บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 กลับบ้าน

เส้นทางในการเดินทางเปลี่ยนไปทำให้ใช้เวลามากขึ้นกว่าภูมินทร์จะได้พักผ่อน เขากลับมาถึงบ้านกลางหุบเขาในช่วงดึก ทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

บรรยากาศของความอึมครึมที่ห้อมล้อมรอบบ้านมันคือเหตุผลที่เขาไม่ค่อยอยากกลับมาที่นี่ ยิ่งหลังจากเลิกงานช่วงที่ร่างกายเหนื่อยล้าสะสมแบบนี้ หากไม่มีเหตุให้ต้องกลับมา ภูมินทร์ก็ไม่โผล่มาอยู่ที่นี่แน่นอน

เจ้าของร่างหนาเดินเข้ามาในบ้าน ดูทีจะไม่ใช่แค่ด้านนอกที่สงบเงียบเพราะด้านในนี้ก็ไม่ต่างกันมากนัก มีเพียงคนรับใช้ไม่กี่คนเท่านั้นที่เดินออกมาต้อนรับ ไร้เงาของภรรยาออกมาทำหน้าที่

ทั้งที่ปกติหากเป็นเธอแล้ว แค่รู้ว่าสามีจะกลับบ้านก็คงออกมายืนรอเขาด้วยความตื่นเต้น และใบหน้าสวยที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานตามประสาเจ้าหล่อน แต่นี้อะไร? กลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของเธอ

นั่นจึงทำให้เจ้าของบ้านอีกคนอย่างภูมินทร์นึกตะงิดใจ

“คนอื่นไปไหนกันหมด?”

เขาถามพ่อบ้านที่คอยเป็นหูเป็นตาให้ระหว่างที่เขาไม่อยู่

“ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว แม่บ้านและคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่จึงพักผ่อนกันครับ มีผมและอีกบางส่วนที่ทำหน้าที่ในช่วงกลางคืน พอได้รับแจ้งว่าคุณท่านจะกลับมาก็เลยมารอกันอยู่ที่นี่ครับ”

นั่นยิ่งทำให้ภูมินทร์แปลกใจมากเข้าไปใหญ่ ทั้งที่เขาบอกกับพ่อบ้านแล้วว่าจะกลับมาที่นี่ในคืนนี้ และมั่นใจว่าไอยราคงจะรู้เรื่องนี้ด้วยแน่ ๆ แต่เธอกลับยังเลือกที่จะเมินเฉย ไม่มาปรากฏมาตัวต้อนรับเขาเหมือนอย่างเคย

เรียวคิ้วหนาเริ่มคิ้วขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ ราวกับกำลังถูกเธอท้าทายอำนาจ เขาจึงหันไปถามพ่อบ้านตรง ๆ

“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะไปไหน?”

“ผู้หญิงคนนั้น?” พ่อบ้านทวนซ้ำ

“ฉันหมายถึงคุณไอยรา”

“ช่วงนี้คุณนายนอนเร็วมากกว่าปกติครับ แถมยังบอกว่าห้ามให้ใครรบกวนเด็ดขาด อย่างที่คุณท่านทราบว่าตอนนี้คุณนายเปลี่ยนไปไม่น้อย กฎหลายอย่างในบ้านเลยเปลี่ยนตามไปด้วย ผมจึงต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด”

คำพูดของพ่อบ้านที่เอ่ยออกมาคล้ายกับกำลังฟ้องนายใหญ่ของบ้านอยู่ ดูท่าว่าการเปลี่ยนไปของไอยราจะทำให้ทุกคนในบ้านต่างเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน

“เธอเปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ จนกระทั่งเดินผ่านโต๊ะขนาดใหญ่ในห้องอาหาร สายตาคมกลับเหลือบไปเห็นว่าบนโต๊ะนั้นมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งวี่แววของทาน ไม่มีแม้กระทั่งของว่างหรือของรองท้องเตรียมเอาไว้ให้คนที่เพิ่งกลับมา

“นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงไม่มีอาหารวางอยู่บนโต๊ะเหมือนอย่างทุกครั้ง”

ภูมินทร์รีบถามเสียงเข้ม คิ้วหนาขมวดผูกปมหนักขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

“ไม่มีใครเตรียมอาหารไว้เลยหรือไง”

“ขออภัยครับ! แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไร? เรื่องแค่นี้จะต้องให้บอกไปซะทุกอย่างเลยเหรอ ที่ผ่านมาคุณนายเธอเลี้ยงไว้อย่างสุขสบายนักหรือไงกัน งานการถึงไม่อยากทำกันแล้ว!”

“ขะ ขออภัยครับคุณท่าน!”

พ่อบ้านกระอักกระอ่วนจนพูดตอบติด ๆ ขัด ๆ พลางรีบก้มหัวขอโทษ จะให้พูดออกไปได้อย่างไรว่าเป็นเพราะคุณนายนั่นแหละที่สั่งว่าไม่ต้องทำรอ เพราะอย่างไรเสียคุณภูมินทร์ก็คงไม่ทานเหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มา

“ฉันถามว่าทำไมเรื่องแค่นี้ถึงทำกันไม่ได้!?”

เสียงตะหวาดลั่นบ้านดังขึ้นไปถึงชั้นสอง

“คุณนายสั่งว่าไม่ต้องเตรียมไว้รอครับ! พวกเราไม่มีใครกล้าขัด เลยต้องทำตามอย่างห้ามไม่ได้ครับ”

พอถูกต่อว่าหนักเข้า สุดท้ายพ่อบ้านก็อดไม่ได้ที่จะพูดความจริงออกไป ภูมิทน์สูดลมหายใจเข้าปอดเหมือนพยายามระงับอารมณ์โกรธที่กำลังระอุเต็มที่ นอกจากจะไม่เอาอกเอาใจเหมือนเมื่อก่อน คนที่ขึ้นชื่อว่าภรรยายังสั่งห้ามไม่ให้ใครเตรียมอาหารไว้รอเขาอีก

“นายอยากรับมื้อดึกไหมครับ ผมจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้”

“ไม่ต้อง แยกย้ายกันได้แล้ว”

เจ้าของบ้านโบกมือไล่อย่างไม่ใส่ใจ เผลอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตนเองมีท่าทางโมโหมากเกินไป ไม่รู้ว่าโมโหเหล่าคนรับใช้ที่ทำงานไม่ได้เรื่องหรือโมโหผู้หญิงคนนั้นกันแน่

เธอถึงขั้นละเลยเขามากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?

ภูมินทร์เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้าน หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายออกไปแล้ว เมื่อเท้าเหยียบถึงบันไดขั้นสุดท้ายก็ตรงเข้าห้องนอนเลยทันที ทว่าเมื่อประตูถูกผลักเข้าไปกลับมีแค่ความมืดมิดที่รอต้อนรับเขา จนต้องอาศัยเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ที่ส่องเข้ามาอันน้อยนิดเดาทางเดินเท่านั้น

เขาเดินเข้าไปในห้องที่นานทีกลับมานอนอย่างทุลักทุเล หลังจากเจ้าของร่างหนาเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงแล้ว ก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามีร่างหนึ่งกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข ลมหายใจของเธอเข้าออกเป็นจังหวะเสมอแสดงให้เห็นว่ากำลังหลับลึกมากแค่ไหน

“ทั้งที่รู้ว่าฉันจะมา แต่ไม่คิดจะเผื่อที่ให้กันนอนบ้างเนี่ยนะ?”

ภูมินทร์บ่นพึมพำ ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังคนบนเตียงอย่างไม่พอใจ นอกจากภรรยาอย่างไอยราจะไม่มาต้อนรับ และทำอาหารไว้รอเหมือนอย่างทุกครั้ง ในตอนนี้เธอกลับหลับสนิทไม่สนใจคนที่เดินเข้ามา ทั้งยังนอนกางแขนกางขาไม่สนว่าเขาจะนอนร่วมเตียงกับเธอได้หรือไม่

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ”

สิ้นสุดเสียงเย็นยะเยือกนั้น ภูมินทร์ไม่รอช้ารีบเดินตรงไปเปิดไฟทุกดวงในห้องให้กลับมาสว่างไสว แถมยังเดินเสียงดังไม่กลัวว่าจะทำให้คนบนเตียงตื่นเลยสักนิด ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความโกรธและต้องการจะเอาคืนอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมาได้ สุดท้ายจึงต้องเป็นเขาที่ยอมแพ้ไปเอง

“เสียงดังขนาดนี้ยังไม่ตื่นอีกเหรอ?!”

หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มในชุดนอนผ้าไหมอิตาลีน้ำเงินก็กลับมายืนมองคนบนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องทำงานส่วนตัว คิดว่าถ้ายืนมองต่อไปคงได้อารมณ์เสียมากกว่าเดิม

ทว่าเข็มเวลาเคลื่อนผ่านไปไม่นานเขากลับรู้สึกหิวขึ้นมาซะงั้น ในช่วงเย็นภูมินทร์ไม่ได้ทานอะไรมาเลย เพราะจากที่คิดว่าครั้งนี้ไอยราคงจัดเตรียมอาหารไว้รอเหมือนที่เคย ๆ ทำซะอีก

ครอกก...เสียงโอดครวญของกระเพาะเริ่มดังขึ้นท้วงมาทีละน้อย

“ดันบอกพ่อบ้านว่าไม่ต้องเตรียมอาหารรอซะด้วยสิ”

ภูมินทร์บ่นด้วยความหัวเสีย และวางปากกาในมือลงก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไปอีกรอบ

ในขณะเดียวกันไอยราก็สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการกระหาย มือเรียวเล็กคว้าหาขวดน้ำข้างเตียงอยู่นาน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอคงลืมหยิบขึ้นมาด้วย เจ้าของร่างบางอรชรจึงต้องจำใจเดินลงไปที่ห้องครัวด้วยความงัวเงีย

เมื่อเดินพาตัวเองมาจนถึงตู้เย็นแล้วจึงหยิบขวดน้ำมารินของเหลวใส่แก้วใส ก่อนยกมันขึ้นดื่มดับความกระหายที่มี ทว่าไม่ทันที่เธอจะดื่มลงคอหมด

“รู้จักตื่นเหมือนกันเหรอคุณนาย?”

เสียงไร้ความรู้สึกเอ่ยขึ้นทักจากทางด้านหลัง ทำเอาเธอถึงขั้นสะดุ้งตัวตื่นด้วยความตกใจ จนไอยราสำลักน้ำอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ โดยที่ชายคนนั้นไม่แม้แต่จะเดินเข้ามาช่วยเหลือ

“ทำบ้าอะไร!? เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง”

“ก็ไม่ตายนี่”

ภูมินทร์เดินมาพิงขอบประตูห้องครัวและมองมาทางเธอ

ก่อนที่เจ้าของร่างหนาจะเดินผ่านภรรยามายังตู้เย็น และแย่งขวดน้ำในมือของเธอไปรินดื่มบ้าง ขณะที่ไอยราทำได้เพียงจ้องมองไปที่เขาเท่านั้น

ภาพในอดีตฉายขึ้นมาซ้ำ ๆ พอ ๆ กับความรู้สึกหวาดกลัวจนแทบไม่หลงเหลือสติ ไม่เข้าใจเลยว่าเขากล้าสั่งฆ่าเธอได้อย่างไร? ทำไมต้องทำแบบนั้น ถึงตอนนี้อีกฝ่ายจะยืนใกล้แค่เอื้อม แต่เธอกลับทำได้เพียงมองเขาด้วยความเคียดแค้น และไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว

ขณะที่เธอกำลังตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในค่ำคืนสุดท้ายของชีวิต ในตอนนั้นเขาทำอะไรอยู่ กำลังสะใจหรือกำลังฉลองความสำเร็จอยู่หรือเปล่า?

“มองอะไร?” เขาถามหลังจากเห็นเธอเอาแต่จ้องหน้า

“คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”

“เธอไม่รู้หรือไง เป็นเมียประสาอะไร?”

ทำไมภูมินทร์ถึงรู้สึกชังทุกถ้อยคำของเธอได้มากขนาดนี้กัน

“อัยย์ได้ยินว่าคุณจะกลับมา แต่ไม่รู้เวลาหรอกนะคะ”

“ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฉันจะกลับมา แต่ก็ไม่โผล่หน้ามาเจอ แถมยังไม่เตรียมอาหารไว้ให้ เธอลืมหน้าที่ของตัวเองไปแล้วหรือเปล่าคุณไอยรา?”

