บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70

บทที่ 6 ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70

ส่วนจ้าวหนานตง เมื่อออกมาจากบ้านหลินเขาก็ตรงดิ่งกลับมาบ้านตนเอง พอมาถึงก็นั่งมองถุงเงินอย่างเหม่อลอย แม้จะดีใจที่เธอฟื้นขึ้นมาแต่อดกลัวไม่ได้ว่าเธอจะมีปัญหาเรื่องสมอง

นั่นเพราะก่อนหน้านี้ หลินซูเม่ยที่เขารู้จักไม่กล้ามีปัญหาหรือโต้เถียงกับใคร ยิ่งกับบ้านใหญ่ยิ่งไม่กล้า

‘เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ หลินซูเม่ย’

เมื่อหาคำตอบไม่ได้ ชายหนุ่มจึงคิดจะขึ้นเขาล่าสัตว์เพื่อเอาไปขายในตลาดมืด ดังนั้นจึงละทิ้งความคิดเรื่องอื่นก่อน แล้วไปเตรียมอุปกรณ์ล่าสัตว์เพื่อเข้าป่า

เนื่องจากจ้าวหนานตงมีตำแหน่งเป็นพรานป่าของหมู่บ้าน ทุกครั้งที่มีการล่าสัตว์ครั้งใหญ่ เขาคือคนนำทาง นั่นจึงทำให้เขาไม่ต้องลงชื่อทำงานในหน่วยผลิตเหมือนชาวบ้านคนอื่น

หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงเดินออกจากบ้านโดยไม่ลืมล็อคบ้านอย่างแน่นหนา

ย้อนกลับมาทางหลินซูเม่ย เมื่อสำรวจมิติจนพอใจจึงรีบออกมา แต่เลือกที่จะไม่หยิบอะไรออกมาด้วย เพราะยังไม่อยากให้บ้านใหญ่ผิดสังเกตุ เธอตั้งใจว่าเที่ยงนี้จะเอาอาหารออกไปให้พ่อกับแม่และพี่ชายกินในที่ลับตาคน ส่วนคนบ้านใหญ่ก็หากินกันเอาเองเถอะ

คิดได้อย่างนั้นเลยตั้งใจว่าจะเข้าไปเดินดูในหมู่บ้านสักหน่อยเพื่อฆ่าเวลา

แต่เมื่อเดินพ้นบ้านออกมาแล้ว กลับเจอน้องสาวคู่หมั้นที่มากับหญิงสาวคนหนึ่ง ฝ่ายนั้นจึงเดินมาดักหน้าแล้วพูดจาหาเรื่อง

“ยังไม่ตายเหรอ ฉันนึกว่าเธอจะไม่รอด พี่ชายฉันจะได้เลิกกับเธอเสียที”

“ฉันยังไม่ตายหรอก ถ้าพวกเธอยังอยู่ดี ส่วนเรื่องพี่ชายเธอ หากเขาอยากถอนหมั้นก็มาพูดกับบ้านหลินได้เลย หรืออยากเปลี่ยนตัวเจ้าสาวก็ได้ฉันไม่ได้ล่ามมือหรือขาใครไว้นี่”

หลินซูเม่ยสวนกลับทันควันเช่นกัน เธอไม่สนใจหรอกว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเป็นใคร ในเมื่อตั้งใจจะถอนหมั้นกับลูกชายบ้านเสิ่นแล้ว จะมาใส่ใจผู้หญิงตรงหน้านี้อีกทำไม

“นี่หล่อนด่าฉันเหรอ คอยดูเถอะ แต่งกับพี่ชายฉันแล้ว ฉันจะจัดการหล่อนอย่างไร”

“แล้วเธอถามฉันหรือยังว่าจะแต่งกับพี่ชายเธอไหม คนแบบนั้นให้ฟรีแถมข้าวสารฉันยังไม่เอาเลย”

หลินซูเม่ยไม่ยอมแต่งเข้าบ้านเสิ่นหรอก ที่สำคัญยังไม่ทันแต่งเข้าก็ถูกหลอกไปขายแล้ว เรื่องอะไรเธอจะยอมซ้ำรอยเดิมของชาติที่แล้ว

“เธอพูดแบบนั้นได้อย่างไร พี่อี้ไป๋ไม่ดีตรงไหน เขาสนใจเธอจะตายไป” หญิงสาวที่มากับเสิ่นฟางชิงพูดเสียงเบา ดูแล้วช่างเป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอมเสียจริง

“ไม่ดีทุกตรง เขาอาจจะดีกับคนอื่นหรือคนอื่นมองเขาว่าดี แต่สำหรบฉันไม่” เธอพูดตามความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา “เมื่อก่อนเพราะคิดว่าอย่างไรต้องแต่งเข้าบ้านเสิ่น ฉันจึงยอมทำดีด้วย ไม่ว่าคนบ้านนั้นต้องการอะไรฉันล้วนหามาได้ แม้ว่ามันจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันเลิกโง่แล้ว ฉันไม่มีวันทำแบบที่แล้วมาเด็ดขาด”

หลินซูเม่ยไม่สนใจเลยว่าต่อจากนี้ใครจะมองเธออย่างไร เธอจะไม่ใส่ใจหรือสนใจคนพวกนั้นอีก เพราะไม่มีใครหาอาหารให้เธอกิน จากนั้นจึงเดินออกมาโดยไม่สนใจทั้งสองคนนั้นอีกเลย

“เธอคิดว่านังซูเม่ยบ้าไปแล้วเหรอ สัญญาหมั้นหมายที่มีกับพี่ชายฉัน ย่อมต้องดำเนินต่อไปสิ จะมาไม่อยากแต่งเข้าบ้านเสิ่นได้ยังไง”

เสิ่นฟางชิงเกาหัวตัวเองอย่างสงสัย คิดว่าหลินซูเม่ยน่าจะเสียสติไปแล้วแน่ ๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่นาน หล่อนยังมาทำดีและทำทุกอย่างให้กับบ้านเสิ่น แล้ววันนี้เกิดบ้าอะไรพูดเหมือนจะตัดขาดกัน

“เธออย่าพูดอย่างนั้นสิ อย่างไรซูเม่ยคือคู่หมั้นของพี่ชายเธอนะ ไม่นานทั้งสองต้องแต่งงานกันแล้ว” หญิงสาวคนนี้พูดปลอบใจ ทว่ากลับคิดให้ทั้งสองตัดขาดกัน นั่นเพราะเธอเองก็ชอบพี่ชายของสหายและอยากแต่งเข้าบ้านเสิ่นเหมือนกัน

“ช่างเถอะ สงสัยนังซูเม่ยคงจะบ้าไปเอง สัญญาหมั้นหมายก็มีอยู่แล้ว เมื่อไรที่นังนั่นแต่งเข้าบ้านเสิ่น ฉันจะให้มันทำงานทุกอย่างเหมือนที่มันมักจะมาทำให้กับบ้านเรา”

จากนั้นทั้งสองจึงเดินไปที่หน่วยงานผลิต เนื่องจากวันนี้พวกเธอได้รับมอบหมายให้มาอยู่ที่ห้องเก็บเครื่องมือเพราะคนที่ทำหน้าที่นี้ลาป่วย

ห้องเช่าแห่งหนึ่งในเมือง มีร่างเปล่าเปลือยของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดรัดอย่างอย่างเมามัน ซึ่งชายคนนี้คือเสิ่นอี้ไป๋คู่หมั้นสุดชั่วของหลินซูเม่ย!

เวลาผ่านไปสักพักและเมื่อทั้งสองเสร็จกิจ พวกเขาก็นอนแผ่หราด้วยความเหนื่อยผสมกับความสุขสม

“เมื่อไรเราจะเปิดเผยกันสักทีละพี่” หญิงสาวคลานมาเกยคางกับอกของเขา แล้วพูดอย่างน้อยใจ

“อีกไม่นานหรอก ตอนนี้ฉันยังมีสัญญาหมั้นหมายกับบ้านหลิน อย่างไรก็ต้องรออีกหน่อย” เขาลูบไล้ตามร่างกายของเธออย่างรักใคร่ “เธอคือคนที่ฉันอยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต งานแต่งของฉันเธอต้องเป็นเจ้าสาว ฉันสัญญาจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ให้เธอไม่น้อยหน้าใครแน่นอน”

“พี่พูดจริงนะ ถ้างั้นฉันจะรอวันแต่งงานของเรา ขอแค่พี่ให้คำมั่นสัญญา ฉันก็พร้อมจะรอ นานแค่ไหนฉันก็จะรอ” หญิงสาวแนบแก้มกับอกอย่างคาดหวัง

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอลำบากมามาก และเมื่อพบกับเสิ่นอี้ไป เขาดูแลเธออย่างดี เช่าห้องและส่งเสียโดยที่ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อย หากได้แต่งงานกับเขาเธอน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้

‘หลินซูเม่ย ฉันไม่ยอมให้พี่อี้ไป๋แต่งงานกับเธอหรอกนะ เจ้าสาวเขาต้องเป็นฉันเท่านั้น!’

เธอคิดในใจอย่างคาดหวัง และพยายามหาวิธีเพื่อให้หลินซูเม่ยหายไป เพื่อต้องการให้เจ้าสาวของเสิ่นอี้ไป๋เป็นเพียงเธอเท่านั้น

ส่วนทางด้านบ้านใหญ่หลิน เมื่อทุกคนออกไปทำงานหมดแล้ว หญิงชรานั่งเงียบเพียงลำพัง นึกเสียดายเงินที่จ้าวหนานตงเอามาให้บ้านสาม

“สะใภ้ใหญ่ หล่อนคิดว่าเงินถุงนั้นมีเท่าไรกัน”

“ฉันคิดว่าไม่ต่ำกว่าห้าหยวน พร้านจ้าวหาเงินเก่งจะตายไป ยิ่งเจ้านั่นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบ้านสาม ฉันคิดว่ามันคงทุ่มเงินไม่น้อยเพื่อช่วยชีวิตหลินซูเม่ย” เฉาหวินตาลุกวาวอีกครั้งพอคิดถึงเรื่องนี้ เธอยังอยากได้ถุงเงินนั่นเหมือนกัน ดูท่าแล้วในนั้นจะมีหลายหยวน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel