บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 มีคนบาดเจ็บ

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านข้าง เพียงได้ยินก็รู้ว่าเป็นยายโจว

“เสี่ยวเหนียง ข้ามีข่าวดีมาบอก” เสียงของหญิงชราเต็มไปด้วยความยินดี

นางเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “ตาเฒ่าบอกว่าสามารถฝังเข็มรักษาลิ้นของเจ้าได้ แต่ต้องใช้ควบคู่กับสมุนไพรไปด้วยจึงจะเห็นผล เพียงแต่ยังมีสมุนไพรบางอย่างที่ต้องรออีกสักหน่อย ทางโน้นน่ะ”

นางยกมือขึ้นชี้ไปยังไกลลิบ “ภูเขาด้านนั้นมีสมุนไพรหายากอยู่มาก”

เยี่ยหลันมองตามทิศที่นางชี้ไป ภูเขาลูกนั้นสูงตระหง่านจนยอดหายไปในหมอกขาว ราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด ให้ความรู้สึกทั้งลึกลับและอันตรายในเวลาเดียวกัน

“อ๊า…” เยี่ยหลันยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก” ยายโจวหัวเราะเบา ๆ “ไว้เจ้าพูดได้เมื่อไร ข้าจะได้มีเพื่อนไว้พูดคุยเสียที”

คำพูดธรรมดานั้นกลับทำให้หัวใจของเยี่ยหลันไหววูบ อันที่จริงนางเองก็ครุ่นคิดเรื่องลิ้นของตนอยู่ตลอด ร่างกายนี้ไม่ได้เป็นใบ้และไม่ได้หูหนวก การได้ยินของนางดีเยี่ยมเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่เพราะไม่ได้พูดมานาน กล้ามเนื้อของลิ้นจึงแข็งทื่อ ไม่เคยถูกใช้งานจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูดได้

หากเป็นโลกเดิมของนาง เพียงเข้าห้องผ่าตัดไม่นานก็สามารถแก้ไขได้แล้ว แต่ที่นี่นางคิดอยู่นานก็ยังไม่พบวิธี นึกไม่ถึงว่าในหมู่บ้านกลางป่าเช่นนี้จะมีคนที่สามารถรักษานางได้ ตาโจวชายชราที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ กลับเชี่ยวชาญการฝังเข็มถึงเพียงนี้

แววตาของเยี่ยหลันสั่นไหวเล็กน้อย หากรักษาได้จริง นางก็ไม่ต้องทนอยู่ในโลกที่ไร้เสียงของตนเองอีกต่อไป ไม่ต้องสื่อสารด้วยสายตาและท่าทาง ไม่ต้องถูกเข้าใจผิดและไม่ต้องเงียบเวลาที่ถูกใส่ร้ายอีกต่อไป

ยายโจวหัวเราะอย่างมีความสุข ส่วนเยี่ยหลันเองก็ค่อย ๆ ยิ้มออกมาเช่นกัน รอยยิ้มที่ไม่ได้ฝืน ไม่ได้เย็นชา แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง นั่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมาที่เยี่ยหลันยิ้มออกมาอย่างแท้จริง

ทำเอายายโจวถึงกับชะงัก มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างตาค้าง ไม่คิดเลยว่าเมื่อเสี่ยวเหนียงยิ้มจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ ราวกับดอกไม้ที่เพิ่งผลิบานหลังพายุผ่านพ้น งดงามจนทำให้ผู้คนเผลอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ทันใดนั้นก็มีเสียงอึกทึกดังมาจากด้านหน้าหมู่บ้าน

เยี่ยหลันและยายโจวลุกขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองเดินไปที่หน้ารั้วเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงเด็ก ๆ ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่เด็กสามสี่คนจะวิ่งผ่านจุดที่เยี่ยหลันยืนอยู่ นางรีบยื่นมือไปดึงแขนคนหนึ่งเอาไว้ เด็กชายคนนั้นคือหวังหาว เด็กวัยหกขวบที่นางคุ้นหน้าเป็นอย่างดี

“สะ สะ เสี่ยวเหนียง พวกพี่เปากำลังมา ท่านปล่อยข้าก่อน เดี๋ยวจะออกไปรับพวกเขาไม่ทัน” เขาพูดอย่างร้อนรน พลางพยายามสะบัดมือออก

เยี่ยหลันเห็นดังนั้นก็ยอมปล่อยแต่โดยดี หวังหาวรีบวิ่งออกไปทันที แต่ยังไม่วายหันกลับมาตะโกนด้วยเสียงสดใส

“พวกเขามีม้าตัวใหญ่กับขนมมาเยอะแยะเลย ไว้ข้าจะขอแบ่งมาให้เสี่ยวเหนียงนะ ฮ่า ๆ”

เยี่ยหลันได้แต่ยิ้มพลางส่ายหัวกับความซุกซนของเด็กน้อย

ยายโจวเองก็หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู “พี่เปาที่เจ้าเด็กบ้านหวังพูดถึงน่ะ เป็นทหาร ทุก ๆ สามสี่เดือนจะมาที่นี่ครั้งหนึ่ง มารับยาและสมุนไพรจากตาเฒ่า บางครั้งก็พาคนใหม่มาฝากไว้ด้วย แต่ทุกครั้งที่พวกเขามาจะมีของเล่นกับขนมติดไม้ติดมือมาให้เด็ก ๆ เสมอ ไม่แปลกที่พวกเด็กจะตื่นเต้นกันขนาดนี้”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายเยี่ยหลันก็เหมือนต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในใจได้สำเร็จ ลางสังหรณ์ก่อนหน้านี้ที่ว่านี่ไม่ใช่หมู่บ้านธรรมดา และผู้ชายในหมู่บ้านล้วนเคยผ่านสนามรบมาแล้ว บัดนี้ได้รับคำตอบอย่างชัดเจน หมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงที่พักพิงของชาวบ้านธรรมดา หากแต่เป็นที่ซ่อนตัวของทหาร…หรืออาจมากกว่านั้น

ขณะที่ความคิดยังไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จากเบาเป็นหนัก จากไกลเป็นใกล้ พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนจะชัดเจนขึ้นทุกขณะ เสียง ตึก ตึก ตึก ของกีบม้ากระแทกพื้นดินสม่ำเสมอ หนักแน่น และทรงพลัง จนทำให้บรรยากาศรอบหมู่บ้านที่เคยสงบพลันตึงเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เยี่ยหลันยืนมองไปยังทางเข้า หมอกฝุ่นค่อย ๆ ฟุ้งขึ้นตามแนวทางเดิน และในม่านฝุ่นนั้น เงาของกองม้ากำลังปรากฏขึ้นทีละน้อย พร้อมกับแรงกดดันบางอย่างที่แผ่เข้ามา นางรู้สึกว่าแม้แต่ลมหายใจก็ยังเหมือนจะหนักขึ้นตามไปด้วย

เยี่ยหลันมองเห็นแต่ไกลว่ามีชายในชุดคลุมสีดำ ท่าทางองอาจผ่าเผยควบม้าวิ่งนำมา แต่เหตุใดจึงวิ่งเร็วเช่นนั้นกันแถมยังกำลังควบมาทางที่นางยืนอยู่ด้วย

นางหันไปจับแขนของยายโจวเอาไว้ พยายามดึงให้นางเข้าไปหลบในรั้วบ้าน เพราะเกรงว่าม้าที่ฮ่อตะบึงมาอย่างบ้าคลั่งจะเหยียบโดนพวกนางเอาได้

“ไม่เป็นไรไม่ต้องกลัวพวกเขาพักที่บ้านหลังข้างๆ นี่เอง”

ยายโจวเห็นว่านางกำลังตื่นตระหนก จึงเอ่ยปลอบใจและตบลงไปที่แขนของนางหลายครั้ง

ในที่สุดชายที่ควบม้ามาก็หยุดอยู่ตรงหน้าของพวกนางรวมถึงคนอื่นๆ ในขบวนด้วย เขาสะบัดเสื้อคลุมทำให้ฝุ่นลอยคละคลุ้ง

เยี่ยหลันเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ จึงได้เห็นใบหน้าเขาได้ชัดเจน เป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำ หล่อเหลา คิ้วกระบี่คมเข้ม ตารูปผลซิ่ง มีรอยแผลเป็นยาวที่ใบหน้าคาดว่าน่าจะเพิ่งเกิดได้ไม่นานเพราะรอยแผลยังคงมีสีแดงอยู่เล็กน้อย