“เพิ่งรู้นะคะว่าการเอาใจคุณคือหน้าที่ของอัยย์ด้วย ถึงเมื่อก่อนอัยย์จะเคยทำสิ่งนั้นด้วยความเต็มใจ และตอนนี้อัยย์ไม่เต็มใจที่จะทำแบบนั้นแล้วค่ะ”

เขาจ้องเข้าไปในแววตาของภรรยาสาว คำพูดเมื่อครู่ของเธอไม่มีความลังเลเลยสักนิด อีกทั้งยังสัมผัสได้ว่าเธอเย็นชามากกว่าเดิมเป็นไหน ๆ ไม่มีแม้แต่ทีท่าสนใจเขาเหมือนแต่ก่อน

หรือว่าเธอจะโกรธเหมือนอย่างที่ดนัยพูดจริง ๆ ในคราวนี้เขากลับเผยสีหน้าจริงจังออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม

“เธอคงได้ยินข่าวลือของฉันกับมีนามาแล้วสินะ ที่ทำท่าทีแบบนี้เพราะไม่พอใจหรือกำลังเรียกร้องความสนใจอยู่ล่ะ?”

“อัยย์ก็ได้ยินมาตลอดสามปีนั่นแหละค่ะ”

เธอไหวไหล่ให้เขา ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยปฏิบัติ ก่อนจะยื่นมือเล็กไปแย่งเอาขวดน้ำจากเขาคืนมา “อีกอย่างอัยย์ก็ไม่พอใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ได้เพิ่งเป็นเอาตอนนี้ แต่ทุกครั้งคุณก็ชอบบอกว่ามันไร้สาระนี่คะ”

“แบบนี้ยิ่งคิดอย่างอื่นไม่ได้เลยนะ ว่าคุณหนูไอยรากำลังเรียกร้องความสนใจจากสามีจริง ๆ”

“ให้ตายเถอะ พูดด้วยยากชะมัดเลยนะคะ”

“…”

“คิดว่าอัยย์ยังสนใจคุณอยู่อีกงั้นเหรอคะ ทุกอย่างที่อัยย์ทำไปก็เพื่อตัวเองเท่านั้น ส่วนคุณจะเป็นยังไงก็แล้วแต่เถอะค่ะ อัยย์ไม่ใส่ใจแล้ว”

“คุณไอยรา!”

“จะอยู่หรือตาย ก็แล้วแต่สะดวกเลย”

น้ำเสียงเย็นชาไม่แยแสและไร้ความใส่ใจ ถูกเปล่งออกมาจากปากของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกจากห้องครัวไป และแม้เขาจะไม่พอใจกับคำพูดของเจ้าหล่อน หากแต่ภูมินทร์กลับคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ไม่ให้เดินหนี

และเอ่ยสิ่งที่เหนือความคาดหมายออกมา...

“ฉันหิว”

“อะไรนะคะ?”

“ฉันบอกว่าฉันหิว” เขาพูดย้ำถึงความต้องการของตัวเอง

“แต่อัยย์ไม่หิวค่ะ”

ไอยราการสะบัดมือหนาให้หลุดออก และไม่คิดจะหันหันหลังกลับมามองเขาอีกรอบ ปล่อยให้คุณภูมินทร์ผู้สูงส่ง ยืนงงและสับสนอยู่อย่างนั้น มีเพียงรอยยิ้มบางตรงมุมปากของเธอที่ปรากฏขึ้นทุกครั้งที่ก้าวขึ้นบันได

ไอยรารู้ว่าคำพูดของเขาเมื่อครู่ คงอยากให้เธอหาอะไรให้เขาทานคลายความหิว แต่แล้วอย่างไรล่ะ...ในเมื่อตอนนี้เธอไม่ใช่ภรรยาคนเดิมของเขาแล้ว ต่อไปนี้เขาคงต้องทำเรื่องง่ายเหล่านั้นด้วยตัวเอง

ส่วนคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างภูมินทร์ ก็ได้แต่สบถความรู้สึกของตัวเองออกมาอยู่คนเดียวด้วยความไม่พอใจต่อท่าทีของคนที่เดินหนีออกมา

“ผู้หญิงอะไรน่าหงุดหงิดชะมัด?!”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel