
ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70
บทย่อ
ชาติก่อนหลินซูเม่ยเป็นคนดีจนเรียกว่าโง่เลยก็ได้ เพราะสองอย่างนี้มีเพียงเส้นบาง ๆ กั้นไว้เท่านั้น อีกทั้งยังถูกคู่หมั้นหลอกไปขาย จนตายอย่างน่าอนาถ เมื่อสวรรค์ให้โอกาสกลับมาอีกครั้ง เธอสัญญากับตัวเองว่าจะเอาคืนพวกมันทุกคน ชาตินี้หลินซูเม่ยจะต้องพาครอบครัวไปใช้ชีวิตของตัวเองให้ได้ ไม่ยอมให้บ้านใหญ่รังแก หรือถูกคนอื่นหลอกอีกแล้ว
บทที่ 1 ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70
บทที่ 1 ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70
หมู่บ้านลู่เซียว ปี 1979
บ้านหลินเวลานี้หลังบ้านใหญ่เกิดความโกลาหลพอสมควรเนื่องจากลูกสาวอย่างหลินซูเม่ยจู่ ๆ ก็วูบหมดสติไปเมื่อสามวันก่อน จนวันนี้เธอก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมา
“พี่ แม่ไม่ยอมให้เงินแล้วเราจะเอาเงินจากไหนพาอาเม่ยไปโรงพยาบาลกันล่ะ หมอในหมู่บ้านตรวจไม่เจอความผิดปกติ ฉันกลัวเหลือเกินว่าลูกจะเป็นอะไรไป”
เจียวซื่อเจียงน้ำตาไหลไม่หยุด เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไม บ้านสามทำงานจนสายตัวแทบขาด เงินทุกหยวนส่งเข้ากองกลางทั้งหมด แต่เมื่อลูกสาวของเธอป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ ทำไมจึงขอ
เบิกเงินในส่วนนั้นมาไม่ได้
“นั่นสิครับพ่อ ผมไม่ยอมให้น้องต้องนอนแบบนี้ไปตลอดหรอกนะครับ ผมจะลองเข้าไปที่ตลาดมืดดูเผื่อจะมีงานอะไรให้ทำบ้าง เงินที่ต้องพาน้องไปหาหมอมันเท่าไรกันเหรอครับ”
หลินซีห่าว ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองพูดอย่างเคร่งเครียด ใบหน้าของเขามีความหยาบกร้านเล็กน้อย เนื่องจากทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจกลบความหล่อเหลาของเขา
ไปได้
“พ่อไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คิดดูน่าจะไม่ต่ำกว่าห้าหยวน ตอนนี้เงินมันไม่ได้หาง่ายนะอาห่าว พ่อคิดว่า ลูกไปทำงานใช้แรงที่นั่นได้เงินมากมากสุดก็แค่หนึ่งถึงสองหยวน ถ้าเกิดเจอเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปตรวจและกวาดล้างตลาดผิดกฎหมาย ลูกจะไม่เกิดอันตรายเหรอ”
คนเป็นพ่อมีความกังวลเรื่องที่ลูกชายจะเข้าเมืองไปหางานในตลาดมืด แต่ก็อยากรู้ว่าลูกสาวเป็นอะไรถึงยังไม่ฟื้นสักที พวกเขาคิดว่าหากไปโรงพยาบาลน่าจะตรวจเจอว่าเธอเป็นอะไร ในใจจึงมีความลังเลพอสมควร เพราะห่วงทั้งลูกชายและลูกสาว
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังเคร่งเครียดและกังวลเรื่องหาเงิน พรานป่าอย่างจ้าวหนานตงเดินเข้ามา เขายื่นถุงเงินให้โดยที่ใบหน้ายังคงนิ่งเฉยเหมือนปกติที่มักจะมีสีหน้าแบบนี้ตลอด
“รับไปก่อนเถอะ อย่างไรหลินซูเม่ยต้องไปหาหมอในโรงพยาบาล” เขาบอกด้วยเสียงเย็นชา ทว่าสายตามองไปทางร่างที่ไร้สติอย่างกังวล
“นี่มันตั้งสิบหยวน มันมากไปนะหนานตง”
หลินหานยื่นถุงเงินนั้นกลับทันที เขามองว่าเงินนี้มันมากเกินไป แล้วอีกอย่างจ้าวหนานตงก็ไม่ได้ร่ำรวย หาของป่าและล่าสัตว์ไปขายไม่ต่างกับบ้านของเขา
ทว่าบ้านสามหลินต้องส่งเงินเข้ากองกลางจึงไม่มีเงินเก็บเป็นของตนเอง
“น้าหาน น้าไม่ต้องสนใจอะไรหรอกครับ ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำและสำคัญที่สุดคือ น้าพาหลินซูเม่ยไปโรงพยาบาลก่อน หากต้องรักษาหรือรู้ว่าเธอเป็นอะไร พวกเราค่อยคิดและหาวิธีกันใหม่ ส่วนเงินสิบหยวนนี้ ผมล่าสัตว์ไม่กี่วันก็ได้คืนแล้ว”
ชายหนุ่มยังคงพูดเสียงเรียบ แม้จะใบหน้าไม่ปรากฎรอยยิ้ม แต่ทุกคนรู้ว่าจ้าวหนานตงนั้นเต็มใจมอบเงินก้อนนี้ให้
เงินสิบหยวนสำหรับชาวบ้านธรรมดามันไม่น้อยเลย ออกจะมากไปเสียด้วย แต่ในเมื่อหลินซูเม่ยล้มป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ ยังไงก็ต้องพาเธอไปรักษาก่อน
เขาหวังเพียงให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าพรานป่าอย่างเขาจะไม่เคยอยู่ในสายตาของเธอก็ตาม
