”
ภูมินทร์ไม่มีทางเลือกต้องจำใจนั่งลงบนเก้าอี้ประจำด้วยความขุ่นเคือง แถมเมื่ออาหารของเขามาเสิร์ฟจนครบ แต่กลับไร้แก้วกาแฟตั้งเสิร์ฟ คงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ในบ้านแทบไม่หลงเหลือกาแฟอยู่เลย
“เรื่องที่เธอจัดการแม่บ้าน คงจะเป็นเรื่องจริงสินะ”
เขาเอ่ยขึ้นระหว่างที่กำลังจดจ่ออยู่กับมื้อเช้าเหมือนกัน
“อยู่ที่นี่มาตั้งหลายปี อัยย์คงจะใจดีกับพวกเขาเกินไปก็เลยจะต้องจัดการให้เด็ดขาดซะหน่อยน่ะค่ะ คุณคงไม่ว่าอะไร?”
ท่าทีของเธอเฉยชาผิดไปจากเดิม ไม่แม้จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ ทว่าภูมินทร์กลับรู้สึกพึงพอใจขึ้นมาเฉย ๆ ที่ภรรยาเริ่มสู้คนเป็นเสียที แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายวางมาดใส่เธออีกรอบ
“ใครจะว่าคุณได้”
เขาตอบในฐานะที่เธอก็เป็นเจ้านายของบ้านหลังนี้เหมือนกัน
“แล้วถ้าอัยย์ไล่คนของคุณออก ก็ได้เหมือนกันใช่ไหมคะ?”
แม่บ้านทุกคนที่ยืนรับใช้เจ้านายอยู่ก็พากันก้มหน้าก้มตาหนี ทุกวันนี้คุณนายของบ้านเปลี่ยนไปจนไม่มีใครกล้าฮืออือ ทั้งยังลุกขึ้นมาโขกสับคนที่เคยทำไม่ดีกับเธอไว้ คล้ายว่ากำลังล้างแค้นอยู่อย่างนั้นแหละ
“เธอต้องการจะสื่ออะไร?”
“อัยย์ก็แค่ไม่ถูกใจการทำงาน แปลกเหรอคะที่ไม่ถูกใจก็แค่เปลี่ยน”
“แต่ทุกคนเป็นคนที่คุณพ่อส่งมา พวกเขาทำงานให้ตระกูลของเรามาหลายปีแล้ว อีกอย่างตั้งสามปีที่ทุกคนรับใช้เธออยู่ที่นี่ จะมาเปลี่ยนเอาตอนนี้ไม่คิดว่ามันช้าไปหน่อยหรือไง?”
“ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไปสำหรับอัยย์ แค่คุณพูดมาว่าได้หรือไม่ได้แค่นั้น”
หญิงสาวยังสนใจอาหารในจานมากกว่าคนที่กำลังสนทนาด้วยอยู่ดี ยิ่งเขาเห็นว่าเธอเมินใส่ ภูมินทร์ก็ยิ่งไม่สบอารมณ์จนกลัวว่าจะอดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ส่วนแม่บ้านที่ถูกพาดพิงก็เนื้อตัวสั่นเทาออกมาตาม ๆ กัน ที่นี่งานสบายและเงินดีเป็นที่สุด แถมทุกคนล้วนมีอายุ จะให้ออกหางานใหม่เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “ขอคุณอัยย์ได้โปรดอย่าไล่พวกเราออกเลยนะคะ!”
จนกระทั่งมีแม่บ้านคนหนึ่งล้มตัวคุกเข่าขอความเห็นใจจากเธอ แต่ไอยราก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไร้ความสนใจเสียงนกเสียงกาที่พร่ำร้องขอชีวิตจากเธออีกทอด
“ว่าไงคะ คุณยังไม่ได้ให้คำตอบอัยย์เลยนะ”
“ตามใจคุณ” สุดท้ายแล้วภูมินทร์ก็ต้องเลือกรักษาอำนาจของไอยราอยู่ดี หากเรื่องที่เขาเลือกคนทำงานให้มากกว่าเมียของตัวเองหลุดไปถึงหูครอบครัวของเธอ แน่นอนว่าคงจบกันไม่สวย พลอยจะทำให้เรื่องยืดยาวไปเสียเปล่า ๆ
“ขอโทษค่ะ พวกเราขอโทษ! ฮือ”
ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของแม่บ้านที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องอาหาร ก็ยังมีไอยราที่นั่งตักมื้อเช้าเข้าปากด้วยความสบายใจ ภูมินทร์มองเธออย่างไม่เข้าใจ อะไรกันแน่ที่ทำให้หญิงสาวเปลี่ยนไปราวกับคนละคนขนาดนี้
“พอใจเธอหรือยัง?”
มือเล็กวางช้อนส้อมลงข้างจาน และดื่มน้ำตามหลังทานข้าวเสร็จ ก่อนหยิบเอาผ้าบนตักขึ้นมาเช็ดปากอย่างเบาแรง
“คุณกลับมาบ้านก็ดีเหมือนกันนะคะ อัยย์มีเรื่องอยากคุยด้วย แต่รอให้มื้อเช้าผ่านไปก่อนดีกว่า แต่อิ่มพอดีเลยค่ะแล้วจะรออยู่ที่ห้องรับแขกนะคะ”
พูดพร้อมกับลุกออกจากเก้าอี้ประจำในทันที ภูมินทร์ได้แต่มองตามหลังของเจ้าหล่อนไปอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางความขุ่นเคืองในใจที่มีอยู่มาก
และเมื่อเขาจัดการกับมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเดินตามเธอไปที่ห้องรับแขกบ้าง อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมาไม้ไหนอีก
“นี่ค่ะของคุณ”
“อะไร?”
เขาถามอย่างไม่ไว้วางใจ แต่มือหนาก็รับเอาซองเอกสารมาเปิดออกดูอยู่ดี เมื่อได้อ่านรายละเอียดคร่าว ๆ แล้วถึงได้รู้ว่าเอกสารนี้คือรายละเอียดการหย่า นั่นเลยเป็นสิ่งที่เขาไม่เข้าใจหนักมากกว่าเดิม
“อัยย์ต้องการหย่าค่ะ”
“....” เป็นถ้อยคำที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักนิดว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของผู้หญิงคนนี้ ย้ำว่าไม่เคยคิดเลยจริง ๆ
“เอกสารนี้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสินสมรสทั้งหมด ถ้าคุณอ่านและทำความเข้าใจแล้ว ก็รบกวนเซ็นให้อัยย์ด้วยนะคะ”
ภูมินทร์ไม่แม้แต่จะตอบโต้อะไรเธอเลยด้วยซ้ำ ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับจ้องเขม็งมาที่เธอด้วยความไม่พอใจ ก่อนบรรยากาศรอบตัวจะเริ่มเย็นยะเยือกโดยไม่ทราบสาเหตุ
“อัยย์ให้ทนายร่างเรื่องสำคัญของพวกเราไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินของคุณ อัยย์จะไม่เรียกร้องอะไรจากคุณเลย และไม่คิดฉกฉวยอะไรออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว แบบนี้แล้วคุณน่าจะพอใจนะคะ”
“ถ้าผมไม่เซ็นล่ะ?”
“นั่นแหละค่ะ เราถึงต้องคุยกัน...ขอแค่คุณลงลายเซ็นสองช่องนี้ พวกเราก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน อัยย์รับรองว่าต่อจากนี้จะไม่โผล่หน้ามาให้คุณเห็นอีก และคุณก็สามารถสานสัมพันธ์กับคุณมีนาอะไรนั่นได้ตามต้องการ อัยย์จะได้ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอพวกคุณไง”
ภูมินทร์ยังคงนิ่งเฉยต่อคำพูดของภรรยาที่กำลังขอหย่าขาดจากเขา ดวงตาคมจ้องใบหน้าสวยของเธอไม่วาง พยายามส่องหาความลังเลใจที่อาจจะเผยออกมาบ้างแต่กลับไม่เจออะไรเลย ทั้งน้ำเสียงและแววตาคู่นั้นยังคงนิ่งสงบเหมือนว่าสิ่งที่พูดออกมามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ
แววตามุ่งมั่นของไอยราทำให้เขาสามารถรู้ใจเธอได้ไม่ยาก ว่าความปรารถนาที่จะหย่านั้นคือเรื่องจริง แม้จะชอบที่เธอเด็ดเดี่ยว แต่จะให้ชอบเรื่องที่เธอขอหย่าจากเขาอีกเรื่องก็ไม่ได้
“ฉันไม่เซ็น”
“ทำไมคะ?!” ไอยราตะเบ็งเสียงถาม ดวงตากลมฉายแววแปลกใจออกมาอย่างชัดเจน ทั้ง ๆ ที่เขาควรดีใจมากกว่าปฏิเสธคำขอของเธอสิ
“ฉันจะไม่หย่ากับเธอ”
“ในเมื่อเราแต่งงานกันเพื่อธุรกิจของครอบครัว และตอนนี้คุณก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้วนี่คะ จะรั้งรออะไรอยู่ ควรจะจบกันสักทีสิ”
“เธอคิดว่าเรื่องหย่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอไอยรา ใสซื่อซะจริงนะ”
“แล้วจะทนอยู่แบบนี้ไปเพื่ออะไรคะ มีอัยย์เป็นก้างขวางคอแล้วมีความสุขงั้นเหรอคะ หรือความจริงคุณแค่อยากเห็นอัยย์ทรมานจากการกระทำของคุณกันแน่?”
“ถึงจะระคายเคืองนิดหน่อยแต่ก็ทนไหวนะ ชีวิตของเธออยู่แค่ในกำมือของฉันเท่านั้นแหละ คนเดียวที่จะกำหนดได้ว่าจะหย่าหรือไม่หย่า มีแค่ฉันต่างหากคุณไอยรา”
เขาพูดคำนั้นออกมาอย่างหน้าไม่อาย กลับกันคนที่รู้สึกแย่ดันเป็นไอยรา เธอที่รู้จุดจบของตัวเอง ชีวิตหลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเธออาจจะต้องกลับไปตายอีกครั้งด้วยฝีมือของผู้ชายคนนี้ก็ได้
“นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไงคุณภูมินทร์!?”
ทนไม่ไหวต้องขึ้นเสียงใส่เขาอีกครั้ง
“เธอต่างหากที่เป็นบ้าหรือไง จู่ ๆ ก็นึกจะหย่า”
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างหู “อย่าพึ่งรีบไปเลยคุณไอยรา ตกนรกด้วยกันกับฉันก่อน”
ภูมินทร์ขยับตัวออกห่างก่อนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับคนตรงหน้า มือหนาฉีกเอกสารสองแผ่นนั้นอย่างง่ายดาย
ก่อนจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ครืดดด หน้าจอโทรศัพท์ที่เขาล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงแสดงให้เห็นว่าคนที่โทรมาคือมีนา บุคคลที่สามในบทสนทนาเมื่อครู่
ชายหนุ่มไม่ได้รับสายในทันที ก่อนจะหันหลังให้ภรรยาที่เพิ่งทะเลาะกันไปหมาด ๆ โดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเมื่อครู่ ไอยราก็เห็นมันด้วยเหมือนกัน
สุดท้ายเขาและคนขับรถของเขาก็ออกจากบ้านไป โดยทิ้งให้หญิงสาวคู่ชีวิตต้องยืนอยู่ตรงนี้ไร้คำบอกกล่าว ระหว่างที่เขากำลังไปหาใครอีกคนเพียงแค่ฝ่ายนั้นโทรเข้ามาหา
เวลานี้ในใจของเธอเต็มไปด้วยความโมโห และเกรี้ยวโกรธขั้นหนัก มือเรียวเล็กคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมาและขว้างออกไปจนกระเด็นเซ็นซ่าน ก่อนจะตะโกนไล่หลังเขาแต่อีกฝ่ายคงไม่ได้ยินแล้ว
“ไอ้คนเฮงซวย!”