บทที่ 4 ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70
บทที่ 4 ย้อนอดีตครั้งนี้ฉันไม่เป็นแล้วคนดีที่ถูกรังแกในยุค 70
หลินซีห่าวไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่น้องสาวบอกมานั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นความฝัน ทว่าในใจคิดจะสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หากพบว่าเสิ่นอี้ไป๋มีคนรักอยู่แล้ว เขานี่แหละจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้หลินซูเม่ยถอนหมั้นกับบ้านเสิ่น
“แม่ครับ พวกเราต้องช่วยกันดูเรื่องนี้ หากเสิ่นอี้ไป๋เป็นอย่างในความฝันของอาเม่ย พวกเราต้องหาทางให้งานหมั้นระหว่างสองบ้านยุติโดยเร็ว ต่อให้ย่าจะไม่ยอม อย่างไรพวกเราก็ต้องทำครับ ผมคนหนึ่งล่ะครับที่ไม่ยอมให้น้องต้องเอาทั้งชีวิตมาแลกเพื่อความสุขของคนอื่น” น้ำเสียงของหลินซีห่าวเด็ดขาดและจริงจังมาก
หลินซูเม่ยได้ยินพี่ชายพูดอย่างนั้นเธอก็น้ำตาซึมทันที ไม่ว่าอย่างไรชาตินี้เธอไม่ยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายกับคนในครอบครัวอีกแน่นอน
“นั่นสิ ฉันเองคิดเหมือนเจ้าใหญ่ ต่อให้เรื่องที่อาเม่ยเล่ามาจะเป็นเพียงความฝัน พวกเราต้องหาทางจับตามองลูกชายบ้านเสิ่นคนนั้นไว้ เพราะถ้าหากสิ่งที่อาเม่ยฝันเห็นคือเรื่องจริง พวกเราต้องยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนั้นเสีย ฉันคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้ลูกต้องตกนรกทั้งเป็น” หลินหานคิดเพียงว่า เรื่องนี้ต้องทำให้ชัดเจน ก่อนจะพูดบางอย่าง “อาเม่ย ทำไมลูกถึงดูเปลี่ยนไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้...”
“เพราะความฝันพวกนั้นทำให้ฉันตาสว่าง การเป็นคนดีมันไม่ผิดหรอกนะคะ แต่คนพวกนั้นไม่ได้มองฉันเป็นคนดีน่ะสิ แต่มองฉันเป็นคนโง่คนหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถหลอกใช้อะไรก็ได้ ที่ผ่านมาเพราะคำว่าคู่หมั้น คนบ้านเสิ่นต้องการอะไรฉันยอมทำงานทุกอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่คนบ้านนั้นต้องการ โดยละเลยครอบครัวตัวเอง”
หลินซูเม่ยน้ำตาซึม รู้สึกเสียใจกับเรื่องในวันวานที่เธอละเลยครอบครัว เห็นครอบครัวว่าที่สามีสำคัญกว่าบ้านตัวเอง
“อย่าคิดมากเลย แม่ไม่คิดว่าสิ่งที่ลูกทำมันผิด เพราะหากลูกแต่งเข้าบ้านเสิ่น คนพวกนั้นจะได้ดีกับลูกของแม่อย่างไรล่ะ ตอนนี้ถ้าลูกต้องการยกเลิกงานหมั้น แม่คนนี้พร้อมจะสนับสนุนลูกทุกอย่าง ขอเพียงลูกแม่มีความสุขเท่านั้น”
แม้ภายนอกเจียวซื่อเจียงจะดูอ่อนแอและขี้ขลาด แต่หากเรื่องของลูก เธอพร้อมจะสู้ยิบตา ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอ
หลินซูเม่ยมองหน้าทั้งสามคนสลับไปมา เธอรู้แล้วว่าคนที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
“อาเม่ย ลูกพักผ่อนต่อเถอะนะ นี่ก็ได้เวลาทำงานของพวกเราแล้ว” หลินหานพูดขึ้น เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงสัญญาณการทำงานของหน่วยผลิต จึงคิดจะรีบไปทำงานเพราะตอนนี้หลินซูเม่ยฟื้นขึ้นมาแล้ว อีกทั้งดูเหมือนว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่หมอประจำหน่วยผลิตบอก
“ค่ะพ่อ ฉันขอพักสักหน่อย แม้ว่าฉันไม่เป็นอะไร แต่ก็ยังมีความมึนงง คิดว่านอนต่อสักนิดเดียวก็อาการดีขึ้นแล้ว”
หญิงสาวอยากทบทวนเรื่องราวทั้งหมด แล้วตั้งใจวางแผนว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อจากนี้ จึงได้บอกทุกคนแบบนั้น
“พ่อ ผมตั้งใจจะเข้าเมือง อย่างน้อยหาเงินสำรองไว้สักหน่อย” หลินซีห่าวยังคงคิดถึงเรื่องนี้ อย่างน้อยหากเกิดอะไรขึ้น บ้านสามของเขายังมีเงินส่วนตัวเพื่อจัดการปัญหานั้น ๆ
“วันนี้อย่าเพิ่งเลยพี่ใหญ่ ฉันด่าย่าไปขนาดนั้น ย่าคงจับตามองพวกเราแน่ พี่ไปทำงานตามปกติก่อนเถอะ”
หลินซูเม่ยรีบห้าม เธอเองก็อยากไปหางานทำในตลาดมืดหรือร้านค้าในเมืองเหมือนกัน แต่เงินที่หาได้ต้องเอาเข้ากองกลางบ้านหลินนี่สิ เลยคิดว่าตอนนี้อย่าเพิ่งทำอะไรก่อนดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นเงินที่หามาคงถูกยึดไปหมด