แต่สิ่งที่ผิดสังเกตคือเขามีใบหน้าที่ซีดเซียวเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงหยาดเหงื่อตามหน้าผากและจมูก คิดว่าชายคนนี้คงได้รับบาดเจ็บภายใน หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะเสียเลือดมากเป็นแน่จึงทำให้เขาดูอ่อนแอได้ขนาดนี้

ดูเหมือนว่ายายโจวกำลังตัวสั่น “เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ …” เสียงที่พูดออกมาก็สั่นไปด้วย

เยี่ยหลันจึงเขย่าแขนของยายโจวทำให้นางรู้สึกตัว

“เข้าไปๆ ข้างในก่อน มะ...มั่วซานไปตามตาเฒ่ามาเขาอยู่ที่เขาฟากโน้น”

หลังจากที่ยายโจวพูดจบชายคนหนึ่งที่ควบม้าตามมาก็แยกตัวออกไป ตามทิศทางที่ยายโจวชี้ไปในทันที ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่นานม้าก็หายลับตาไปพร้อมกับฝุ่นตลบอบอวน

คนที่มาใหม่ทั้งหมดเก้าคนรวมมั่วซานที่ออกไป

หลังจากทั้งหมดเข้าไปในลานบ้าน ชายที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าก็ฟุบตัวลงบนหลังม้าร่างของเขาเอนไปข้างหนึ่ง ก่อนจะร่วงลงมาเหมือนนกปีกหัก โชคดีที่คนข้างๆ รับตัวไว้ได้ทัน มิฉะนั้นศีรษะของเขาคงกระแทกพื้นไปแล้ว

“ทางนี้ !”

ยายโจววิ่งไปเปิดประตูเรือนเล็กที่เป็นห้องปรุงยาของท่านตาออก ทั้งหมดจึงแบกคนเจ็บไปทันที

เยี่ยหลันก็วิ่งตามมาเช่นกันแต่นางไม่สามารถเข้าไปใกล้คนเจ็บได้ เพียงยืนมองอยู่ที่ประตูด้านนอกเท่านั้น

หลังจากที่วางคนเจ็บลงแล้วชายหนึ่งในนั้นจึงหันมาบอกว่า

“นายท่านได้รับบาดเจ็บที่อกมีแผลฉกรรจ์ และถูกพิษด้วย พวกเราเดินทางเร่งวันเร่งคืนเพื่อมาที่นี่ รวมเวลาที่นายท่านได้รับบาดเจ็บวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สามแล้ว”

ยายโจวเดินตรงเข้าไปจับชีพจรที่คอ จากนั้นจึงดึงสาบเสื้อของคนเจ็บแบะออกทันที กลิ่นยาสมุนไพรและกลิ่นคาวเลือดโชยออกมาปะปนกัน

เยี่ยหลันที่จมูกไวเป็นพิเศษถึงกับพะอืดพะอม รู้สึกว่ามีบางอย่างจุกอยู่ที่คอแต่ก็พยายามกล้ำกลืนเอาไว้

“มั่วอี มั่วเหวิน ให้คนไปต้มน้ำร้อนไว้ยิ่งมากยิ่งดี ส่วนเจ้าสองคนมาช่วยข้าถอดเสื้อของนายท่านออก รวมถึงผ้าพันแผลนี้ด้วยพวกเราต้องทำแผลกันใหม่”

ยายโจวแม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังออกคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่ว

เมื่อคนอื่นๆ กระจายตัวออกไปแล้วทั้งห้องเหลือเพียงไม่กี่คน จึงทำให้เยี่ยหลันสามารถมองเห็นคนเจ็บได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเขาซีดเซียวมากกว่าตอนที่นางเห็นด้านนอกเสียอีก

เดิมดูเหมือนว่าจะหมดสติแต่หัวคิ้วของเขาก็ขมวดอยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่ากำลังอดทนกับความเจ็บปวดอยู่ มองต่ำลงมาอีกนิดเห็นยายโจวกำลังใช้กรรไกรตัดผ้าพันแผล ที่พันไว้หนาเตอะบริเวณหน้าอกเขาออก

เผยให้เห็นบาดแผลยาวประมาณหนึ่งคืบของมือนาง เนื้อบริเวณรอบๆ เป็นสีดำคล้ำบางส่วนเริ่มเปื่อยยุ่ย มีหนองสีเหลืองข้นไหลซึมออกมา เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเริ่มจะเน่า

หากล้างทำแผลธรรมดาโดยไม่ตัดเนื้อเน่าออก ถ้าปล่อยไว้อีกวันเดียวพิษคงกระจายเข้าสู่กระแสเลือด ในสถานที่ที่การแพทย์ล้าหลังเช่นนี้เขาคงไม่อาจรอดชีวิตได้อย่างแน่นอน

ยายโจวมองไปทางชายคนหนึ่ง “เอาน้ำร้อนเข้ามาเตรียมผ้าสะอาดไว้ด้วยต้องรีบล้างแผลให้เขา” นางหันไปหาอีกคน “ส่วนเจ้าไหยิบยาระงับปวด อยู่ในห่อบนกล่องไม้ชั้นที่สาม เอาไปต้มให้น้ำเหลือหนึ่งส่วนเดี๋ยวต้องใช้”

ชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากห้องยา เขาเห็นเยี่ยหลันที่กำลังยืนมองอยู่ปากเหมือนจะเอ่ยคำออกมา แต่ก็ไม่พูดอะไรแล้วไปหยิบห่อยาแทน

เยี่ยหลันเห็นเหตุการณ์นี้มานับครั้งไม่ถ้วน ในโรงพยาบาลโดยเฉพาะห้องฉุกเฉิน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกคลื่นเหียนและอยากอาเจียนเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นคนเจ็บแล้วไม่ช่วย ยังไม่น่าเสียใจเท่ารู้ว่าช่วยได้แต่ไม่ยื่นมือเข้าช่วย ดังนั้นนางจึงกัดฟันตัดสินใจเดินไปตามชั้นยาของท่านตา หยิบเอาสมุนไพรที่ต้องการออกมาอย่างคล่องแคล่ว

‘มีดผ่าตัดมีไหมนะแผลนั้นต้องเอาเนื้อตายออกก่อนและฉีดยาปฏิชีวนะ หากมีสายน้ำเกลือก็ดีสิทดแทนน้ำที่เสียไปไม่งั้นเขาอาจจะช็อคได้’

ระหว่างที่คิดอยู่นั้นมือนางก็ไม่หยุดที่จะหยิบเอาสมุนไพรออกมา รวมถึงรื้อค้นไปตามช่องเก็บของต่างๆ เผื่อว่านางอาจจะโชคดีพบกับอะไรที่เหมาะสมก็ได้

ทางด้านยายโจวที่เห็นว่าตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะต้องรอน้ำร้อนและตาโจวเข้ามาดูแลบาดแผลของเขา

ตอนที่นางละสายตาจากคนเจ็บ ก็เห็นว่าเยี่ยหลันกำลังหยิบเอาสมุนไพรในชั้นต่างๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว

‘ดูเหมือนว่าเสี่ยวเหนียงคนนี้จะรู้จักสมุนไพรเป็นอย่างดี’

ในขณะที่กำลังตกใจอยู่นั้นก็เห็นว่าเยี่ยหลันหันหลังกลับมามองหน้านางแล้วยัดสมุนไพรใส่ในอ้อมแขนของยายโจว

‘เอาหล่ะหวังว่าท่านยายจะเข้าใจ’

นางไม่สนใจสีหน้าตกตะลึงของยายโจว แต่เริ่มใช้ภาษามือชี้ไปที่สมุนไพรในอ้อมอกของยายโจวจากนั้นก็ชี้ไปที่คนบาดเจ็บ

“เจ้าต้องการให้นำสมุนไพรนี้ไปต้มให้เขากินอย่างนั้นหรือ” ยายโจวคาดเดาสิ่งที่นางต้องการจะสื่อ

เยี่ยหลันส่ายหน้าอย่างแรง จากนั้นเดินไปที่คนเจ็บบนเตียง ชี้ไปที่แผลบนหน้าอกของเขาทำท่าโบกมือเหนือแผล เพื่อจะบอกว่าสมุนไพรนี้ใช้สำหรับล้างทำความสะอาด

“เสี่ยวเหนียงสมุนไพรพวกนี้ใช้ต้มแล้วล้างแผลอย่างนั้นหรือ”

เยี่ยหลันได้ยินยายโจวบอกก็รีบพยักหน้า แต่ยังไม่หมดเท่านั้นนางต้องการมีดที่คมที่สุดเพื่อจะตัดเอาเนื้อเน่าออก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel